รีเซต

โรงกลั่นยิ้มปลดล็อกส่งออก น้ำมันขึ้น PTTGC-SCC เด่น

โรงกลั่นยิ้มปลดล็อกส่งออก น้ำมันขึ้น PTTGC-SCC เด่น
ทันหุ้น
9 มิถุนายน 2569 ( 02:40 )
7

                จากกรณีเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่คำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 9/2569 เรื่อง การกำหนดปริมาณการส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิงและน้ำมันหล่อลื่น ซึ่งลงนามโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล  นายกรัฐมนตรี เพื่อผ่อนปรนมาตรการระงับการส่งออกน้ำมันชั่วคราวที่เคยประกาศไว้ก่อนหน้า  โดยเปิดทางให้สามารถส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องบินชนิด เจ็ท เอ 1 ไปยังประเทศเพื่อนบ้านอย่าง เวียดนาม ฟิลิปปินส์ และสิงคโปร์ ได้ตามเงื่อนไขที่กำหนด

                นายเบญจพล  สุทธิ์วนิช  ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงประเด็นดังกล่าวว่า การที่รัฐบาลมีคำสั่งอนุญาตให้ส่งออกน้ำมันเจ็ทได้อีกครั้ง ถือเป็นปัจจัยบวกโดยตรงต่อกลุ่มโรงกลั่น เนื่องจากเป็นการช่วยลด "Overhang" หรือความกังวลเดิมที่ว่าโรงกลั่นอาจต้องลดกำลังการผลิต (Run Rate) ลง  สาเหตุหลักมาจากก่อนหน้านี้ปริมาณน้ำมันสำเร็จรูปคงเหลือในประเทศอยู่ในระดับสูงจนเกือบเต็มขีดความสามารถในการจัดเก็บ

                หากโรงกลั่นไม่สามารถระบายน้ำมันออกไปต่างประเทศได้ และคลังน้ำมันเต็ม โรงกลั่นก็มีความจำเป็นต้องลดกำลังการผลิตลง ซึ่งจะส่งผลเสียต่อผลกำไรขององค์กรโดยตรง

                "การอนุญาตให้ส่งออกได้ในครั้งนี้ จะช่วยให้โรงกลั่นสามารถรันเครื่องจักรได้เพิ่มขึ้นในภาวะที่น้ำมันในประเทศไม่ได้ขาดแคลน" นายเบญจพลกล่าว

                นายเบญจพล มองว่าปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์โดยเฉพาะความตึงเครียดระหว่างอิหร่านและอิสราเอลที่ปะทุขึ้นอีก ยังคงเป็นปัจจัยหลักที่หนุนให้ราคาน้ำมันทรงตัวอยู่ในระดับสูง  แม้จะมีการพูดถึงข้อตกลงหยุดยิง แต่ความไม่แน่นอนยังคงมีอยู่สูงเนื่องจากเป็นเกมที่กำหนดโดยผู้นำในพื้นที่มากกว่าปัจจัยจากภายนอก อย่างไรก็ตามราคาน้ำมันดิบไม่น่าจะพุ่งสูงไปถึงระดับ 120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเหมือนในอดีต เนื่องจากโครงสร้างการใช้เชื้อเพลิงของโรงกลั่นในภูมิภาคและในไทยมีการเปลี่ยนแปลงไปมาก

                โดยเดิมทีโรงกลั่นไทยพึ่งพาน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางสูงถึง 70% แต่ปัจจุบันลดเหลือเพียง 20% และมีการหาแหล่งพลังงานทางเลือกอื่นเข้ามาทดแทน ทำให้ความกังวลเรื่องการขาดแคลนซัพพลายจากตะวันออกกลางลดน้อยลง

                ในส่วนของผลการดำเนินงานกลุ่มโรงกลั่นในไตรมาส 2/2569 นายเบญจพลเชื่อว่าจะเป็นจุดสูงสุดของกำไรปกติปีนี้ แม้ว่านักลงทุนอาจจะกังวลเรื่องการรับรู้ผลขาดทุนจากสต็อกน้ำมัน ที่อาจเห็นตัวเลขสูงถึง 5,000 - 7,000 ล้านบาท ในโรงกลั่นขนาดใหญ่ แต่ก็ไม่ควรตกใจ เนื่องจาก "กำไรจากการดำเนินงาน" ในไตรมาสนี้มีความแข็งแกร่งมาก จากค่าการกลั่น (GRM) ที่ทรงตัวในระดับสูงเกือบ 20 ดอลลาร์ และส่วนต่างราคาสินค้าปิโตรเคมีที่ดีกว่า 600 ดอลลาร์ แม้จะมี Stock Loss แต่กำไรจากการดำเนินงานที่มหาศาลจะสามารถชดเชยและทำให้ภาพรวมผลประกอบการยังออกมาดูดี

                แม้ภาพรวมไตรมาส 2 จะดูสดใส แต่ให้คำแนะนำให้นักลงทุนเพิ่มความระมัดระวังมากขึ้น เนื่องจากตลาดได้สะท้อนปัจจัยบวกของไตรมาส 2 ไปในราคาหุ้นบางส่วนแล้ว และปัจจุบันนักลงทุนเริ่มมองข้ามไปยังภาพของครึ่งปีหลังที่อาจจะมีความน่ากังวลจาก ค่าการกลั่น (GRM) ที่มีแนวโน้มปรับตัวลดลงอย่างรวดเร็วและแรง เนื่องจากปัญหาการขาดแคลนวัตถุดิบที่เคยเกิดขึ้นก่อนหน้านี้ได้รับการแก้ไขแล้ว ทำให้โรงกลั่นต่างๆ สามารถกลับมาผลิตได้ตามปกติ ส่งผลให้ซัพพลายในตลาดเพิ่มมากขึ้นและกดดันค่าการกลั่นให้ลดลง

                ทั้งนี้ยกให้หุ้นในกลุ่มปิโตรเคมีเป็นกลุ่มที่น่าสนใจสำหรับการลงทุนในช่วงต่อจากนี้ โดยมี Top Pick คือ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCC และ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC เนื่องจากมองว่ากลุ่มปิโตรเคมีเริ่มมีสัญญาณการฟื้นตัวที่ชัดเจนกว่า ขณะที่กลุ่มโรงกลั่นกำลังเผชิญกับความท้าทายด้านค่าการกลั่นที่ผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง