สวัสดีค่ะ บทความนี้เป็นบทความแรกที่ผู้เขียนได้เริ่มเขียนลงในหมวดข่าวสาร เพราะรู้สึกว่าข่าวสารต่าง ๆ นั้นเกิดขึ้นรอบตัวเราไม่เว้นแต่ละวัน ตัวอย่างเช่นเมื่อผ่านต้นปี 2020 ไปได้ไม่นาน ก็มีหลายข่าวที่รุนแรงและเป็นที่สะเทือนขวัญของคนทั่วไปเกิดขึ้นอยู่หลายข่าว แต่บางข่าวก็สร้างขึ้นมาเพื่อยุยงปลุกปั่น ทำให้หลายคนเข้าใจผิดจนเกิดความเสียหายได้ นั่นก็คือ ‘Fake News’ หรือที่เราเรียกกันว่า ‘ข่าวปลอม’ นั่นเองค่ะ ดังนั้นวันนี้ผู้เขียนจึงจะมาแนะนำวิธีการสังเกตและแยกแยะว่าข่าวไหนเป็นข่าวจริง สามารถเชื่อถือได้ และข่าวไหนเป็นข่าวปลอม ที่หลอกให้คนเข้าใจผิด หากใครแชร์ออกไปโดยไม่ได้พิจารณาก่อน ก็อาจเกิดความเสียหายได้นะคะ 1. พาดหัวข่าวมีลักษณะยุยงปลุกปั่นให้เกิดความเสียหาย ขอบคุณรูปภาพจาก S. Hermann & F. Richter จาก Pixabay หากเพื่อน ๆ บังเอิญไปเจอคนแชร์ข่าวที่พาดหัวข่าวดูมีลักษณะใช้คำพูดรุนแรง หยาบคาย และดูเกินจริง ให้สันนิษฐานก่อนเลยนะคะว่าอาจจะเป็นข่าวปลอม ที่สร้างขึ้นมาเพื่อยุยงปลุกปั่นให้คนบางกลุ่มเกลียดชังกัน หรือกระตุ้นให้คนวิพากษ์วิจารณ์ด้วยถ้อยคำที่รุนแรง หรืออาจจะแค่ต้องการให้คนแชร์ออกไปให้ได้มากที่สุดเพื่อผลประโยชน์บางอย่าง เช่น ข่าวบิ๊กป้อมเบิกงบซื้อกาแฟ 12,000 บาท หากใครไม่ได้เปิดอ่านเนื้อข่าว คงจะวิจารณ์และมีอคติกับผู้ที่ตกเป็นข่าวอย่างรุนแรง ดังนั้น หากไม่อยากหลงกลอุบายและตกเป็นเหยื่อ แนะนำให้ผู้อ่านลองใช้วิจารณญาณให้ดีก่อนเชื่อและแชร์นะคะ 2. มักเป็นข้อมูลที่แชร์ต่อ ๆ กันมาไม่มีแหล่งข่าวหรือแหล่งข้อมูล ขอบคุณรูปภาพจาก Dean Moriarty จาก Pixabay หากใครมีกลุ่มไลน์ที่มีคนสูงอายุอยู่ด้วย คงจะเคยชินกับการแชร์ข่าวสารหรือข้อมูลยาวเหยียดให้คนในกลุ่มอ่านใช่ไหมคะ ด้วยความที่ผู้สูงอายุเหล่านั้นหวังดี อยากจะแชร์ให้คนอื่น ๆ ได้ประโยชน์ แต่ปัญหามันอยู่ตรงที่ข้อความเหล่านั้นมักจะเป็นข้อมูลเท็จ ที่ไม่มีแหล่งอ้างอิง แชร์มาจากไหนก็ไม่รู้ แล้วมักจะปลูกฝังความเชื่อผิด ๆ ให้คนทำตามกัน เช่น ห้ามกินกุ้งกับวิตามินซี น้ำมะนาวช่วยรักษาโรคมะเร็งได้ ซึ่งแน่นอนว่าหากเรารับรู้ข้อมูลหรือข่าวสารปลอม แล้วเกิดนำไปทำตามก็อาจจะส่งผลกระทบต่อเราได้ โดยเฉพาะในเรื่องของสุขภาพ ดังนั้นหากใครเห็นคนเฒ่าคนแก่แชร์ข้อมูลที่ดูแล้วน่าจะเป็นข่าวปลอม ก็อย่าเพิ่งปักใจเชื่อ และตักเตือนให้ผู้อื่นได้ทราบด้วยนะคะ จะได้ไม่มีใครแชร์ต่อให้เกิดความเสียหาย 3. ใช้รูปภาพประกอบไม่ตรงกับเนื้อข่าว ขอบคุณรูปภาพจาก Karolina Grabowska จาก Pixabay ตามเว็บไซต์ที่มักจะหลอกให้คนแชร์ข่าวหรือคลิกเข้าไปอ่านเพื่อต้องการค่าโฆษณา มักจะพาดหัวให้ดูเกินจริงและใช้รูปภาพประกอบที่ดูดึงดูด ถึงแม้ว่าภาพนั้นจะไม่เกี่ยวกับเนื้อหาในข่าวเลยก็ตาม และในบางครั้งก็ทำให้คนในรูปเสียหาย เช่น ข่าวฆ่าพริตตี้สาว แต่กลับเอารูปผู้หญิงคนอื่นมาพาดหัว ทำให้คนในรูปเสียหาย ดังนั้นหากเพื่อน ๆ เจอแบบนี้ ให้สันนิษฐานเลยนะคะว่าเป็นข่าวปลอม และกดรายงานเพื่อไม่ให้ใครแชร์ต่อให้เข้าใจผิด และนี่คือ 3 วิธีง่าย ๆ ที่ผู้เขียนใช้สังเกตว่าข่าวไหนเป็นข่าวปลอมหรือข่าวจริง โดยเพื่อน ๆ สามารถนำไปใช้พิจารณาเวลาอ่านข่าวหรือรับข้อมูลเพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายต่อตนเองและผู้อื่น หรือพูดง่าย ๆ ว่าให้ ‘ชัวร์ก่อนแชร์’ นั่นเองค่ะ สำหรับครั้งหน้าผู้เขียนจะมาแนะนำอะไร ก็ฝากติดตามด้วยนะคะ ขอบคุณภาพปกจาก Michael Gaida จาก Pixabay