การเว้นระยะห่างทางสังคม (social distancing) ถือเป็นมาตรการที่หลายประเทศเลือกใช้เพื่อควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด – 19 ทำให้หลายประเทศต้องมีแนวทางเพื่อควบคุมประชาชนให้อยู่บ้าน ปรับเปลี่ยนการทำงานมาในรูปแบบของ Work Form Home โดยประเทศไทยของเราก็เป็นหนึ่งในนั้นที่มีการดำเนินมาตรการดังกล่าว ผ่าน พรก. ฉุกเฉิน ตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม 2020 คล้ายคลึงกับหลายประเทศในภูมิภาคเดียวกัน ที่มีมีมาตรการเข้มงวด และลดจำนวนผู้ติดเชื้อลงไปได้ โดยเฉพาะ “ประเทศสิงคโปร์” ที่สามารถควบคุมผู้ติดเชื้อในช่วง การระบาด 3 เดือนแรกได้เป็นอย่างดี จนได้รับคำชมจากทั่วโลก ด้วยมาตรการที่เป็นประเทศแรก ๆ ที่มีระบบคัดกรองคนจากต่างประเทศ มาตรการแจกหน้ากากอนามัยให้กับประชาชนสังคโปร์ทุกคน แต่ล่าสุดดูเหมือน “ประเทศสิงคโปร์” จะการ์ดตกนับตั้งแต่วันที่ 9 เมษายน 2020 ยอดผู้ติดเชื้อพุ่งขึ้นมาเป็นเท่าตัวจากวันก่อนถึง 287 คน จนถึงปัจจุบันก็มียอดผู้ติดเชื้อต่อเนื่องในวันนี้ (29 เมษายน 2020) ยอดสะสมรวม 14,951 คน ถือได้ว่าเป็นสถานการณ์ที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง หากพิจารณาการรับมือกับโรคระบาดของทางสิงคโปร์ต้องยอมรับว่ามีประสิทธิภาพเป็นอย่างมากในแง่ของพลเมืองสิงคโปร์ แต่รอยรั่วสำคัญของการรับมือครั้งนี้ก็คือไม่ได้ครอบคลุมคนในประเทศหมดทุกคน โดยเฉพาะ “แรงงานต่างชาติ” ที่มีมากประมาณ 1.4 ล้านคน ถือเป็นร้อยละ 40 ของแรงงานทั้งหมดในประเทศ โดยส่วยมากก็มีการอาศัยในหอพักทั้งของรัฐบาล และเอกชน ปัจจัยสำคัญของการระบาดครั้งนี้ “หอพักแรงงานต่างชาติ” ด้วยมีความแออัด ส่งผลให้คนเว้นระยะห่างทางสังคม (social distancing) แทบจะไม่ได้เลย อีกปัจจัยหนึ่งที่สำคัญก็คือ มาตรการแพทย์ต้องทำงานในโรงพยาบาลแห่งเดียว, การกักบริเวณคนงานในหอพัก ทำให้ปัจจัยที่คนจะอยู่ในพื้นที่เสี่ยงมีมากขึ้น โดยการแพร่ระบาดสำคัญในกลุ่มแรงงานมากที่สุด คือ หอพักคนงานก่อสร้าง เอส 11 ที่เขตปังกอล โดยผู้ติดเชื้อเป็นคนในหอพักนี้จากนั้นได้ไปที่ศูนย์การค้ามุสตาฟา และโครงการก่อสร้าง ทำให้เกิดการแพร่เชื้อให้เพื่อนร่วมงานในบริวเณโดยรอบ โดยปัจจุบันหอพักคนงานต่างชาติได้เป็นเขตกักโรคเพื่อการควบคุมการระบาดเรียบร้อยแล้ว บทเรียนสำคัญจากสิงคโปร์ประเทศไทยควรจะศึกษาเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นภายในประเทศ เป็นเรื่องของการควบคุมโรครอบด้าน โดยเฉพาะความเป็นอยู่ของแรงงานต่างชาติในประเทศไทย จากข้อมูลของสำนักบริหารแรงงานต่างด้าว โดยเป็นแรงงานที่ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้องมีมากเกือบ 3 ล้านคน (ข้อมูลกุมภาพันธ์ 2020) ยังไม่นับรวมที่ไม่ได้แจ้งในระบบทะเบียนอีก โดยเฉพาะในกรุงเทพมหานคร ชลบุรีสมุทรปราการ ปทุมธานี และระยอง ประเทศไทยเราต้องมีมาตรการในการคัดกรองแรงงานต่างชาติ และตรวจสอบการเดินทาง รวมถึงไม่ให้อยู่กันแบบแออัด ให้นายจ้างมีการคัดกรองลูกจ้างของตนเอง โดยล่าสุดกระทรวงแรงงานก็มี 10 มาตรการที่ควบคุม และเป็นแนวทางเพื่อมิให้การแพร่ระบาดของโรคโควิด – 19 กระจายในกลุ่มแรงงานต่างด้าวอย่างน่าสนใจ พร้อมทั้งมีการตรวจโรคอย่างทั่วถึงแรงงานต่างด้าวเข้าถึงได้ มีการประชาสัมพันธ์อย่างครอบคลุมจะทำให้แรงงานต่างด้าวในไทยเรามีโอกาสติดเชื้อและนำมาแพร่ระบาดน้อยลง สุดท้ายของบทความนี้ ผมคิดว่าแม้ประเทศไทยของเราจะมียอดผู้ติดเชื้อลดลง แต่ก็อย่านิ่งนอนใจ ขอให้ดูบทเรียนจาก "สิงคโปร์" เพราะโควิด – 19 เป็นข้าศึกที่เข้ามาทำร้ายเราโดยไม่รู้ตัวตน ดังนั้นการปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และการเว้นระยะห่างทางสังคม (social distancing) มีความสำคัญเป็นอย่างมากที่ไม่ควรปล่อยปละละเลย ภาพที่ 1 โดย zhugher จาก Pixabay / ภาพที่ 2 โดย Anjali Mehta จาก Unsplash / ภาพที่ 3 โดย Timo Wagner จาก Unsplash / ภาพถ่ายหน้าปกโดย Arulonline จาก Pixabay