เมื่อพูดถึงเกาหลี หลายคนคงนึกถึงซีรีส์สุดฟิน อาหารแสนอร่อย หรือวงการ K-Pop ที่โด่งดังไปทั่วโลก แต่รู้หรือไม่ว่าเกาหลีก็มีเรื่องเล่าผีและตำนานสยองขวัญที่น่าสนใจไม่แพ้ประเทศอื่นเลย เรื่องราวเหล่านี้ถูกเล่าต่อกันมาหลายร้อยปี ผ่านทั้งนิทานพื้นบ้าน ความเชื่อทางศาสนา และตำนานท้องถิ่น จนกลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมเกาหลี ความน่าสนใจของผีเกาหลีคือ หลายตนไม่ได้เกิดขึ้นมาเพื่อสร้างความกลัวเพียงอย่างเดียว แต่ยังสะท้อนความเชื่อเรื่องความรัก ความแค้น ความกตัญญู และการจากลาอีกด้วย บางเรื่องฟังแล้วน่ากลัว บางเรื่องกลับชวนเศร้าจนอดสงสารไม่ได้ วันนี้เราจะพาไปรู้จักกับ 13 ผีเกาหลีชื่อดัง ที่หลายตัวกลายเป็นแรงบันดาลใจให้กับหนังและซีรีส์สยองขวัญยอดนิยมมากมาย 1. ชอนยอควีชิน (Cheonyeo Gwishin) – ผีสาวพรหมจารี หากมีการจัดอันดับผีที่คนเกาหลีรู้จักมากที่สุด ชื่อของชอนยอควีชินคงติดอันดับต้น ๆ อย่างแน่นอน ผีประเภทนี้เชื่อกันว่าเป็นวิญญาณของหญิงสาวที่เสียชีวิตก่อนแต่งงาน ตามความเชื่อดั้งเดิมของชาวเกาหลี การได้แต่งงานและมีครอบครัวถือเป็นหนึ่งในเป้าหมายสำคัญของชีวิต ดังนั้นหากหญิงสาวเสียชีวิตก่อนถึงวันนั้น วิญญาณของเธออาจยังคงมีความอาลัยและไม่สามารถจากโลกนี้ไปได้ ลักษณะของผีสาวพรหมจารีมักถูกเล่าว่าเป็นหญิงผมยาวสีดำ สวมชุดฮันบกสีขาว ใบหน้าซีดเซียว และมักปรากฏตัวในเวลากลางคืนตามบ้านร้าง ป่า หรือสุสาน สิ่งที่น่ากลัวไม่ใช่เพราะเธอดุร้าย แต่เป็นภาพลักษณ์ที่เงียบงันและชวนวังเวงมากกว่า หลายคนบอกว่าหากเดินอยู่คนเดียวแล้วเห็นหญิงสาวชุดขาวยืนอยู่ไกล ๆ แบบไม่ขยับตัวเลย ต่อให้ไม่ใช่ผีก็คงขนลุกไม่น้อย 2. ชองกักควีชิน (Chonggak Gwishin) – ผีหนุ่มโสด เมื่อมีผีสาวพรหมจารี ก็ต้องมีเวอร์ชันผู้ชายด้วยเช่นกัน ชองกักควีชินคือวิญญาณของชายหนุ่มที่เสียชีวิตก่อนแต่งงาน ตามความเชื่อในอดีต ผู้ชายที่ยังไม่ได้สร้างครอบครัวหรือทำหน้าที่ตามประเพณีให้สมบูรณ์ อาจมีความค้างคาใจจนไม่สามารถไปสู่ภพหน้าได้ เรื่องเล่าส่วนใหญ่บรรยายว่าผีชนิดนี้สวมชุดโบราณของเกาหลีหรือชุดไว้ทุกข์ มีสีหน้าหม่นหมองและดูเศร้าสร้อยมากกว่าน่ากลัว บางตำนานกล่าวว่าพวกเขามักปรากฏตัวในคืนที่เงียบสงัด หรือบริเวณบ้านเก่าที่เคยอาศัยอยู่ ความหลอนของชองกักควีชินจึงไม่ได้มาจากการหลอกหลอนอย่างรุนแรง แต่เป็นความรู้สึกเหงาและเศร้าที่แผ่ออกมาจนคนที่พบเห็นรู้สึกไม่สบายใจ 3. มุลกวีชิน (Mul Gwishin) – ผีจมน้ำ มุลกวีชินเป็นผีที่เกี่ยวข้องกับน้ำโดยตรง เชื่อว่าเป็นวิญญาณของผู้ที่เสียชีวิตจากการจมน้ำ ไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุหรือการจบชีวิตตัวเอง วิญญาณเหล่านี้ยังไม่สามารถไปสู่สุขคติได้ จึงยังคงวนเวียนอยู่บริเวณแม่น้ำ ทะเล หรือทะเลสาบที่ตนเสียชีวิต เรื่องเล่าที่ถูกพูดถึงบ่อยคือการได้ยินเสียงคนร้องขอความช่วยเหลือจากกลางน้ำ ทั้งที่มองไม่เห็นใครอยู่เลย บางตำนานเล่าว่าผีจมน้ำจะปรากฏตัวในสภาพเปียกโชก ผมยาวปิดใบหน้า และพยายามเรียกให้คนเข้าไปใกล้น้ำ ความเชื่อนี้ทำให้เด็กเกาหลีในอดีตถูกเตือนเสมอว่าไม่ควรออกไปเล่นน้ำตามลำพัง โดยเฉพาะในช่วงกลางคืน เพราะไม่มีใครรู้ว่าสิ่งที่กำลังเรียกเราอยู่นั้นเป็นคนหรือวิญญาณกันแน่ 4. ดัลกยัลกวีชิน (Dalgyal Gwishin) – ผีไร้ใบหน้า ผีชนิดนี้อาจไม่ได้มีเลือดสาดหรือรูปลักษณ์น่ากลัวแบบหนังสยองขวัญ แต่กลับเป็นหนึ่งในผีที่ชวนขนลุกที่สุด เพราะมันไม่มีใบหน้าเลยแม้แต่น้อย บริเวณที่ควรมีตา จมูก และปาก กลับเรียบเนียนเหมือนไข่ต้ม จึงเป็นที่มาของชื่อ "ดัลกยัล" ที่แปลว่าไข่ หลายคนบอกว่าความน่ากลัวของผีชนิดนี้อยู่ที่สมองของเราพยายามมองหาใบหน้าแต่กลับหาไม่เจอ จึงเกิดความรู้สึกผิดปกติอย่างรุนแรง เรื่องเล่าบางแห่งกล่าวว่าผู้ที่เห็นผีไร้ใบหน้ามักเกิดอาการหวาดกลัวจนขยับตัวไม่ได้ และบางคนถึงขั้นเป็นไข้หลังจากกลับบ้านเลยทีเดียว 5. กวีชิน (Gwishin) – วิญญาณอาฆาต คำว่า "กวีชิน" เป็นคำเรียกผีโดยรวมในภาษาเกาหลี แต่เมื่อพูดถึงในตำนานสยองขวัญ มักหมายถึงวิญญาณที่เสียชีวิตอย่างไม่เป็นธรรม และยังคงมีความแค้นติดตัวอยู่ ผีประเภทนี้อาจเคยถูกฆาตกรรม ถูกใส่ร้าย หรือถูกหักหลังจากคนใกล้ตัว เมื่อเสียชีวิตลงจึงไม่สามารถปล่อยวางได้ และกลับมาทวงคืนความยุติธรรมในแบบของตัวเอง เรื่องเล่าหลายเรื่องของเกาหลีมีจุดเริ่มต้นจากผีลักษณะนี้ เพราะเป็นแนวคิดที่ทำให้คนรู้สึกทั้งกลัวและเห็นใจในเวลาเดียวกัน บางครั้งผู้ร้ายในเรื่องอาจไม่ใช่ผี แต่เป็นมนุษย์ที่เคยทำร้ายผีเหล่านั้นต่างหาก 6. โจซึงซาจา (Jeoseung Saja) – ยมทูตแห่งโลกวิญญาณ โจซึงซาจาเป็นตัวละครสำคัญในความเชื่อเรื่องโลกหลังความตายของเกาหลี แม้จะไม่ใช่ผีโดยตรง แต่ก็เกี่ยวข้องกับวิญญาณอย่างมาก เพราะมีหน้าที่รับดวงวิญญาณของผู้เสียชีวิตไปยังโลกหน้า ในตำนานมักถูกบรรยายว่าเป็นชายในชุดดำ สวมหมวกสีดำ และถือสมุดบันทึกรายชื่อผู้ที่หมดอายุขัย หลายคนเปรียบเทียบว่าเขาเป็นยมทูตเวอร์ชันเกาหลีนั่นเอง สิ่งที่น่าสนใจคือโจซึงซาจาไม่ได้ถูกมองว่าเป็นปีศาจร้าย แต่เป็นเจ้าหน้าที่ของโลกวิญญาณที่ทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา เพียงแค่การปรากฏตัวของเขามักหมายถึงจุดสิ้นสุดของชีวิตมนุษย์ จึงทำให้ผู้คนรู้สึกหวาดกลัวโดยธรรมชาติ 7. กูมีโฮ (Gumiho) – จิ้งจอกเก้าหาง กูมีโฮเป็นตำนานที่ได้รับความนิยมอย่างมากในเกาหลี และถูกนำไปสร้างเป็นซีรีส์หลายเรื่องจนคนทั่วโลกรู้จัก แม้จะไม่ใช่ผีโดยตรง แต่ก็ถือเป็นสิ่งเหนือธรรมชาติที่น่าสะพรึงกลัว ตามตำนานดั้งเดิม กูมีโฮคือจิ้งจอกที่มีอายุยืนยาวจนมีเก้าหาง และสามารถแปลงร่างเป็นหญิงสาวสวยได้ เธอใช้ความงดงามล่อลวงมนุษย์ก่อนจะดูดพลังชีวิตหรือกินอวัยวะภายในเพื่อเพิ่มพลังให้ตนเอง แม้ในยุคปัจจุบันภาพลักษณ์ของกูมีโฮจะดูน่ารักและโรแมนติกขึ้น แต่ต้นกำเนิดจริง ๆ ของเธอนั้นน่ากลัวไม่น้อยเลย 8. อากวี (Agwi) – เปรตผู้หิวโหย ถ้าให้เปรียบเทียบกับความเชื่อของไทย อากวีก็ค่อนข้างคล้ายกับเปรต เป็นวิญญาณที่ต้องทนทุกข์กับความหิวโหยตลอดเวลา เพราะผลกรรมที่เคยทำไว้ในตอนมีชีวิต คนเกาหลีเชื่อว่าผู้ที่โลภมาก เห็นแก่ตัว หรือไม่รู้จักแบ่งปัน เมื่อเสียชีวิตแล้วอาจกลายเป็นอากวี วิญญาณประเภทนี้จะรู้สึกหิวอยู่ตลอด แต่ไม่สามารถกินอาหารได้อย่างปกติ บางตำนานเล่าว่าปากของพวกมันเล็กมากจนแทบกินอะไรไม่ได้เลย จึงต้องทรมานอย่างไม่มีที่สิ้นสุด เรื่องเล่านี้มักถูกใช้เป็นคำสอนให้คนรู้จักการแบ่งปันและทำความดีต่อผู้อื่น 9. อากีควีชิน (Agi Gwishin) – ผีเด็ก ผีเด็กเป็นอีกหนึ่งตำนานที่พบได้บ่อยในหลายประเทศ รวมถึงเกาหลีด้วย เชื่อกันว่าเป็นวิญญาณของเด็กที่เสียชีวิตก่อนวัยอันควร และยังไม่เข้าใจว่าตัวเองจากโลกนี้ไปแล้ว หลายเรื่องเล่ากล่าวถึงเสียงหัวเราะ เสียงวิ่งเล่น หรือเสียงร้องไห้ของเด็กในสถานที่ร้าง แม้จะฟังดูน่ากลัว แต่หลายคนกลับรู้สึกสงสารมากกว่ากลัว เพราะมองว่าวิญญาณเหล่านี้เพียงต้องการความรัก ความอบอุ่น และการจดจำจากผู้คน บางตำนานยังเล่าว่าผีเด็กมักปรากฏตัวเพื่อขอความช่วยเหลือมากกว่าที่จะมาทำร้ายใคร 10. ผีโรงเรียนร้าง โรงเรียนร้างถือเป็นสถานที่ยอดฮิตของเรื่องผีเกาหลีแทบทุกยุค ทุกสมัย เพราะเป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยความทรงจำ ความเครียด และเรื่องราวของผู้คนจำนวนมาก เรื่องเล่าที่พบบ่อยคือเสียงโต๊ะเก้าอี้เคลื่อนที่เอง เสียงฝีเท้าในทางเดิน หรือเสียงเด็กนักเรียนพูดคุยกันในช่วงดึกทั้งที่ไม่มีใครอยู่ หลายโรงเรียนยังมีตำนานเฉพาะของตัวเองจนกลายเป็นเรื่องเล่าประจำพื้นที่ ความน่ากลัวอยู่ตรงที่โรงเรียนเป็นสถานที่ที่ทุกคนคุ้นเคย เมื่อสิ่งคุ้นเคยกลายเป็นสิ่งน่ากลัวขึ้นมา จึงยิ่งทำให้ผู้คนรู้สึกหลอนมากกว่าเดิม 11. ผีห้องน้ำ ถ้าคุณเคยได้ยินเรื่องผีห้องน้ำในโรงเรียนไทย เกาหลีก็มีเรื่องเล่าแบบเดียวกัน และได้รับความนิยมไม่แพ้กันเลย ตำนานส่วนใหญ่เล่าถึงวิญญาณที่สิงอยู่ในห้องน้ำของโรงเรียนเก่า ๆ โดยเฉพาะห้องสุดท้ายที่อยู่ลึกที่สุด เด็กนักเรียนมักท้ากันให้เข้าไปใช้ห้องน้ำคนเดียวในช่วงเย็นหรือกลางคืน เรื่องเล่าบางแห่งบอกว่าจะได้ยินเสียงเคาะประตูจากห้องข้าง ๆ ทั้งที่ไม่มีใครอยู่ หรือเห็นเงาคนยืนอยู่ในกระจกแล้วหายไปในพริบตา แม้จะเป็นเพียงตำนาน แต่ก็ทำให้หลายคนไม่กล้าเข้าห้องน้ำคนเดียวในเวลากลางคืน 12. ผีอุโมงค์ อุโมงค์หลายแห่งในเกาหลีมีเรื่องเล่าลี้ลับที่ถูกส่งต่อกันมาหลายสิบปี โดยเฉพาะอุโมงค์ที่เคยเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงหรือมีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก ผู้ขับรถบางคนเล่าว่าเห็นหญิงสาวชุดขาวยืนอยู่กลางถนน เมื่อขับผ่านไปแล้วหันกลับมามองอีกครั้งกลับไม่พบใครอยู่เลย บางคนเล่าว่ารับผู้โดยสารขึ้นรถจากปากอุโมงค์ แต่เมื่อมองกระจกหลังกลับพบว่าเบาะว่างเปล่า เรื่องราวเหล่านี้กลายเป็นตำนานเมืองที่ยังคงสร้างความขนลุกให้กับผู้คนมาจนถึงทุกวันนี้ 13. ผีบ้านร้าง บ้านร้างเป็นสถานที่ที่แทบทุกประเทศมีเรื่องเล่าผีประจำตัว และเกาหลีก็เช่นกัน บ้านที่ถูกปล่อยทิ้งไว้นาน ๆ มักเต็มไปด้วยบรรยากาศเงียบสงัด ฝุ่นหนา และความรู้สึกวังเวงจนหลายคนไม่กล้าเข้าไปใกล้ ตำนานบางแห่งเล่าว่ามีคนได้ยินเสียงเดิน เสียงเปิดประตู หรือเสียงพูดคุยดังออกมาจากบ้านทั้งที่ไม่มีผู้อยู่อาศัย บางคนเห็นแสงไฟสว่างขึ้นเองในเวลากลางคืน แม้หลายเหตุการณ์อาจมีคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ แต่เมื่อรวมกับบรรยากาศที่น่าขนลุกแล้ว ก็ไม่แปลกที่บ้านร้างจะกลายเป็นฉากหลักของเรื่องผีมากมาย สรุป ตำนานผีเกาหลีไม่ได้มีแค่ความน่ากลัว แต่ยังสะท้อนวัฒนธรรม ความเชื่อ และวิถีชีวิตของผู้คนในอดีตได้อย่างน่าสนใจ ผีบางตนเกิดจากความรักที่ไม่สมหวัง บางตนเกิดจากความแค้น หรือบางตนก็เป็นเพียงเรื่องเล่าที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อเตือนใจคนรุ่นหลัง ไม่ว่าจะจริงหรือไม่ก็ตาม เรื่องราวเหล่านี้ยังคงถูกเล่าต่อผ่านหนัง ซีรีส์ และนิทานพื้นบ้านอยู่เสมอ และนั่นก็เป็นเหตุผลที่ทำให้ตำนานผีเกาหลียังคงมีเสน่ห์และน่าค้นหาจนถึงทุกวันนี้ รูปภาพทั้งหมดโดย A.I. เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !