สวัสดีครับวันนี้ผมอยากจะมาแชร์ประสบการณ์การผ่อนหนี้บ้าน ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่ผมเคยผ่านมา ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่าก่อนหน้านี้ผมเองนั้นมีบ้านอยู่ในตัวเมืองที่ต่างจังหวัด แต่เมื่อมาวันนึงทางครอบครัวผมต้องการจะย้ายบ้านมาอยู่ต่างอำเภอ เนื่องจากแม่ผมนั้นมีที่ดินเปล่าอยู่หนึ่งแปลง จึงต้องการกู้เงินเพื่อมาสร้างบ้านและในขณะนั้นผมยังทำงานประจำอยู่ที่บริษัทแห่งหนึ่งจึงทำให้ผมนั้นสามารถทำเรื่องกู้เงินจากธนาคารแห่งหนึ่งได้ วันนี้จึงอยากจะนำประสบการณ์ในการผ่อนบ้านมาเล่าสู่กันฟังครับ เงื่อนไขในการกู้เงิน อันดับแรกคือผมต้องนำบ้านหลังเก่าไปจำนองกับธนาคารและเนื่องจากบ้านนั้นเป็นชื่อของพ่อ ผมจึงต้องทำเรื่องเป็นการซื้อบ้านต่อจากพ่อของตัวเอง โดยกู้มาทั้งหมด 1,100,000 บาท และมีค่างวดที่ต้องผ่อนเดือนละ 7,900 บาท ส่วนบ้านหลังเก่านั้นผมปล่อยให้คนเช่า ได้ค่าเช่าเดือนละ 5,000 บาท ทำให้ผมต้องหาเงินเพิ่มอีกเดือนละ 2,900 บาท ผ่อนครบ 3 ปี จนเมื่อผ่อนจนครบ 3 ปี ก็เริ่มรู้สึกแปลกๆเพราะบางเดือนเงินที่จ่ายไปจะตัดเป็นดอกเบี้ยทั้งหมด ผมจึงได้เริ่มกลับไปทบทวนสัญญาเงินกู้และหาข้อมูลจากอินเตอร์เน็ต ก็พบว่ามันหมดโปรโมชั่นหลังจาก 3 ปี จากนั้นผมจึงเริ่มค้นคว้าหาข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตต่อว่าควรต้องทำอย่างไรต่อจากนี้ จึงพบว่ามีอยู่ 2 วิธีคือการเข้าไปคุยกับธนคารเดิมเพื่อขอลดดอกเบี้ยหรือทำการย้ายธนคารใหม่หรือที่เรียกกันว่า รีไฟแนนซ์ ผมจึงเลือกวิธีแรกคือการขอลดดอกเบี้ยเพราะไม่อยากยุ่งยากในการย้ายธนาคารใหม่ จากนั้นผมจึงได้เข้าไปคุยกับทางธนาคาร ปรากฏว่าถ้าเข้าโครงการลดดอกเบี้ยผมต้องเสียเงินอีก 1 หมื่นบาท และยังต้องเสียค่าผ่อนรายเดือนเท่าเดิม ผมจึงหันไปเลือกอีกทางคือรีไฟแนนซ์เปลี่ยนธนาคารใหม่ รีไฟแนนซ์บ้าน จากข้อที่แล้วเมื่อผมเลือกที่จะรีไฟแนนซ์บ้านใหม่ ผมจึงได้ทำการไปหาธนาคารอื่นๆเพื่อขอข้อมูลและรายละเอียดในการรีไฟแนนซ์บ้าน ผมไปทุกธนาคารและจดรายละเอียดของแต่ละธนาคารเพื่อมาเปรียบเทียบกัน สรุปว่ามีอยู่ 1 ธนาคารที่ดีที่สุด คือธนาคารอื่นๆจะบังคับทำประกันชีวิต บางธนาคารก็มีตัวเลือกเช่น ถ้าทำประกันดอกเบี้ยจะถูก แต่ถ้าไม่ทำดอกเบี้ยจะแพง แต่ธนาคารที่ผมเลือกเขาบอกเลยว่าจะทำหรือไม่ทำก็ได้ ทำแค่อย่างเดียวคือประกันไฟไหม้เพราะกฏหมายกำหนด และมีค่าผ่อนต่องวดคือเดือนละ 3,900 บาท และหากจ่ายเกินนี้คือตัดเงินต้นทั้งหมด ผ่อนกับธนาคารใหม่ หลังจากที่ผมรีไฟแนนซ์สำเร็จผมจึงเริ่มผ่อนกับธนาคารใหม่ โดยมีโปรโมชั่น 3 ปีเช่นกัน คือผ่อนเดือนละ 3,900 บาท แต่หากครบ 3 ปีค่างวดจะเป็น 5,400 บาท และจากเดิมที่ผมกล่าวไว้ข้างต้นคือบ้านหลังเก่าผมได้ค่าเช่าเดือนละ 5,000 บาท และเงื่อนไขธนาคารใหม่คือผ่อนเดือนละ 3,900 บาทหากจ่ายเกินจะตัดเงินต้นทั้งหมด ผมก็นำเงินค่าเช่า 5,000 บาทจ่ายเกินจนหมดและยังไปหาอาชีพเสริมเพื่อนำมาจ่ายเพิ่มไปอีกเพื่ ลดเงินต้นให้ได้มากที่สุด และข้อดีอีกอย่างของธนาคารนี้คือหากผ่อนครบ 3 ปี สามารถมาขอลดดอกเบี้ยได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเลยสักบาทและยังกลับไปผ่อนในราคา 3,900 บาทเหมือนเดิม ขอเงินประกันคืนจากธนาคารเดิม ข้อนี้นั้นหลายๆคนไม่รู้เนื่องจากธนาคารเขาจะไม่บอกว่าสามารถขอเงินประกันคืนได้ เนื่องจากตอนเราทำสัญญากู้เงินนั้นธนาคารส่วนใหญ่เขาจะให้เราทำประกันชีวิตมาด้วยเลย เมื่อเราย้ายธนาคารใหม่ก็สามารถไปขอเงินส่วนนี้คืนได้ และผมเองนั้นได้คืนมาหลักหมื่นบาท ซึ่งเรื่องนี้นั้นผมได้ความรู้มาจากอินเตอร์เน็ต ขายบ้านหลังเก่า เมื่อผมผ่อนกับธนาคารใหม่จนครบ 3 ปี จึงเกิดความคิดที่จะขายบ้านหลังเก่า เพราะด้วยบ้านหลังเก่าได้ค่าเช่าเดือนละ 5,000 ก็จริงแต่เราก็ยังต้องผ่อนกับธนาคารอยู่ และด้วยที่บ้านหลังใหม่ผมนั้นยังมีพื้นที่เหลืออยู่อีก จึงคิดที่จะขายบ้านหลังเก่าเอาเงินใช้หนี้ธนาคารให้หมดแล้วนำเงินส่วนที่เหลือมาทำห้องเช่า อย่างน้อยก็ยังได้ค่าเช่าโดยที่เราไม่ต้องไปผ่อนกับธนาคาร ในตอนนั้นผมเหลือหนี้อยู่ราวๆ 8 แสนบาท และผมขายบ้านไปในราคา 1.35 ล้านบาท เมื่อใช้หนี้ธนาคารไปทำให้เหลือเงินมาทำห้องเช่าได้ 2 ห้อง นี่ก็เป็นประสบการณ์การผ่อนบ้านทั้งหมดที่ผมเคยผ่านมาที่อยากนำมาเล่สู่กันฟัง เนื่องจากยังมีอีกหลายๆคนที่อาจจะยังไม่รู้ไม่ว่าจะเป็นการรีไฟแนนซ์ การขอลดดอกเบี้ย การเปรียบเทียบราคาหรือเรื่องเงินประกัน ซึ่งผมเองนั้นก็ไม่เคยมีความรู้มาก่อน จนเมื่อศึกษาทางอินเตอร์เน็ตก็พบว่ายังมีวิธีการช่วยให้เราผ่อนบ้านได้เร็วขึ้นอีกหลายวิธี คิดว่าบทความนี้น่าจะเป็นประโยชน์กับอีกหลายคนที่กำลังผ่อนบ้านอยู่ครับ ภาพปก โดย gabedejong จาก pixabay ภาพที่ 1 โดย dMz จาก pixabay ภาพที่ 2 โดย pexels จาก pixabay ภาพที่ 3 โดย newhouse จาก pixabay ภาพที่ 4 โดย H031175 จาก pixabay เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !