ตำรวจทางหลวงโคราช โชว์จับรถสวมทะเบียน

ตำรวจทางหลวงโคราช โชว์จับรถสวมทะเบียน
ข่าวสด
4 กุมภาพันธ์ 2564 ( 11:18 )
26
ตำรวจทางหลวงโคราช โชว์จับรถสวมทะเบียน

ตำรวจทางหลวงโคราช โชว์จับรถสวมทะเบียน หลังผู้เสียหายได้รับใบสั่งรถเร็ว แต่ไม่ได้ขับรถไปที่เกิดเหตุ คาดว่าถูกสวมทะเบียน จึงร้องให้ช่วยเหลือ

 

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 3 ก.พ.2564 พ.ต.ท.วิษณุ คำโนนม่วง ส.ทล.1 กก.6 บก.ทล., ร.ต.อ.มนตรี ศรีวัฒนกุล รอง สว.ส.ทล.1 กก.6 บก.ทล พร้อมตำรวจทางหลวงนครราชสีมา ร่วมกันสกัดจับรถสวมทะเบียนของผู้เสียหายที่ถูกใบสั่งรถเร็ว บริเวณถนนมิตรภาพ ริมลำตะคอง ต.หนองสาหร่าย อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา

 

 

พร้อมของกลาง รถยนต์ส่วนบุคคลยี่ห้อมาสด้า สีแดง ป้ายทะเบียน 9 กภ 8545 กรุงเทพมหานคร จำนวน 1 คัน แผ่นป้ายทะเบียนรถ และแผ่นป้ายแสดงการเสียภาษีปลอม

สืบเนื่องจากนางสาว ศศิวิกราณฑ์ พิมพ์สกุล เจ้าของรถมาสดาทะเบียน 9 กภ 8545 กทม. ซึ่งเป็นเจ้าของรถตัวจริง ได้รับใบสั่งความเร็วของตำรวจทางหลวงในพื้นที่ จ.อยุธยา แต่ไม่เคยเดินทางไปในพื้นที่ดังกล่าวแต่อย่างใด เชื่อว่าน่าจะเป็นรถสวมทะเบียนปลอม จึงแจ้งให้ตำรวจทางหลวงช่วยตรวจสอบ

 

ต่อมา พ.ต.ท.วิษณุ คำโนนม่วง สารวัตรตำรวจทางหลวงนครราชสีมาสืบทราบว่า รถคันดังกล่าวอยู่ในพื้นที่ จึงทำการสกัดจับได้ที่ถนนมิตรภาพ ช่วงริมตะคอง ขณะที่ผู้ต้องหากำลังขับรถเข้า กทม. นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลาง ส่ง พนักงานสอบสวนดำเนินคดี โดยกล่าวหาว่า ปลอมและใช้เอกสารราชการปลอม

พ.ต.ท.วิษณุ กล่าวเพิ่มเติมว่า “รถสวมทะเบียนคันดังกล่าว มีรูปพรรณรถ สี เหมือนรถของจริงทุกประการ เพียงแต่ต่างกันที่แผ่นป้ายทะเบียน ซึ่งหากตำรวจไม่สังเกตุเห็นขับบนท้องถนน คงไม่ได้เอะใจอะไร แต่ด้วยที่ผู้เสียหายได้ร้องขอความช่วยเหลือมา เราจึงวางแผนจับกุมมานานเกือบ 2 สัปดาห์ และเมื่อนำรถมาตรวจสอบในระบบพบว่า เป็นรถสวมทะเบียน สอบถามผู้ต้องหารับว่า เป็นรถที่รับจำนำมาในราคา 280,000 บาท

 

 

ทั้งนี้ฝากไปยังพี่น้องประชาชนหากได้รับใบสั่งที่ถูกสวมทะเบียนให้แจ้งไปยังตำรวจผู้ที่ออกใบสั่ง เพื่อสืบสวนติดตามจับกุม วันนี้เราดีใจที่ได้ช่วยประชาชนในเรื่องจับรถสวมทะเบียน และยังมีข้อมูลอีกหลายคันที่เราเฝ้าติดตามจับกุมต่อไป

สำหรับการจับกุมดังกล่าวเป็นไปตามนโยบาย พล.ต.ต.เอกราช ลิ้มสังกาศ ผบก.ทล, พ.ต.อ.พฤทธิพงศ์ นุชนารถ, พ.ต.อ.พิชญ์รุจ กุลวิมลประทีป ผกก.6 บก.ทล เพื่อจะให้ขบวนการรถสวมทะเบียนหมดไปจากถนนหลวง”