พณ.ดันใช้เอฟทีเอ ฝ่าวิกฤตโควิด สร้างแต้มต่อส่งออก พุ่งเป้าอินเดีย-จีน

พณ.ดันใช้เอฟทีเอ ฝ่าวิกฤตโควิด สร้างแต้มต่อส่งออก พุ่งเป้าอินเดีย-จีน
มติชน
23 กรกฎาคม 2564 ( 18:35 )
8
พณ.ดันใช้เอฟทีเอ ฝ่าวิกฤตโควิด สร้างแต้มต่อส่งออก พุ่งเป้าอินเดีย-จีน

ข่าววันนี้  นายสินิตย์ เลิศไกร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดงานสัมมนาออนไลน์ เรื่อง “FTA นำเกษตรไทย ทะลุโควิด ตะลุยตลาดมังกรและแดนภารตะ” เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม จัดโดยกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ว่า การสัมมนาครั้งนี้ ดำเนินตามนโยบายของกระทรวงพาณิชย์ ที่มุ่งเน้นการเร่งขยายตลาดให้กับสินค้าไทยส่งออกไปต่างประเทศ โดยเฉพาะตลาดใหญ่ที่มีศักยภาพอย่างจีนและอินเดีย ซึ่งมีประชากรมากเป็นอันดับ 1 และ 2 ของโลก ผู้บริโภคมีกำลังซื้อสูงและนิยมสินค้าของไทย จึงเป็นโอกาสของผู้ประกอบการไทยที่จะสามารถส่งออกสินค้าเพิ่มมากขึ้น ประกอบกับจีนและอินเดีย เป็นประเทศที่ไทยมีความตกลงการค้าเสรี (FTA) ด้วย ซึ่งจะช่วยสร้างแต้มต่อและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยได้

 

ทั้งนี้ ในการสัมมนาครั้งนี้ ได้นำทีมวิทยากรทั้งจากภาครัฐและเอกชนมาให้ความรู้ความเข้าใจแก่ผู้ประกอบการด้านสินค้าเกษตร อาหาร และอาหารแปรรูปของไทย ทั้งเรื่องกลยุทธ์การเจาะตลาดสินค้าเกษตรไปตลาดโลก การปรับปรุงและพัฒนามาตรฐานสินค้าเกษตร รวมถึงพฤติกรรมผู้บริโภคในยุคโควิด-19 แนวโน้มของตลาดจีนและอินเดีย และการใช้สิทธิประโยชน์จาก FTA พร้อมทั้งได้แลกเปลี่ยนความเห็นและแนวคิดการสร้างความแตกต่างของสินค้าไทยและเทรนด์อาหารในอนาคต

 

” เชื่อมั่นว่าเกษตรกรและผู้ประกอบการที่ต้องการขยายตลาดสินค้าเกษตร อาหาร และอาหารแปรรูป จะสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปปรับใช้เพื่อเตรียมความพร้อมส่งออกไปตลาดจีนและอินเดีย รวมทั้งใช้ประโยชน์จาก FTA สร้างแต้มต่อให้กับสินค้าเกษตรไทย ขณะเดียวกันต้องคำนึงถึงการรักษาคุณภาพมาตรฐานสินค้า และให้ความสำคัญกับกระบวนการผลิตที่ปลอดภัยต่อผู้บริโภค ซึ่งจะเป็นโอกาสสร้างรายได้ให้เกษตรกรและผู้ประกอบการไทย ในช่วงสถานการณ์วิกฤตโควิด-19 ได้มากขึ้น” นายสินิตย์ กล่าว

 

นายสินิตย์ กล่าวต่อว่า ปัจจุบันไทยมีความตกลงการค้าเสรีกับจีนและอินเดีย ได้แก่ FTA อาเซียน-จีน ไทย-อินเดีย และอาเซียน-อินเดีย ซึ่งส่งผลให้จีนและอินเดียได้ลดและยกเลิกการเก็บภาษีศุลกากรกับสินค้าส่งออกส่วนใหญ่จากไทยแล้ว ทำให้ผู้ประกอบการไทยได้เปรียบเมื่อต้องแข่งขันกับผู้ประกอบการจากประเทศอื่นในตลาดจีนและอินเดีย โดยนับตั้งแต่ปี 2548 ที่ไทยมี FTA กับจีน พบว่า ในปี 2563 การส่งออกของไทยไปจีนขยายตัวถึงร้อยละ 225 และนับตั้งแต่ปี 2547 ที่ไทยมี FTA กับอินเดีย พบว่า ในปี 2563 การส่งออกของไทยไปอินเดียขยายตัวถึงร้อยละ 500

 

โดยช่วง 5 เดือนแรกของปี 2564 การส่งออกของไทยไป 18 ประเทศคู่ FTA มีมูลค่ากว่า 8,428 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัวถึงร้อยละ 20 โดยไทยส่งออกสินค้าเกษตรไปจีนมูลค่ากว่า 4,459 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัวถึงร้อยละ 45 และไทยส่งออกสินค้าเกษตรไปอินเดียมูลค่ากว่า 100 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัวถึงร้อยละ 84 สินค้าเกษตรของไทยที่ขยายตัวได้ดีในตลาดจีนและอินเดีย เช่น ผลไม้สด ผลไม้แช่เย็น ผลไม้แช่แข็ง ยางพารา ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง เครื่องเทศ สมุนไพร ผลไม้กระป๋อง และผลไม้แปรรูป เป็นต้น แสดงเห็นถึงโอกาสการเติบโตของการค้าไทยที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้ทั่วโลกจะเผชิญกับสถานการณ์วิกฤตโควิด-19

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง