รีเซต

Tesla เปลี่ยนสายการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าเป็นหุ่นยนต์เดินหน้าผลิต Optimus อย่างเต็มตัว

Tesla เปลี่ยนสายการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าเป็นหุ่นยนต์เดินหน้าผลิต Optimus อย่างเต็มตัว
TNN ช่อง16
29 มกราคม 2569 ( 23:55 )
22

เทสลา (Tesla) ประกาศปรับทิศทางธุรกิจครั้งสำคัญ โดยเตรียมยุติการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าระดับเรือธงอย่าง โมเดล S (Model S) และโมเดล X (Model X) พร้อมวางแผนปรับโรงงานฟรีมอนต์ รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา ให้เป็นฐานการผลิตหลักของหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ ออปติมัส (Optimus) สะท้อนยุทธศาสตร์ใหม่ที่มุ่งสู่ระบบอัตโนมัติและปัญญาประดิษฐ์อย่างเต็มรูปแบบ 

อีลอน มัสก์ (Elon Musk) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของเทสลา เปิดเผยแผนดังกล่าวระหว่างการแถลงผลประกอบการไตรมาสที่ 4 ประจำปีงบประมาณ 2025 ซึ่งจัดขึ้นในเดือนมกราคม 2026 โดยระบุว่าบริษัทจะเริ่มลดกำลังการผลิตรถรุ่น Model S และ Model X และยุติการผลิตอย่างเป็นทางการภายในไตรมาสถัดไป พื้นที่สายการผลิตเดิมในโรงงานฟรีมอนต์จะถูกปรับใช้เพื่อรองรับการผลิตหุ่นยนต์ Optimus รุ่นที่ 3 ซึ่งออกแบบมาเพื่อการผลิตจำนวนมากตั้งแต่ต้น

บริษัท เทสลา (Tesla) ตั้งเป้าหมายการผลิตหุ่นยนต์ Optimus สูงถึง 1 ล้านตัวต่อปี และคาดว่าจะสามารถเริ่มเดินสายการผลิตเชิงพาณิชย์ได้ภายในช่วงปลายปี 2026 โดยมัสก์ชี้ว่า Optimus รุ่นใหม่จะเป็นหุ่นยนต์เอนกประสงค์ที่สามารถเรียนรู้จากการสังเกตพฤติกรรมมนุษย์ การโต้ตอบด้วยคำสั่งเสียง และระบบปัญญาประดิษฐ์ขั้นสูง ซึ่งถูกวางบทบาทให้เป็นหนึ่งในเสาหลักรายได้ระยะยาวของบริษัท

การตัดสินใจยุติการผลิต Model S และ Model X มีปัจจัยด้านโครงสร้างตลาดเป็นสำคัญ รถทั้งสองรุ่นเริ่มวางจำหน่ายในปี 2012 และ 2015 ตามลำดับ และถือเป็นรากฐานของแบรนด์เทสลาในช่วงบุกเบิกตลาดรถยนต์ไฟฟ้า อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันยอดขายรวมของ Model S และ Model X คิดเป็นเพียงราว 3 เปอร์เซ็นต์ของยอดส่งมอบรถยนต์ทั้งหมด ขณะที่ Model 3 และ Model Y ครองสัดส่วนสูงถึงประมาณ 97 เปอร์เซ็นต์ของยอดขายทั่วโลกในปีที่ผ่านมา

แม้จะมีการยุติการผลิตรถรุ่นเรือธงดังกล่าว แต่โรงงานฟรีมอนต์จะยังคงเดินหน้าผลิต Model 3 และ Model Y ต่อไป โดยมัสก์ย้ำว่าโรงงานแห่งนี้ยังคงเป็นโรงงานผลิตรถยนต์ที่มีกำลังการผลิตสูงที่สุดในทวีปอเมริกาเหนือ และเป็นศูนย์กลางการผลิตเชิงกลยุทธ์ของเทสลาในสหรัฐฯ

ในด้านผลกระทบต่อลูกค้า เทสลาระบุว่าผู้ที่สนใจซื้อ Model S และ Model X ยังสามารถสั่งจองได้ในช่วงเวลาที่เหลือของการผลิต ขณะที่เจ้าของรถรุ่นปัจจุบันจะยังคงได้รับบริการหลังการขาย การซ่อมบำรุง และการอัปเดตซอฟต์แวร์ตามปกติ

ด้านแรงงาน อีลอน มัสก์ยืนยันว่าการเปลี่ยนผ่านสู่การผลิตหุ่นยนต์จะไม่ส่งผลให้เกิดการเลิกจ้างพนักงานในโรงงานฟรีมอนต์ ตรงกันข้าม เทสลาคาดว่าจะมีการเพิ่มตำแหน่งงานด้านวิศวกรรม ระบบอัตโนมัติ และการผลิตขั้นสูง เพื่อรองรับการขยายกำลังการผลิตของ Optimus 

โดยทางด้านของนายราช ซัลวาน (Raj Salwan) นายกเทศมนตรีเมืองฟรีมอนต์ รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา แสดงท่าทีสนับสนุน โดยมองว่าการลงทุนด้านหุ่นยนต์เป็นสัญญาณเชิงบวกต่อเศรษฐกิจท้องถิ่น และสะท้อนความเชื่อมั่นในทักษะแรงงานของเมือง

การประกาศครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงที่บริษัท เทสลา (Tesla) กำลังเผชิญแรงกดดันจากผลประกอบการ โดยบริษัทมียอดขายลดลงเมื่อเทียบรายปีเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่ขยายการผลิตเชิงอุตสาหกรรม ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าโลก การหันมาเน้นธุรกิจหุ่นยนต์และ AI จึงถูกมองว่าเป็นความพยายามของมัสก์ในการวางตำแหน่งเทสลาใหม่ จากผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้า ไปสู่บริษัทเทคโนโลยีระบบอัตโนมัติเต็มรูปแบบในระยะยาว 

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง