อีกเสียง! ผลศึกษาเกาหลีใต้ชี้ วัคซีนผสมสูตร แอสตร้าฯ ตามด้วยไฟเซอร์ ก่อภูมิคุ้มกันสูง

อีกเสียง! ผลศึกษาเกาหลีใต้ชี้ วัคซีนผสมสูตร แอสตร้าฯ ตามด้วยไฟเซอร์ ก่อภูมิคุ้มกันสูง
มติชน
26 กรกฎาคม 2564 ( 18:10 )
47
อีกเสียง! ผลศึกษาเกาหลีใต้ชี้ วัคซีนผสมสูตร แอสตร้าฯ ตามด้วยไฟเซอร์ ก่อภูมิคุ้มกันสูง

 

เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ผลการศึกษาวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ของเกาหลีใต้พบว่า การฉีดวัคซีนผสมสูตร โดยฉีดวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าเข็มแรกและตามด้วยเข็มสองเป็นวัคซีนไฟเซอร์นั้น สามารถก่อภูมิคุ้มกันโรคโควิด-19 ได้สูงถึง 6 เท่า เมื่อเทียบกับการฉีดวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าทั้งสองเข็ม

 

 

ผลการศึกษานี้ทำการศึกษาจากกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์จำนวน 499 คน ในจำนวนนี้ 100 คน ได้รับวัคซีนผสมสูตร อีก 200 คน ได้รับวัคซีนไฟเซอร์/ไบออนเทคทั้ง 2 โดส ที่เหลือได้รับวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าทั้ง 2 โดสเช่นกัน พบว่า ทั้งหมดก่อภูมิคุ้มกันโรคที่ป้องกันเชื้อไวรัสบุกเข้าไปในเซลล์และทำสำเนาใหม่ได้ และผลการศึกษาของการฉีดวัคซีนสูตรผสม ยังแสดงให้เห็นว่าก่อภูมิคุ้มกันโรคในระดับเท่ากับกลุ่มที่ได้รับวัคซีนไฟเซอร์ทั้งสองโดส

 

 

สำนักงานควบคุมและป้องกันโรคเกาหลี(เคดีซีเอ)ระบุว่า การศึกษาของเกาหลีใต้ยังศึกษาถึงการยับยั้งเชื้อกลายพันธุ์ที่น่ากังวล(วีโอซี)ด้วย โดยไม่พบว่ามีกลุ่มใดในการศึกษาครั้งนี้มีภูมิคุัมกันลดลงเมื่อเจอกับเชื้อกลายพันธุ์อัลฟา ซึ่งพบครั้งแรกในอังกฤษ แต่ความสามารถในการยับยั้งไวรัสลดลง 2.5-6 เท่า เมื่อเจอกับสายพันธุ์เบต้า, แกมมา และ เดลต้า ซึ่งพบครั้งแรกในแอฟริกาใต้, บราซิล และ อินเดียตามลำดับ

 

 

ผลการศึกษาของอังกฤษที่เผยแพร่เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาก็ได้แสดงให้เห็นผลลัพท์คล้ายคลึงกัน ในการฉีดวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าเป็นเข็มแรกและตามด้วยวัคซีนไฟเซอร์เป็นเข็มสอง พบว่าตอบสนองต่อการผลิตที-เซลล์ หรือเซลล์เม็ดเลือดขาวได้ดีในการต่อสู้กับไวรัส และยังก่อภูมิคุ้มกันสูงกว่าเมื่อเทียบกับการฉีดวัคซีนไฟเซอร์เป็นเข็มแรกและวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าเป็นเข็มสอง

 

 

ข้อมูลข้างต้นเป็นการสนับสนุนเพิ่มเติมต่อการตัดสินใจของหลายประเทศที่เดินหน้าใช้วัคซีนผสมสูตร โดยการให้วัคซีนทางเลือกเป็นเข็มสองตามหลังวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า หลังจากพบว่าการฉีดวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า 2 เข็มมีความเชื่อมโยงกับอาการไม่พึงประสงค์จากการเกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตัน