รีเซต

เปิดแนวทางประหยัดพลังงาน ในชีวิตประจำวันที่ใครๆก็ทำได้ รับมือวิกฤตพลังงานโลก!

เปิดแนวทางประหยัดพลังงาน  ในชีวิตประจำวันที่ใครๆก็ทำได้  รับมือวิกฤตพลังงานโลก!
TNN ช่อง16
11 มีนาคม 2569 ( 12:00 )

ปัญหาการขาดแคลนพลังงานกำลังกลายเป็นความท้าทายสำคัญของโลกในยุคปัจจุบัน เนื่องจากความต้องการพลังงานของประชากรโลกเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่แหล่งพลังงานหลักอย่างน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ และถ่านหินมีปริมาณจำกัดและก่อให้เกิดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกซึ่งเป็นสาเหตุของภาวะโลกร้อน ดังนั้นการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพในชีวิตประจำวัน รวมถึงการหันมาใช้พลังงานทางเลือก จึงเป็นแนวทางสำคัญที่จะช่วยลดการใช้ทรัพยากร ลดค่าใช้จ่าย และช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมในระยะยาว

1. การใช้ไฟฟ้าในบ้านอย่างมีประสิทธิภาพ

การใช้ไฟฟ้าในครัวเรือนเป็นหนึ่งในแหล่งการใช้พลังงานที่สูงที่สุด โดยเฉพาะในเขตเมืองที่มีเครื่องใช้ไฟฟ้าหลากหลายชนิด เช่น โทรทัศน์ ตู้เย็น เครื่องซักผ้า และเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัว การเลือกใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพจึงมีความสำคัญอย่างมาก

ในประเทศไทยมีการกำหนด ฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 เพื่อช่วยให้ผู้บริโภคเลือกซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ เครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีฉลากนี้มักใช้พลังงานน้อยกว่าแต่ให้ประสิทธิภาพการทำงานใกล้เคียงหรือดีกว่าเครื่องทั่วไป นอกจากนี้การเลือกขนาดเครื่องใช้ไฟฟ้าให้เหมาะสมกับการใช้งานก็มีความสำคัญ เช่น ไม่ควรใช้ตู้เย็นขนาดใหญ่เกินความจำเป็น เพราะจะทำให้สิ้นเปลืองพลังงานมากขึ้น

อีกแนวทางหนึ่งคือการลดการใช้พลังงานที่สูญเปล่า เช่น การปิดไฟทันทีเมื่อออกจากห้อง การถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่ได้ใช้งาน เช่น โทรทัศน์หรือที่ชาร์จโทรศัพท์ เนื่องจากอุปกรณ์เหล่านี้ยังคงใช้ไฟฟ้าเล็กน้อยแม้อยู่ในโหมดสแตนด์บาย

การเปลี่ยนมาใช้ หลอดไฟ LED เป็นอีกวิธีที่ช่วยประหยัดพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะหลอด LED ใช้พลังงานน้อยกว่าหลอดไส้หรือหลอดฟลูออเรสเซนต์หลายเท่า และมีอายุการใช้งานยาวนานกว่า ทำให้ลดทั้งค่าไฟฟ้าและค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนหลอดไฟในระยะยาว

.

2. การใช้เครื่องปรับอากาศและอุปกรณ์ทำความเย็นอย่างประหยัด

ในประเทศเขตร้อนอย่างประเทศไทย เครื่องปรับอากาศเป็นอุปกรณ์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้ามากที่สุดในบ้านหลายหลัง การใช้เครื่องปรับอากาศอย่างเหมาะสมจึงช่วยลดการใช้พลังงานได้มาก

การตั้งอุณหภูมิที่ประมาณ 25–26 องศาเซลเซียส ถือเป็นระดับที่เหมาะสมต่อร่างกายและช่วยลดการใช้ไฟฟ้าได้ หากตั้งอุณหภูมิต่ำเกินไป เช่น 20–22 องศา เครื่องจะต้องทำงานหนักขึ้นและใช้พลังงานมากขึ้น

นอกจากนี้ควรหมั่นทำความสะอาดแผ่นกรองอากาศของเครื่องปรับอากาศอย่างสม่ำเสมอ เพราะฝุ่นที่สะสมจะทำให้การไหลเวียนของอากาศลดลง ส่งผลให้เครื่องทำงานหนักขึ้นและใช้พลังงานมากขึ้น

นอกจากนี้ การออกแบบบ้านให้เหมาะสมกับสภาพอากาศก็ช่วยลดความจำเป็นในการใช้เครื่องปรับอากาศ เช่น การติดตั้งฉนวนกันความร้อนบนหลังคา การใช้ผ้าม่านกันแดด การปลูกต้นไม้ให้ร่มเงารอบบ้าน หรือการเปิดหน้าต่างเพื่อให้อากาศถ่ายเทในช่วงเช้าและเย็น สิ่งเหล่านี้ช่วยลดอุณหภูมิภายในบ้านและลดการใช้ไฟฟ้าได้

3. การประหยัดพลังงานจากการเดินทาง

ภาคการขนส่งเป็นหนึ่งในภาคที่ใช้พลังงานจากน้ำมันมากที่สุด การปรับพฤติกรรมการเดินทางสามารถช่วยลดการใช้พลังงานและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อย่างมาก

หนึ่งในวิธีที่มีประสิทธิภาพคือการใช้ ระบบขนส่งสาธารณะ เช่น รถไฟฟ้า รถเมล์ หรือรถไฟ ซึ่งสามารถขนส่งผู้โดยสารจำนวนมากในครั้งเดียว ทำให้ใช้พลังงานต่อคนต่ำกว่าการใช้รถยนต์ส่วนตัว

การเดินทางร่วมกันหรือ “Carpool” ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ช่วยลดจำนวนรถยนต์บนท้องถนน หากคนหลายคนเดินทางไปในทิศทางเดียวกันก็สามารถใช้รถเพียงคันเดียวแทนหลายคันได้

สำหรับการเดินทางระยะใกล้ การเดินหรือการปั่นจักรยานเป็นทางเลือกที่ดี เพราะไม่เพียงช่วยประหยัดพลังงาน แต่ยังช่วยลดมลพิษทางอากาศและส่งเสริมสุขภาพของผู้ใช้ด้วย

หากจำเป็นต้องใช้รถยนต์ส่วนตัว ควรขับรถด้วยความเร็วคงที่ ไม่เร่งหรือเบรกอย่างรุนแรง และควรตรวจสอบสภาพรถอย่างสม่ำเสมอ เช่น ตรวจเช็กลมยาง เพราะยางที่อ่อนเกินไปจะทำให้รถใช้พลังงานมากขึ้น

4. การใช้พลังงานแสงอาทิตย์

พลังงานแสงอาทิตย์เป็นพลังงานหมุนเวียนที่สำคัญและมีศักยภาพสูง โดยเฉพาะในประเทศที่มีแสงแดดมากอย่างประเทศไทย เทคโนโลยี โซลาร์เซลล์ (Solar Cell) สามารถเปลี่ยนพลังงานจากแสงอาทิตย์ให้เป็นพลังงานไฟฟ้าเพื่อนำมาใช้ในบ้านเรือนได้

การติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคาบ้านช่วยให้ครัวเรือนสามารถผลิตไฟฟ้าใช้เองในช่วงเวลากลางวัน ลดการพึ่งพาไฟฟ้าจากระบบหลัก และช่วยลดค่าไฟฟ้าในระยะยาว

นอกจากนี้ยังมีการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ในรูปแบบอื่น เช่น เครื่องทำน้ำอุ่นพลังงานแสงอาทิตย์ ที่ใช้พลังงานจากดวงอาทิตย์ในการทำให้น้ำร้อนโดยไม่ต้องใช้ไฟฟ้า รวมถึงโคมไฟพลังงานแสงอาทิตย์ที่สามารถติดตั้งในสวนหรือพื้นที่กลางแจ้ง ซึ่งการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ยังช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและช่วยส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดในระยะยาว

5. การใช้พลังงานชีวภาพและพลังงานหมุนเวียนอื่น

พลังงานชีวภาพเป็นพลังงานที่ได้จากวัสดุอินทรีย์ เช่น เศษพืช เศษอาหาร หรือมูลสัตว์ ซึ่งสามารถนำมาแปรรูปเป็นพลังงานได้ ตัวอย่างเช่น ก๊าซชีวภาพ (Biogas) ที่เกิดจากกระบวนการย่อยสลายของจุลินทรีย์ในสภาพไร้ออกซิเจน ก๊าซชนิดนี้สามารถนำมาใช้เป็นเชื้อเพลิงในการหุงต้ม หรือใช้ผลิตไฟฟ้าในระดับชุมชนได้

ในภาคเกษตรกรรม เศษวัสดุจากการเก็บเกี่ยว เช่น ฟางข้าว แกลบ หรือซังข้าวโพด สามารถนำมาใช้เป็นเชื้อเพลิงชีวมวลเพื่อผลิตพลังงานได้ ซึ่งช่วยลดการเผาในที่โล่งที่ก่อให้เกิดปัญหาฝุ่นควัน

นอกจากนั้นยังมีพลังงานหมุนเวียนรูปแบบอื่น เช่น พลังงานลม ที่ใช้กังหันลมผลิตไฟฟ้า และ พลังงานน้ำ จากเขื่อนหรือโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ซึ่งเป็นแหล่งพลังงานสะอาดที่ไม่ก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศ

6. การปรับพฤติกรรมการใช้พลังงานในชีวิตประจำวัน

แม้เทคโนโลยีจะมีบทบาทสำคัญในการประหยัดพลังงาน แต่พฤติกรรมของผู้คนก็มีผลอย่างมากเช่นกัน การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเล็ก ๆ ในชีวิตประจำวันสามารถช่วยลดการใช้พลังงานได้อย่างมีนัยสำคัญ ตัวอย่างเช่น การซักผ้าเมื่อมีจำนวนมากพอแทนการซักทีละเล็กทีละน้อย การรีดผ้าในครั้งเดียวหลายชุดเพื่อลดการเปิดปิดเตารีดบ่อยครั้ง การใช้แสงธรรมชาติในช่วงเวลากลางวันแทนการเปิดไฟ รวมถึงการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

นอกจากนี้การสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับการใช้พลังงานอย่างคุ้มค่าในครอบครัว โรงเรียน และชุมชน จะช่วยให้สังคมโดยรวมมีการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ดังนั้นจะเห็นว่า การประหยัดพลังงานเป็นสิ่งที่ทุกคนสามารถมีส่วนร่วมได้ ไม่ว่าจะเป็นการใช้ไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพ การลดการใช้พลังงานจากการเดินทาง หรือการหันมาใช้พลังงานทางเลือก เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม และพลังงานชีวภาพ หากทุกภาคส่วนร่วมมือกันใช้พลังงานอย่างรู้คุณค่า ก็จะช่วยลดปัญหาการขาดแคลนพลังงาน ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และสร้างอนาคตที่ยั่งยืนให้กับโลกของเราได้ในระยะยาว

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง