เจาะลึก..ให้รู้หุ้น SNNP
บล.เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) ประเมินหุ้น SNNP โดยฝ่ายวิจัยคงคำ แนะนำ ซื้อ แต่ชอบ SAPPE มากกว่า โดยคาดการณ์อัตราเติบโตเฉลี่ยของกำไร (CAGR) 3 ปีข้างหน้าที่ 23% จากแนวโน้มเติบโตแข็งแกร่งในต่างประเทศโดยเฉพาะเวียดนาม
ขณะที่การเติบโตในประเทศก็ยังดีต่อเนื่อง โดยประเมินกำไร Q1/66 (ประกาศ 9 พ.ค.) จะเป็นสูงสุดเป็นประวัติการณ์และเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในทุกไตรมาสของปีนี้
ฝ่ายวิจัยคงคำแนะนำ ซื้อ SNNP ราคาเป้าหมาย 27.50 บาท **
อย่างไรก็ดี ราคาหุ้นมีอัพไซด์จำกัดเมื่อเทียบกับ ราคาเป้าหมาย ฝ่ายวิจัยชอบ SAPPE (ซื้อ, ราคาเป้าหมาย 66.10 บาท) มากกว่า เนื่องจาก กำไรเติบโตสูงและ valuation ถูกกว่า (PE 22 เท่า เทียบกับ SNNP 36 เท่า)
*
ยอดขายจะเพิ่มขี้นเป็นเท่าตัว
ฝ่ายวิจัยคาดว่ายอดขายเพิ่มขึ้นจาก 4 พันล้านบาทในปี 2564 เป็น 8 พันล้านบาทในปี 2568 ซึ่งเร็วกว่าเป้าหมายของผู้บริหาร 1 ปี จากการเติบโตต่อเนื่องของยอดขายทั้งในและ ต่างประเทศโดยเฉพาะเวียดนาม โดยยอดขายในประเทศจะได้ผลบวกจากการเดินทาง ท่องเที่ยวมากขึ้นและการออกสินค้าใหม่ๆ อีกทั้งอัตรากำไรขั้นต้นมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกไตรมาส เนื่องจากต้นทุนการผลิตต่อหน่วยลดลงและสินค้าใหม่มีอัตรากำไรสูง
*การขยายไปเวียดนามขับเคลื่อนการเติบโต
โดยโรงงานเวียดนามเฟส 1 (โลตัส) ซึ่งเปิดเมื่อ Q4/65 ผลิตได้ตามแผน อีกทั้งจะเริ่มเฟส 2 (เบนโตะ) ใน Q2/66 และเฟส 3 (เจเล่) ใน Q3/66 ซึ่งจะหนุนยอดขายเติบโตแข็งแกร่งจาก การมีฐานการผลิตสินค้าครบทั้งสามแบรนด์หลัก ประกอบกับขยายช่องทางการขาย เพิ่มขึ้นภายใต้ความร่วมมือกับผู้จัดจำหน่ายในเวียดนามที่มีการเพิ่มช่องทางกระจาย สินค้าเข้าถึงลูกค้ามากขึ้น คาดยอดขายในเวียดนามเพิ่มขึ้น 15% เป็น 734 ล้านบาท ในปีนี้และเพิ่ม 40% เป็น 1.03 พันล้านบาทในปีหน้า หากยอดขายเป็นไปตามเป้าของผู้บริหารที่ 1 พันล้านบาทในปีนี้ จะเป็นอัพไซด์ต่อประมาณการกำไรของฝ่ายวิจัย 6%
*คาดกำไร Q1/66 สูงเป็นประวัติการณ์
ฝ่ายวิจัยคาดว่ากำไร Q1/66 เพิ่มขึ้น 49% YoY และ 3% QoQ และ เป็น 157 ล้านบาท เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของทั้งยอดขายและอัตรากำไร โดยยอดขายในประเทศมีแนวโน้มเติบโตได้ดี 24% YoY จากการบริโภคในประเทศฟื้นตัวและสินค้าใหม่ได้รับการตอบรับดี ยอดขายในต่างประเทศคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 56% YoY จากการขยายช่องทางการขาย และปัญหาการขนส่งคลี่คลาย อย่างไรก็ดี เมื่อเทียบ QoQ คาดยอดขายต่างประเทศ ลดลง 30% เนื่องจากยอดขายในเวียดนามลดลงตามผลของฤดูกาลช่วงวันหยุดยาวใน เทศกาลตรุษญวน รวมทั้งฐานสูงใน Q4/65