เลิกพูดว่า “อย่าทำตัวเป็นน้ำเต็มแก้ว”: เมื่อแก้วที่ล้นอย่างมีทิศทาง... อาจนำพาความสำเร็จได้มากกว่า!!! หลายๆ คนมักได้ยินคำสอนของคนโบราณติดหูอยู่เสมอที่ว่า “อย่าทำตัวเป็นน้ำเต็มแก้ว” เพราะคนที่เต็มเปี่ยมไปด้วยน้ำ มักถูกเปรียบเสมือนผู้ที่ไม่ยอมรับฟังใคร ยึดติดกับอีโก้ และปฏิเสธความรู้ใหม่ๆ ในขณะที่ “น้ำครึ่งแก้ว” ก็ถูกเปรียบเทียบเป็นสัญลักษณ์ของคนถ่อมตน ยินดีเปิดรับสิ่งดีๆ และพร้อมที่จะพัฒนาตัวเองอยู่ตลอดเวลา แต่ในโลกยุคปัจจุบันนี้ ที่เทคโนโลยีและข้อมูลข่าวสารหมุนไวเกินกว่าจะยึดติดกับคำเปรียบเปรยเดิมๆ แนวคิดนี้ยังคงเป็นคำตอบสุดท้ายจริงหรือ? “น้ำเต็มแก้ว” มีความหมายถึงอะไร? ลองจินตนาการดูนะครับ ว่าแก้วใบหนึ่งมีน้ำเต็มอยู่แล้ว หากเราทำการเติมน้ำใหม่ลงไปเพิ่มอีก น้ำก็ย่อมล้นออกมา แนวคิดนี้เปรียบได้กับคนที่มีความรู้และประสบการณ์มากมายจนเต็มแก้วแล้ว ทำให้ไม่ยอมเปิดรับสิ่งใหม่ ความรู้ใหม่ หรือคำแนะนำคำสอนของผู้อื่นๆ นั้นเองครับผม ยกตัวอย่างเช่น “แบบนี้ยากมาก ทำไม่ได้หรอก”, “ผมทำแบบนี้มานานแล้ว”, “เมื่อก่อนก็ทำแบบนี้ ไม่เห็นมีปัญหา” หรือ “วิธีของผมดีที่สุดแล้ว” เป็นต้น ครับผม ซึ่งจริงๆ แล้ว ประโยคเหล่านี้ไม่ได้แปลว่าผิดเสมอไป เพราะประสบการณ์ในอดีตมีคุณค่า แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นเมื่อเราใช้ประสบการณ์เดิมเป็นเหตุผลในการปฏิเสธทุกสิ่งที่แตกต่างจากเดิม โลกในวันนี้เปลี่ยนแปลงเร็วมาก ความรู้ที่เคยถูกต้องเมื่อ 10 ปีก่อน อาจมีบางส่วนที่ไม่เหมาะกับสถานการณ์ในวันนี้ “เทคโนโลยีเปลี่ยน กระบวนการผลิตเปลี่ยน เป้าหมายตลาดเปลี่ยน พฤติกรรมของลูกค้าเปลี่ยน และที่สำคัญ... วิธีการทำงานของคนก็เปลี่ยน ไปด้วยนะครับผม” ดังนั้น คนที่มีประสบการณ์มากจึงไม่ได้แปลว่าจะต้องเป็น “น้ำเต็มแก้ว” แต่คนที่มีประสบการณ์มากและ ยังพร้อมเรียนรู้ ต่างหากที่มีโอกาสนำประสบการณ์เดิมมาต่อยอดให้เกิดคุณค่ามากขึ้น ซึ่งก็อาจจะสามารถเปรียบเทียบได้กับ “น้ำล้นแก้ว” นั้นเองครับผม “น้ำครึ่งแก้ว” ดีกว่าหรือจริงไหมนะ? “น้ำครึ่งแก้ว” เปรียบเสมือนคนที่เปิดใจ พร้อมที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา พร้อมฟังความคิดเห็นของผู้อื่น พร้อมยอมรับว่า “เราอาจไม่ได้รู้ทุกเรื่อง” นี่เป็นทัศนคติที่สำคัญมากสำหรับการพัฒนาตัวเอง โดยเฉพาะในยุคที่ความรู้มีจำนวนมหาศาล และพัฒนาเกิดขึ้นใหม่ๆ อยู่แทบทุกวัน ส่วนตัวผมเองมองว่า... การเป็น “น้ำครึ่งแก้ว” อย่างเดียวก็ยังไม่เพียงพอ เพราะถ้าหากเรานำเอาความรู้ใหม่ๆ ทุกอย่างเติมเข้ามาโดยไม่ยอมคิด วิเคราะห์ ไม่กลั่นกรองก่อน และไม่ทดลองใช้ หรือพิสูจน์ก่อน และแล้ว สุดท้ายแก้วน้ำของเราก็อาจจะเต็มไปด้วยสิ่งที่ไม่จริง ไม่ถูกต้อง และไม่เหมาะสมกับตัวเราเองได้เหมือนกัน นะครับผม อีกความหมายนึงนั้นก็คือ เต็มไปด้วยข้อมูลมากมาย ที่ยังไม่ถูกเปลี่ยนให้เป็นความรู้ และเต็มไปด้วยความรู้ที่ยังไม่ถูกเปลี่ยนให้เป็นความสามารถ นั้นเองครับผม สิ่งสำคัญอาจไม่ใช่ “น้ำครึ่งแก้ว” หรือ “น้ำเต็มแก้ว” จริงๆ แล้วแนวคิดที่น่าสนใจมากกว่านั้นก็ คือ “แก้วน้ำที่รู้จักเติม และรู้จักเทออก” เมื่อมีความรู้ใหม่เข้ามา เราควรถามตัวเองว่า... >>> สิ่งนี้มีประโยชน์กับเราหรือไม่? >>> สามารถนำไปใช้ได้จริงหรือไม่? >>> เหมาะกับสถานการณ์ของเราหรือไม่? >>> มีความรู้เดิมอะไรบ้างที่เราควรปรับปรุงหรือเลิกใช้? เพราะการพัฒนาตัวเองไม่ได้หมายถึงการ “เติม” อย่างเดียว แต่ต้องรู้จัก “เทสิ่งที่ไม่จำเป็นออก” ด้วย Continuous Improvement ไม่ใช่การเปลี่ยนทุกอย่าง... Continuous Improvement “การปรับปรุงและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง” คือ ไม่ได้หมายความว่าเราต้องเปลี่ยนทุกอย่างที่เคยทำ แต่หมายถึง... “การเก็บสิ่งที่ดีไว้ >>> การเรียนรู้สิ่งใหม่ >>> การทดลอง >>> การวิเคราะห์ผล >>> การปรับปรุง >>> การทำให้ดีขึ้น” นี่เป็นแนวคิดที่สำคัญมากในโลกของวิศวกรรมและอุตสาหกรรมการผลิต ยกตัวอย่างเช่น วิศวกรที่มีประสบการณ์มากกว่า 20 ปี ก็ไม่ได้มีความจำเป็นที่ต้องทิ้งประสบการณ์ทั้งหมด เพื่อทำการเรียนรู้ AI (Artificial Intelligence) แต่สามารถนำ… “Experience + Engineering Judgment + Physical Understanding + Responsibility” มาผสมผสานกับ… “Data + Digital Technology + AI (Artificial Intelligence)” เพื่อสร้างความสามารถในรูปแบบใหม่ๆ เพราะฉะนั้นแล้ว ประสบการณ์จึงไม่ได้ถูกแทนที่ด้วยเทคโนโลยี แต่ถูกทำการยกระดับด้วยเทคโนโลยี ครับผม ในส่วนตัวผมเองแล้วนั้น ผมคิดว่าเราไม่จำเป็นต้องเลือกระหว่าง “น้ำครึ่งแก้ว” หรือ “น้ำเต็มแก้ว” หรือ แม้กระทั้งว่า “น้ำล้นแก้ว” ด้วยก็ตาม เพราะทั้งหมดนี้มันขึ้นอยู่กับความคิด มุมองของตัวเราเองมากกว่า “เราต้องรู้จักบริหารแก้วของตัวเอง มีความรู้เดิมก็ใช้ให้เกิดประโยชน์ มีประสบการณ์ก็ใช้เป็นพื้นฐาน มีความรู้ใหม่ก็เปิดใจเรียนรู้ มีความคิดเห็นจากคนอื่นก็รับฟัง มีสิ่งที่ไม่เหมาะสมก็กล้าที่จะปรับเปลี่ยน และเมื่อเรียนรู้แล้ว ต้องนำไปทดลองและสร้างผลลัพธ์จริง” เพราะว่า... “Knowledge >>> Understanding >>> Experience >>> Improvement >>> Value” การเรียนรู้ที่แท้จริงจึงไม่ใช่แค่การ “เติมน้ำ” แต่คือการทำให้สิ่งที่อยู่ในแก้วของเรา มีคุณค่ามากขึ้นเรื่อยๆ มากกว่านั้นเองครับผม... “อย่ากลัวการเป็นน้ำเต็มแก้ว แต่อย่าปล่อยให้แก้วของเราเต็มไปด้วยความคิดที่ไม่ยอมเปลี่ยนแปลง” “อย่าพยายามเป็นเพียงน้ำครึ่งแก้ว แต่จงเป็นคนที่รู้จักเติมสิ่งใหม่ และรู้จักเทสิ่งที่ไม่จำเป็นออก” “การเรียนรู้ไม่มีคำว่าสาย และการพัฒนาไม่มีคำว่าสิ้นสุด” เพราะในโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว... คนที่หยุดเรียนรู้ อาจไม่ได้หยุดอยู่กับที่ แต่อาจกำลังถอยหลังโดยไม่รู้ตัว แล้ววันนี้... “แก้วของคุณกำลังเต็มไปด้วยอะไร?” ครับผม... “การเรียนรู้ไม่มีคำว่าสาย การเรียนรู้ไม่มีวันจบสิ้น จงปรับปรุงพัฒนาตัวเองอยู่ตลอดเวลา” “Continuous Improvement” ------------------------------------------------ Mr. Adisak Banpot Aluminum High Pressure Die Casting Expert | AB Die Casting Learning Center (ความรู้ทางวิศวกรรมเชิงปฏิบัติจากประสบการณ์จริงในอุตสาหกรรม) Practical Engineering Knowledge from Real Industry Experience รูปภาพทั้งหมดโดย A.I. เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !