เหลือบมองดูปฏิทินโอ้โห! ปีนี้ พ.ศ. 2569 หรือ ค.ศ. 2026 แล้วนะครับ แต่เชื่อไหมครับว่าภาพของท่านปุโรหิตโหรหลวงนักทำนายดวง ผู้หอบหิ้วกระดานชนวนไว้ข้างตัวพลันกล่าวคำสรรเสริญ "พระพุทธเจ้าข้า" ยังคงแจ่มชัดอยู่เลย ดูเหมือนว่าการทำนายทายทักอ่านโชคชะตาจากดวงดาวจะไม่เคยหายไปจากสังคมเลย จริงอยู่ว่ารูปแบบอาจจะเปลี่ยนไปบ้าง แต่ถ้าคุณผู้อ่านลองมองซ้ายมองขวาก็จะพบว่าการดูดวงนั้นอยู่ใกล้ตัวเรามากกว่าที่คิด ผมอาจจะเป็นคนที่ไม่ค่อยมีเพื่อนผู้หญิงสักเท่าไหร่ แต่จากประสบการณ์ของผม ๆ พบว่าผู้หญิงมักจะชอบดูดวงมากกว่าผู้ชาย ย้ำว่าอันนี้ไม่ใช่การเหมารวมนะครับ ไม่ได้แปลว่าผู้หญิงทุกคนจะชอบดูดวงเหมือนกันหมด แต่ผมแค่เล่าจากมิติที่ผมเห็น มิหนำซ้ำตามละคร หรือซีรีส์สมัยใหม่ที่เป็นของไทย ผมก็มักจะเห็นตัวละครที่เป็นผู้หญิงคลั่งไคล้การดูดวงมาก ๆ ผมก็เลยอยากจะลองวิเคราะห์วิจารณ์ดูครับว่า เพราะอะไรทำไมผู้หญิงถึงชอบดูดวงมากกว่าผู้ชาย ธิดาพยากรณ์เนี่ยะเปลี่ยนเป็นผู้ชายบ้างได้ไหม จุดนี้ผมก็อยากจะรู้เหมือนกันครับ 1. ความไม่แน่นอนของชีวิต ทำให้คำทำนายกลายเป็นที่พึ่งทางใจ ในโลกที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ความรัก , การงาน , อนาคต ล้วนแต่เป็นสิ่งที่ควบคุมไม่ได้แทบทั้งสิ้น การดูดวงจึงกลายเป็นพื้นที่ปลอดภัยทางความรู้สึก ที่ทำให้หลายคนโดยเฉพาะผู้หญิง ได้รู้สึกว่าอย่างน้อยก็ยังมีคำตอบบางอย่างให้ยึดไว้ ผมว่ามันก็เหมือนเป็นที่พึ่งทางใจอย่างหนึ่งล่ะมั้งครับ โดยธรรมชาติของผู้หญิงเมื่อเกิดเรื่องไม่สบายใจ พวกเธอจะต้องจับกลุ่มเมาส์มอยด์ หรือไม่ก็ต้องหาแหล่งที่ปรึกษา ซึ่งหลายครั้งก็มักจะเป็นกลุ่มเพื่อนที่สนิท แต่ด้วยสภาพสังคมในปัจจุบันที่ผู้คนเคารพความเป็นส่วนตัวกันมากขึ้น อาจจะมีลูกเกรงใจ หรือเรื่องบางเรื่องก็อาจจะเล่าไม่ได้จริง ๆ พ่อหมอแม่หมอที่ทั้งชีวิตไม่เคยรู้จักกันมาก่อนก็เลยกลายเป็นคำตอบ เล่าได้หมดไม่มีกั๊ก แถมมีคำตอบให้อีกต่างหาก! เจอแบบนี้เข้าไปถ้าไม่ชอบไม่ติดใจก็ไม่รู้จะว่ายังไงแล้ว 2. ผู้หญิงเปิดรับอารมณ์มากกว่าผู้ชาย โดยภาพรวมผู้หญิงมักถูกอบรมเลี้ยงดู ให้รับรู้และแสดงออกทางอารมณ์ได้มากกว่าผู้ชาย ผู้หญิงจะสามารถพูดคุยในเรื่องของความรู้สึกได้ละเอียดอ่อนกว่า เพราะฉะนั้นการดูดวงจึงไม่ใช่แค่การทำนายอนาคต แต่แก่นแท้ของมันคือการได้พูดได้ระบายและได้รับฟัง เคยได้ยินกันใช่ไหมครับว่า "ผู้หญิงชอบขี้บ่น" ผมว่ามันคือสารตั้งต้นอันเดียวกันเลย คือขอให้ฉันได้พูดแล้วมีคนฟังเถอะเสียตังค์นิด ๆ หน่อย ๆ ก็ยอม เผิน ๆ ผลการทำนายพวกเธอยังไม่สนใจด้วยซ้ำ ในขณะเดียวกันฟากฝั่งของผู้ชายกลับอยู่ในขั้วตรงข้าม ด้วยความที่ถูกสอนมาให้เป็นสุภาพบุรุษ เกิดเป็นผู้ชายต้องไม่ร้องไห้มีอะไรก็เก็บไว้ในใจ “เก็บ” จึงมากกว่า “พูด” ผู้ชายเลยไม่ค่อยมีค่าใช้จ่ายในหมวดหมอดูให้หักออกจากบัญชีสักเท่าไหร่ (ส่วนใหญ่จะหมดกับหมออย่างอื่นแทน..) 3. เรื่องความรักคำทำนายมักมีอิทธิพลสูง! หนึ่งในเรื่องที่ถูกถามมากที่สุดในการดูดวงคือความรัก และความรักก็มักจะเป็นเรื่องที่เต็มไปด้วยคำถาม อาทิเช่น เขาคิดยังไงกับเรา? , ความสัมพันธ์ของเราจะไปต่อได้ไหม? , เราควรจะรอหรือพอแค่นี้? ฯลฯ นี่ขนาดผมพิมพ์อยู่ผมยังจั๊กจี้ตามเลยครับเนี่ยะ และด้วยความพิศวงทึมเทานี้บวกกับตัวคำตอบก็ปลายเปิดมาก ๆ ตอบช้างม้าวัวควายอะไรก็ได้ ผู้หญิงจำนวนไม่น้อยจึงหันไปหาคำตอบผ่านการดูดวง เพราะว่ามันช่วย "จัดการความลังเลในใจ" ได้ระดับหนึ่ง หัวข้อนี้ไม่ใช่การเริ่มจากศูนย์ แต่ผู้หญิงกลุ่มนี้เหมือนมีคำตอบอยู่ในใจอยู่แล้ว สิ่งที่พวกเธอต้องการก็แค่แม่หมอสักคน , กระดาษไพ่ยิปซีสักแผ่น , กระดองเต่ากับลูกเต๋าสักคู่ เปิดโผล๊ะ! ออกมาแล้วได้คำตอบตรงกับที่พวกเธอต้องการ นั่นจะทำให้เกิดความมั่นใจขึ้นเป็นร้อยเท่าพันเท่า พอลงมือทำก็จะมีเปอร์เซ็นต์สำเร็จสูง 4. สังคมและโซเชียลคือตัวเร่ง ให้การดูดวงกลายเป็นเรื่องปกติ ในยุคที่โซเชียลมีเดียเต็มไปด้วยคอนเทนต์ไพ่ยิปซี , ดูดวงรายวัน , ทำนายตามวันเกิด ฯลฯ แม้แต่เว็ปที่ผมใช้พิมพ์บทความอยู่นี้ก็ยังมีหมวดดูดวงจากราศีเลยครับ การดูดวงจึงกลายเป็นเรื่องเข้าถึงง่ายและกลายเป็นเทรนด์ ท่านโหรหลวงปุโรหิตแห่งวังหลวงที่ผมเอ่ยถึงในย่อหน้าแรกจึงไม่เคยหายไปไหน แก Never Die ยิ่งกว่าวงร็อคในตำนานซะอีก โดยเฉพาะในกลุ่มผู้หญิงที่มักจะมีการแชร์ การพูดคุย และชวนกันดูดวงตามสถานที่ต่าง ๆ ที่เขาว่ากันว่าแม่น! ก่อนจะขยายวงกว้างขึ้นเรื่อย ๆ จนเรื่องส่วนตัวกลายเป็นเรื่องส่วนรวม แล้วก็กลายเป็นวัฒนธรรมร่วม จนเกิดเป็นภาพจำว่า "ผู้หญิง = ชอบดูดวง" ในท้ายที่สุด สรุปสุดท้าย ผมจะบอกว่าไม่ใช่แค่ผู้หญิงที่เชื่อ แต่คือมนุษย์ที่กำลังตามหาความหมาย การดูดวงอาจดูเหมือนเป็นเรื่องของผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย แต่ในความเป็นจริงมันกลับสะท้อนสิ่งเดียวกันในทุกคน นั่นก็คือความต้องการ “เข้าใจชีวิต” และ “การควบคุมความไม่แน่นอน” คุณผู้อ่านต้องเข้าใจนะครับว่า คนที่เปิดใจยอมรับความไม่แน่นอนของชีวิตได้ อาจไม่ใช่สำหรับเราทุกคน คนเรามีความรู้มีประสบการณ์ที่ไม่เหมือนกัน ผ่านโลกมากันคนละแบบ ครั้นจะหาคำตอบจากการดูดวงบ้างมันจะเป็นไรไป จะเป็นหญิงหรือชายก็ดูไปเถอะครับมันไม่เป็นไรหรอก เชื่อก็ได้ไม่เชื่อก็ไม่เป็นไรผมไม่เห็นว่ามันจะเสียหายตรงไหน คำถามทิ้งท้าย 1. การดูดวงเกิดขึ้นครั้งแรกในโลกเมื่อไหร่? ตอบ : 3,000 - 4,000 ปีก่อนคริสตกาล เริ่มมีมาตั้งแต่ยุค Mesopotamia (แถบอิรักปัจจุบัน) 2. อุปกรณ์ทำนายดวงชนิดใดที่คุณคิดว่าแปลกที่สุด? ตอบ : ในยุคยุโรปโบราณมีสิ่งที่เรียกว่า Tyromancy แปลว่าการดูดวงโดยใช้ชีส โดยดูจากรูปร่าง รู และลวดลาย เพื่อตีความและทำนายอนาคต 3. จริงหรือไม่? ที่วิชา Astrology (ดูการเคลื่อนที่ของดาว) คือต้นกำเนิดของการดูดวง? ตอบ : จริง! เพราะในยุคแรกมนุษย์เชื่อว่า ดวงดาวบนท้องฟ้ามีอิทธิพลต่อชีวิตมนุษย์ สามารถใช้ทำนายภัยพิบัติ หรือ ใช้ตัดสินใจเรื่องสำคัญของกษัตริย์ได้เลย เครดิตรูปภาพ ภาพหน้าปก จาก : pixabay ภาพ : แม่หมอชวนเลือกไพ่ โดย : Guren-The-Thirdeye รูปที่ 1 จาก : pixabay ภาพ : แม่หมอเลือกไพ่ โดย : Guren-The-Thirdeye รูปที่ 2 จาก : pixabay ภาพ : แม่หมอดูลูกแก้ว โดย : Guren-The-Thirdeye รูปที่ 3 จาก : pixabay ภาพ : แม่หมอชูไพ่ โดย : Guren-The-Thirdeye รูปที่ 4 จาก : pixabay ภาพ : แม่หมอชวนเลือกไพ่ โดย : Guren-The-Thirdeye เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !