ปัญหาใหญ่ของคนทำความสะอาดบ้านในช่วงหน้าฝนหรือวันที่ฟ้าครึ้ม คือ ปัญหากลิ่นอับชื้นบนเสื้อผ้า ยิ่งในวันที่มีความชื้นในอากาศสูง การดูแลและ ซักเสื้อผ้า ให้แห้งสนิทโดยไม่มีกลิ่นเหม็นอับโชยออกมานั้นถือเป็นเรื่องที่ท้าทายมาก เพราะเมื่อผ้าไม่โดนแสงแดด แบคทีเรียและเชื้อราก็จะเจริญเติบโตได้ง่ายขึ้น ส่งผลให้เสื้อผ้าตัวโปรดของเรามีกลิ่นเหม็นอับจนสูญเสียความมั่นใจเวลาสวมใส่ วันนี้ผู้เขียนจึงมีเคล็ดลับและเทคนิคดี ๆ ในการดูแลผ้ามาฝากกันครับ เพื่อให้ผ้าของคุณหอมสดชื่นยาวนาน เพิ่มความมั่นใจได้ในทุก ๆ วันและทุกสภาพอากาศ ภาพประกอบที่ 1 จาก Unsplash สำหรับขั้นตอนการดูแลผ้าไม่ให้เหม็นอับในช่วงที่ไร้แสงแดดนั้น สามารถทำได้ง่าย ๆ โดยเริ่มต้นตั้งแต่กระบวนการเตรียมผ้าก่อนซัก ไปจนถึงขั้นตอนการตากและการเก็บเข้าตู้เสื้อผ้าอย่างถูกวิธี ดังนี้ครับ ขั้นตอนที่ 1: เคลียร์ถังซักให้พร้อมก่อนเริ่ม สิ่งแรกที่หลายคนมักมองข้าม คือ ความสะอาดของเครื่องซักผ้า ตรวจเช็กสิ่งสกปรกในถังซักผ้าเสมอ หากถังซักมีคราบสกปรก คราบตะกอน หรือน้ำขังสะสมอยู่ภายใน จะกลายเป็นแหล่งสะสมของแบคทีเรียและเชื้อราชั้นดี ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะเข้าไปเกาะติดกับใยผ้าในขณะที่เครื่องกำลังทำงาน ทำให้ผ้ามีกลิ่นเหม็นอับตั้งแต่เริ่มซัก ดังนั้น ผู้เขียนขอแนะนำว่า ควรล้างเครื่องซักผ้าเป็นประจำ และไม่ควรทิ้งผ้าที่เปียกชื้นหรือผ้าที่ใส่แล้วหมักหมมไว้ในถังซักเป็นเวลานาน ๆ ก่อนจะเริ่มเปิดเครื่องครับ ภาพประกอบที่ 2 จาก Unsplash ขั้นตอนที่ 2: เลือกผลิตภัณฑ์สูตรลดกลิ่นอับ ในส่วนของน้ำยาซักผ้าและน้ำยาปรับผ้านุ่ม ผู้เขียนขอแนะนำว่า ควรเปลี่ยนมาเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีสูตร "Anti-Odor" หรือสูตรสำหรับตากผ้าในที่ร่ม (Indoor Wash) โดยเฉพาะ เนื่องจากผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้จะมีคุณสมบัติในการช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียที่เกิดจากความชื้นได้ดีกว่าสูตรทั่วไป นอกจากนี้ ปริมาณการใส่ผงซักฟอกก็มีความสำคัญ ไม่ควรใส่มากจนเกินไป เพราะจะทำให้ล้างออกไม่หมด และคราบผงซักฟอกที่ตกค้างบนเนื้อผ้านี่เอง ที่เป็นตัวการทำให้เกิดกลิ่นอับเมื่อผ้าแห้งช้าครับ ภาพประกอบที่ 3 จาก Unsplash ขั้นตอนที่ 3: เว้นระยะห่างและเพิ่มลมเป่าขณะตาก การตากผ้าในวันที่มีความชื้นสูงหรือตากในร่ม ผู้เขียนขอแนะนำว่า ควรแขวนผ้าให้ห่างกันอย่างน้อย 5-10 เซนติเมตร เพื่อให้ลมสามารถพัดผ่านระบายความชื้นออกไปได้สะดวก ไม่ควรตากผ้าซ้อนกันหนาแน่นจนเกินไป หากเป็นผ้าเนื้อหนา เช่น กางเกงยีนส์ หรือเสื้อกันหนาว แนะนำให้กลับเอาด้านในออกด้านนอก เพื่อช่วยให้ตะเข็บผ้าแห้งไวขึ้น และถ้าวันไหนที่ไม่มีลมพัดเลย การเปิดพัดลมช่วยเป่าจ่อไปที่ราวตากผ้าก็จะช่วยเร่งให้ผ้าแห้งไวขึ้นได้อย่างมากครับ ภาพประกอบที่ 4 จาก Unsplash Q&A ยอดฮิต Q1 : ถ้าน้ำยาซักผ้าหมด ใช้อะไรแทนเพื่อลดกลิ่นอับได้บ้าง? A1 : สามารถนำ "น้ำส้มสายชู" ผสมกับน้ำเปล่ามาใช้แช่ผ้าประมาณ 15-30 นาที ก่อนซักตามปกติได้ครับ น้ำส้มสายชูมีฤทธิ์เป็นกรดอ่อน ๆ ช่วยขจัดคราบเหงื่อไคล ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย และสลายกลิ่นอับฝังลึกในใยผ้าได้อย่างดีเยี่ยมโดยไม่ทิ้งกลิ่นเปรี้ยวติดผ้าครับ Q2 : เสื้อผ้าที่เหม็นอับจัด ๆ ซักซ้ำหลายรอบไม่หาย มีวิธีแก้อย่างไร? A2 : แนะนำให้ใช้ "น้ำอุ่น" (อุณหภูมิประมาณ 30-40 องศาเซลเซียส) ในการซัก หรือนำผ้ามาแช่น้ำร้อนผสมน้ำยาซักผ้าทิ้งไว้ก่อนซักจริงครับ ความร้อนจะช่วยให้ใยผ้าขยายตัว ทำให้ผงซักฟอกเข้าไปขจัดคราบฝังลึกและฆ่าเชื้อราที่เป็นต้นตอของกลิ่นอับสะสมได้อย่างมีประสิทธิภาพ Q3 : การใส่ผงซักฟอกเยอะ ๆ ช่วยให้ผ้าหอมขึ้นและลดกลิ่นอับจริงไหม? A3 : ไม่จริงครับ และเป็นความเชื่อที่ผิดมาก การใส่ผงซักฟอกมากเกินไปจะทำให้เครื่องล้างฟองออกไม่หมด คราบสารเคมีและฟองที่ตกค้างอยู่บนเนื้อผ้านี่เองที่จะกลายเป็นอาหารของแบคทีเรีย และทำให้ผ้าเกิดกลิ่นเหม็นอับรุนแรงกว่าเดิมเมื่อเจอความชื้นครับ ภาพหน้าปกโดย Ricardo Gomez Angel จาก Unsplash (ตกแต่งเพิ่มเติมโดยผู้เขียนผ่าน Canva) เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !