หมอเลี๊ยบ เล่าเบื้องลึกความสำเร็จ '30 บาท รักษาทุกโรค' ยก หมอมงคล คนสำคัญ

หมอเลี๊ยบ เล่าเบื้องลึกความสำเร็จ '30 บาท รักษาทุกโรค' ยก หมอมงคล คนสำคัญ
ข่าวสด
14 ธันวาคม 2563 ( 11:29 )
32
หมอเลี๊ยบ เล่าเบื้องลึกความสำเร็จ '30 บาท รักษาทุกโรค' ยก หมอมงคล คนสำคัญ

วันนี้ (14 ธ.ค.) นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี อดีตรองนายกรัฐมนตรี และสมาชิกก่อตั้งกลุ่มแคร์ โพสต์เฟซบุ๊ก บอกเล่าถึงการทำงานเพื่อผลักดันนโยบาย "30 บาท รักษาทุกโรค" ซึ่งนอกจาก ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และ นพ.สงวน นิตยารัมภ์พงศ์ แล้ว นพ.มงคล ณ สงขลา อดีตรัฐมนตรีว่าการ และอดีตปลัดกระทรวงสาธารณสุข ก็คืออีกผู้หนึ่ง ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จดังกล่าว โดยมีรายละเอียด ดังนี้

 

 

ความทรงจำที่เป็น "มงคล" ไม่มีวันสิ้นสุด

 

 

อาจารย์มงคล ณ สงขลา เสียชีวิตเมื่อเวลา 22.52 น.ของวันศุกร์ที่ 11 ธันวาคม 2563 ผมทราบข่าวการจากไกลของอาจารย์มงคลเมื่อเช้าวันเสาร์ด้วยคารวาลัย และหวนรำลึกถึงวันคืนที่เคยร่วมงานกัน สรรพนามที่ผมใช้เรียกอาจารย์มงคลมีหลายอย่าง แล้วแต่ว่าใช้ในกาลเทศะใด ตั้งแต่ พี่ อาจารย์ ท่านปลัด และท่านรัฐมนตรี แต่ผมชอบใช้สรรพนาม "อาจารย์" เรียกขานท่านมากที่สุด

 

เราพบกันครั้งแรก เมื่อครั้งอาจารย์มงคลมาสาธิตการผ่าตัดทำหมันหญิงด้วยเทคนิคใหม่ซึ่งเปิดแผลหน้าท้องเล็กมาก (เรียกว่า Blind Technique) ที่โรงพยาบาลลำปลายมาศ บุรีรัมย์ ซึ่งผมทำงานอยู่เมื่อปี 2524 บ่ายวันนั้น หลังออกจากห้องผ่าตัด ผมเดินเคียงข้างร่างสูงใหญ่ของอาจารย์มานั่งพัก และฟังเสียงทุ้มกังวานเล่าเรื่องประสบการณ์หมอชนบทที่อำเภอพิมายของอาจารย์ด้วยความสนุกสนาน เช่น การขี่ม้าเข้าไปตรวจรักษาชาวบ้านในหมู่บ้าน

 

หลังจากวันนั้น เราไม่ได้พบกันตัวเป็นๆอีกเลยยาวนานถึง 20 ปี ผมได้แต่ติดตามข่าวคราวของอาจารย์มงคลที่เลื่อนความรับผิดชอบในตำแหน่งต่างๆสูงขึ้น จนเป็นปลัดกระทรวงสาธารณสุข เส้นทางชีวิตเราคงไม่ได้มาบรรจบกันอีกถ้าผมไม่ได้กลับไปเยือนกระทรวงสาธารณสุขในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุขเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2544

 

ผมก้าวเข้าไปในกระทรวงสาธารณสุขด้วยภาระที่แบกไว้หนักอึ้ง ด้วยรู้อยู่แก่ใจว่า นโยบาย "30 บาทรักษาทุกโรค" ที่ขอฉันทานุมัติมาจากประชาชนผ่านการเลือกตั้งในปีนั้น เป็นความท้าทายเกินกว่าที่คนในวงการสาธารณสุขไทยและองค์การอนามัยโลกจินตนาการไปถึงและทำใจให้ยอมรับได้ นายแพทย์สงวน นิตยารัมภ์พงศ์บอกผมหลังทราบผลการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 6 มกราคม 2544 ซึ่งพรรคไทยรักไทยชนะถล่มทลายว่า

 

"เรื่องหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าต้องค่อยๆใช้เวลาดำเนินการ กว่าทุกอย่างจะพร้อม ต้องใช้เวลาประมาณ 2 ปี" ผมตอบกลับพี่สงวนว่า "เป็นไปไม่ได้ เวลา 2 ปีนานเกินไป ประชาชนเฝ้ารอนโยบายนี้ที่เราประกาศไว้ และผมเชื่อว่า ถ้าเราทำช้า แรงเสียดทานทางการเมืองอาจหนักจนต้านทานไม่ไหว ผมขอใช้เวลาเพียง 1 ปี และเราต้องช่วยกันเร่งรัดให้เร็วที่สุด"

 

พูดตรงๆ ผมบอกพี่สงวนไปอย่างนั้น แต่ลึกๆในใจ ผมได้แต่ปลอบใจตนเองว่า ทำให้เต็มที่เถอะ สำเร็จหรือไม่อยู่ที่โชคชะตา เช้าวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2544 เมื่อการแถลงนโยบายของรัฐบาลในรัฐสภาสิ้นสุด ผมเข้าทำงานในกระทรวงสาธารณสุขได้อย่างมีอำนาจเต็มตามรัฐธรรมนูญ หลังพิธีการสักการะพระพุทธรูปประจำกระทรวง อาจารย์มงคลเอ่ยปากขอคุยเป็นการส่วนตัวในห้องทำงานของปลัดกระทรวง

 

ทันทีที่เริ่มคุยกัน อาจารย์มงคลหยิบกระดาษจากกระเป๋าเสื้อขึ้นมาหนึ่งแผ่น แล้วบอกว่า "ผมสนับสนุนนโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรคของรัฐบาลอย่างเต็มที่ และจะผลักดันนโยบายนี้อย่างเอาจริงเอาจัง...." อาจารย์มงคลเว้นระยะสักครู่ ก่อนเอ่ยต่อว่า "ผมเตรียมนำร่องนโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรคใน 6 จังหวัดคือ สมุทรสาคร ปทุมธานี ยโสธร นครสวรรค์ พะเยา ยะลา...และพร้อมเริ่มเลยในวันที่ 1 เมษายน"

 

1 เมษายน....ผมร้องตะโกนดังๆในใจ จนแทบไม่ได้ฟังเสียงพูดของอาจารย์มงคลที่ตามมาหลังจากนั้น พี่สงวนบอกไว้ 2 ปี ผมกัดฟันขอเร่งเวลาเป็น 1 ปี แต่ท่านปลัดกระทรวงที่นั่งอยู่ข้างหน้าผมกำลังบอกว่า ท่านขอใช้เวลาเพียง 1 เดือนเพื่อเริ่มต้นนโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรค

 

หรือนี่คือ โชคชะตา

 

วันนั้น ผมเดินออกจากห้องปลัดกระทรวงด้วยความลิงโลด ถ้าร้องไชโยเสียงดังๆได้โดยไม่เสียแนวปฏิบัติ ก็คงทำไปแล้ว หลังจากวันนั้น ผมได้ประจักษ์กับตาตัวเองว่า ระบบราชการที่เขาร่ำลือกันว่า หย่อนยาน ไร้ประสิทธิภาพ ทำงานเช้าชามเย็นชาม ไม่จริงเสมอไป ที่กระทรวงสาธารณสุข ระหว่างเดือนมีนาคมถึงเดือนกันยายน 2544 ระบบราชการกลายเป็นเครื่องจักรที่ทรงพลัง ทำงานไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย บุกตะลุย ตะลุมบอนไปข้างหน้าไม่คิดชีวิต ภายใต้การนำของปลัดกระทรวงที่ชื่อ นายแพทย์มงคล ณ สงขลา

 

โอ้..ภาวะผู้นำของผู้บริหารสูงสุดฝ่ายข้าราชการ..เมื่อมีความมุ่งมั่นถึงขีดสุดแล้ว เปี่ยมพลังจริงๆอย่างนี้เอง หลังจากนำร่อง 6 จังหวัดในวันที่ 1 เมษายนผ่านไป เรานำร่องระยะที่ 2 ต่ออีก 15 จังหวัดในวันที่ 15 มิถุนายน 2544 และประกาศใช้นโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรคครบทั้งประเทศในวันที่ 1 ตุลาคม 2544 ใช้เวลาเพียง 7 เดือน! วันที่ 1 ตุลาคม 2544 คือวันที่อาจารย์มงคลเกษียณอายุราชการพอดี

 

ตลอด 7 เดือนก่อนเกษียณอายุ อาจารย์มงคลใช้ความเด็ดเดี่ยวสั่งการให้ผู้ใต้บังคับบัญชาทุกคน อธิบดีทุกกรม ผู้ตรวจราชการทุกเขต โรงพยาบาลทุกแห่ง ปรับภารกิจครั้งใหญ่..."Zero In" เรื่อง 30 บาทรักษาทุกโรคเป็นหลัก แรงเสียดทานเกิดขึ้นมากมายทั้งภายในและภายนอกกระทรวง ทั้งจากฝ่ายค้านและบริษัทยา แต่ก็ไม่สามารถต้านการรวมพลังของรัฐมนตรีผู้กำหนดนโยบาย กับ ปลัดกระทรวงและข้าราชการทุกระดับของกระทรวงสาธารณสุขได้

 

ถ้าปี 2544 ปลัดกระทรวงไม่ได้ชื่อ "นายแพทย์มงคล ณ สงขลา" การขับเคลื่อนนโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรคย่อมยากเย็นแสนเข็ญ เหนื่อยจนเลือดตาแทบกระเด็น และอาจไม่สามารถปักหลักมั่นคงจนเป็น "ความทะเยอทะยานครั้งสำคัญของมนุษย์" อย่างที่ชื่นชมกันไว้ ประวัติศาสตร์ของการสร้างหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าในประเทศไทย จึงไม่ได้เป็นผลงานของ ดร.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และ นายแพทย์สงวน นิตยารัมภ์พงศ์ เพียงเท่านั้น แต่สมควรจารึกไว้ว่า นายแพทย์มงคล ณ สงขลา มีส่วนสำคัญไม่ยิ่งหย่อนกว่ากัน

 

คนบางคน แม้ยังมีชีวิตอยู่ แต่เหมือนจากไปแล้ว
คนบางคน แม้จากไปแล้ว แต่ยังอยู่ในความทรงจำไม่มีวันสิ้นสุด

 

ความทรงจำที่เป็น "มงคล" ไม่มีวันสิ้นสุด
............................................................
.
อาจารย์มงคล ณ...

โพสต์โดย สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี เมื่อ วันอาทิตย์ที่ 13 ธันวาคม 2020

 


 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง