รีเซต

MAGURO ส่ง Age.3 บุกตลาดแซนด์วิช เคาะเป้า 25 บาท

MAGURO ส่ง Age.3 บุกตลาดแซนด์วิช เคาะเป้า 25 บาท
ทันหุ้น
1 กรกฎาคม 2569 ( 01:30 )
3

บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ระบุถึง บริษัท มากุโระ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MAGURO ว่า บริษัทเตรียมเปิดตัว Age.3 (อาเกะซัง) แบรนด์ Snack & Dessert แบรนด์แรกในเครือ MAGURO Group โดยเตรียมนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่นในช่วงเดือนตุลาคม 2569 นับเป็นแบรนด์ที่ 11 ของกลุ่ม และเป็นการรุกตลาดขนมและของว่าง (Snack & Dessert) อย่างจริงจัง ตามแผนการเปิดแบรนด์ใหม่ในปี 2569

สาขาแรกจะเปิดให้บริการที่ Dusit Central Park ชั้น G ในรูปแบบร้านขนาดเล็ก รองรับลูกค้าประมาณ 10 ที่นั่ง เน้นโมเดล Grab & Go เป็นหลัก ซึ่งใช้เงินลงทุนต่ำกว่าร้านอาหารแบบ Full-service

Age.3 เป็นแบรนด์แซนด์วิชทอด (Fried Sandwich) สัญชาติญี่ปุ่น ที่เริ่มต้นจากย่านกินซ่า กรุงโตเกียว และได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วจากคอนเซ็ปต์ "Redefining the Fried Sandwich" ที่ยกระดับเมนูแซนด์วิชทอดให้กลายเป็นสินค้าไลฟ์สไตล์ที่สามารถรับประทานได้ตลอดวัน

ปัจจุบันแบรนด์มีสาขาประมาณ 5 แห่งในประเทศญี่ปุ่น และอีก 5 สาขาในต่างประเทศ ได้แก่ เซี่ยงไฮ้ ซิดนีย์ ฮ่องกง แห่งละ 1 สาขา และกรุงมะนิลา 2 สาขา

MAGURO วางตำแหน่ง (Positioning) ของ Age.3 ไว้ในกลุ่ม Accessible Premium ด้วยระดับราคาประมาณ 80-200 บาทต่อชิ้น ซึ่งอยู่ในระดับที่ผู้บริโภคเข้าถึงได้ง่าย และมีโอกาสสร้างความถี่ในการซื้อซ้ำสูงกว่าธุรกิจร้านอาหารแบบ Full-service โดยมีเมนูกว่า 30 รายการ ครอบคลุมทั้งเมนูของหวานและของคาว เพื่อตอบโจทย์การบริโภคในหลากหลายโอกาส ตั้งแต่มื้อเช้า อาหารว่าง ไปจนถึงมื้อเบาในช่วงเย็น

กลุ่มเป้าหมายหลัก ได้แก่ กลุ่ม Gen Z วัยทำงาน และนักท่องเที่ยวต่างชาติ เนื่องจาก Age.3 เป็นแบรนด์ที่มีการรับรู้และได้รับความนิยมในหมู่นักท่องเที่ยวต่างชาติอยู่แล้ว

ฝ่ายวิจัยมองว่า ตลาดแซนด์วิชทอด (Fried Sandwich) ในประเทศไทยยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น โดยผู้เล่นส่วนใหญ่ยังเป็นผู้ประกอบการรายย่อยที่มีจำนวนสาขาจำกัด ทำให้การแข่งขันยังไม่รุนแรง ขณะที่ Age.3 มีจุดแข็งจากการเป็นแบรนด์ต้นตำรับจากประเทศญี่ปุ่น และมี Brand Recognition สูงในกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติ

บริษัทตั้งเป้ารายได้ของสาขาแรก Age.3 ไว้อย่างน้อย 1 ล้านบาทต่อเดือน โดยหากอิงราคาขายเฉลี่ย 140 บาทต่อชิ้น จะคิดเป็นยอดขายประมาณ 240 ชิ้นต่อวัน ซึ่งฝ่ายวิจัยมองว่าเป็นเป้าหมายที่สามารถทำได้และไม่ได้ท้าทายมากนัก เมื่อพิจารณาจากทำเลในย่าน CBD ฐานลูกค้า และการรับรู้แบรนด์ที่มีอยู่

อย่างไรก็ตาม แม้ Age.3 จะช่วยเพิ่มความหลากหลายให้กับพอร์ตธุรกิจ แต่ในเชิงตัวเลข ฝ่ายวิจัยยังมองว่าผลบวกต่อรายได้และกำไรของ MAGURO ในช่วง 1-2 ปีแรก ยังมีจำกัด เนื่องจากขนาดธุรกิจยังเล็กเมื่อเทียบกับรายได้รวมของกลุ่ม

 ภาพรวมยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ในช่วงเดือนเมษายน-มิถุนายน 2569 คาดว่ายังคงติดลบราว 5-6% ซึ่งอ่อนตัวลงจากไตรมาส 1/2569 ที่ติดลบ 1% จากกำลังซื้อที่ยังเปราะบาง ประกอบกับบริษัทลดการจัดโปรโมชั่นเพื่อกระตุ้นยอดขาย

ฝ่ายวิจัยคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2569 ที่ 130 ล้านบาท ลดลง 12% YoY โดยได้สะท้อนปัจจัยลบจากกำลังซื้อที่ชะลอตัว รวมถึงแรงกดดันด้านต้นทุนจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นไว้แล้ว ทำให้มองว่า Downside Risk อยู่ในระดับจำกัด คงคำแนะนำ "ซื้อ" ราคาเป้าหมาย 25 บาท (ประเมินด้วยวิธี DCF) โดยมองว่าแรงกดดันด้านต้นทุนเป็นเพียงปัจจัยระยะสั้นถึงระยะกลาง ขณะที่ในระยะยาว MAGURO ยังโดดเด่นจากแนวโน้มกำไรสุทธิในช่วงปี 2570-2571 ที่คาดว่าจะเติบโตเฉลี่ยราว 20% CAGR จากการเดินหน้าขยายสาขาใหม่อย่างต่อเนื่องและเชิงรุก (Aggressive Expansion)

ข่าวที่เกี่ยวข้อง