รีเซต

ต้นทุนพลังงานบีบ SME กว่าครึ่งคาดต้นทุนพุ่ง สินค้าจ่อขึ้นราคา พาณิชย์เร่งคุมค่าครองชีพ

ต้นทุนพลังงานบีบ SME กว่าครึ่งคาดต้นทุนพุ่ง สินค้าจ่อขึ้นราคา พาณิชย์เร่งคุมค่าครองชีพ
TNN ช่อง16
28 ตุลาคม 2569 ( 15:45 )

ความผันผวนของราคาพลังงานกำลังเพิ่มแรงกดดันต่อผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ SME (เอสเอ็มอี) ของไทย โดยเฉพาะธุรกิจที่ต้องพึ่งพาวัตถุดิบ ค่าไฟฟ้า และการขนส่งสินค้า ซึ่งล้วนเป็นต้นทุนสำคัญในการดำเนินกิจการ

เมื่อค่าใช้จ่ายหลายรายการปรับเพิ่มขึ้นพร้อมกัน ผู้ประกอบการอาจต้องใช้เงินทุนหมุนเวียนมากขึ้น แม้จะผลิตและจำหน่ายสินค้าในปริมาณเท่าเดิม ส่งผลให้ธุรกิจต้องพิจารณาว่าจะปรับขึ้นราคาสินค้า ยอมลดกำไร หรือหาวิธีลดต้นทุนส่วนอื่นเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน

ผลสำรวจของสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เกี่ยวกับแนวโน้มต้นทุนธุรกิจในช่วง 6 เดือนข้างหน้า พบว่า ผู้ประกอบการ 50.4% คาดว่าต้นทุนจะเพิ่มขึ้น ขณะที่ 36.7% คาดว่าต้นทุนจะอยู่ในระดับเดิม มีเพียง 9.6% ที่คาดว่าต้นทุนจะลดลง และอีก 3.3% ไม่สามารถคาดการณ์ได้

แนวโน้มต้นทุน SME ใน 6 เดือนข้างหน้า

             สัดส่วนผู้ประกอบการ

คาดว่าต้นทุนเพิ่มขึ้น

                50.4%

คาดว่าต้นทุนเท่าเดิม

                36.7%

คาดว่าต้นทุนลดลง

                 9.6%

ไม่สามารถคาดการณ์ได้

                3.3%

ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่า ผู้ประกอบการมากกว่าครึ่งยังคงเตรียมรับมือกับภาระค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น และมีแนวโน้มต้องปรับแผนบริหารต้นทุนอย่างต่อเนื่อง

วัตถุดิบ–ค่าขนส่ง–พลังงาน 3 แรงกดดันสำคัญ

เมื่อพิจารณาปัจจัยที่ผลักดันต้นทุน ผลสำรวจ สสว. พบว่า ผู้ประกอบการระบุถึงราคาวัตถุดิบในตลาดเป็นปัจจัยสำคัญ ตามด้วยค่าขนส่งและราคาพลังงาน

ปัจจัยที่ผลักดันต้นทุน

สัดส่วน

ราคาวัตถุดิบในตลาด

24.7%

ค่าขนส่ง

11.7%

ราคาพลังงาน

11.7%

นอกจากนี้ การปรับราคาของผู้จำหน่ายและคู่ค้ายังเป็นอีกปัจจัยที่สร้างแรงกดดัน เพราะต้นทุนที่เพิ่มขึ้นสามารถส่งผ่านมาตามห่วงโซ่ธุรกิจได้

แม้กิจการบางแห่งไม่ได้ใช้พลังงานโดยตรงในสัดส่วนสูง แต่ก็อาจได้รับผลกระทบผ่านราคาวัตถุดิบ สินค้าสำเร็จรูป และค่าบริการที่ซื้อจากผู้ประกอบการรายอื่น

ผลกระทบจึงแตกต่างกันตามลักษณะกิจการ ธุรกิจที่ใช้วัตถุดิบจำนวนมากอาจได้รับแรงกดดันจากราคาจัดซื้อ ขณะที่กิจการที่ต้องขนส่งสินค้าบ่อยครั้งหรือส่งสินค้าเป็นระยะทางไกล อาจได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันมากกว่า

ผู้ประกอบการจึงจำเป็นต้องแยกต้นทุนแต่ละประเภทให้ชัดเจน เพื่อประเมินว่าจะลดการใช้ทรัพยากร ปรับกระบวนการทำงาน หรือเจรจากับคู่ค้าในส่วนใดได้บ้าง

SME 21.7% เตรียมขึ้นราคาสินค้า อีกส่วนยอมลดกำไร

เมื่อต้นทุนธุรกิจปรับเพิ่มขึ้น การขึ้นราคาสินค้าเป็นหนึ่งในทางเลือกเพื่อรักษากำไร แต่ในภาวะที่ผู้บริโภคยังระมัดระวังการใช้จ่าย การปรับราคาก็อาจทำให้ยอดขายลดลงได้เช่นกัน

ผลสำรวจ สสว. พบว่า ผู้ประกอบการ 21.7% ระบุว่าจะปรับขึ้นราคาสินค้า เพื่อรับมือกับต้นทุนที่สูงขึ้น ขณะที่ผู้ประกอบการอีกส่วนหนึ่งเลือกวิธีลดค่าใช้จ่ายหรือยอมรับกำไรที่ลดลง

แนวทางรับมือต้นทุนที่เพิ่มขึ้น

สัดส่วนตามผลสำรวจ

ปรับขึ้นราคาสินค้า

21.7%

ลดต้นทุนด้านอื่น

12.7%

ยอมลดกำไร

11.2%

เจรจาราคากับคู่ค้า

7.8%

ปรับกระบวนการทำงาน

7.8%

การขึ้นราคาสินค้าอาจช่วยชดเชยต้นทุนต่อหน่วย แต่ผู้ประกอบการต้องติดตามว่าการปรับราคาส่งผลต่อปริมาณขายมากน้อยเพียงใด โดยเฉพาะสินค้าที่มีคู่แข่งจำนวนมากและผู้บริโภคสามารถเปลี่ยนไปซื้อสินค้าทดแทนได้ง่าย

ส่วนการยอมลดกำไรอาจช่วยรักษาฐานลูกค้าในระยะสั้น แต่หากต้นทุนยังสูงต่อเนื่อง ธุรกิจก็อาจเหลือเงินสำหรับหมุนเวียนและลงทุนพัฒนากิจการน้อยลง

ผู้ประกอบการบางส่วนยังเลือกเปลี่ยนแหล่งวัตถุดิบ ลดกำลังการผลิต และชะลอการลงทุน ซึ่งสะท้อนว่าแรงกดดันด้านต้นทุนไม่ได้กระทบเฉพาะราคาสินค้า แต่ยังอาจส่งผลต่อแผนขยายธุรกิจในอนาคต

หากกิจการลดกำลังการผลิตหรือลงทุนน้อยลงเป็นเวลานาน ก็อาจจำกัดโอกาสสร้างรายได้และการจ้างงานในระยะถัดไป

ขึ้นราคาหรือรักษาลูกค้า โจทย์ยากของธุรกิจรายเล็ก

สำหรับ SME การตัดสินใจปรับราคาควรพิจารณาจากต้นทุนและกำไรของสินค้าแต่ละรายการ แทนการปรับราคาในอัตราเดียวกันทั้งหมด

สินค้าที่มีต้นทุนวัตถุดิบเพิ่มขึ้นมากอาจต้องเจรจาราคาซื้อหรือปรับราคาขาย ขณะที่สินค้าบางประเภทอาจลดความสูญเสียจากการผลิต ปรับระบบจัดส่ง หรือเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้ โดยไม่จำเป็นต้องส่งผ่านต้นทุนทั้งหมดไปยังผู้บริโภค

การรักษาคุณภาพสินค้าและความสัมพันธ์กับลูกค้ายังมีความสำคัญ เพราะการลดต้นทุนที่กระทบคุณภาพอาจช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะสั้น แต่สร้างความเสียหายต่อความเชื่อมั่นและยอดขายในระยะยาว


พาณิชย์จับตาสินค้าอ่อนไหว 17 รายการ หวั่นค่าครองชีพพุ่ง

เมื่อผู้ประกอบการบางส่วนเริ่มพิจารณาปรับขึ้นราคาสินค้า สิ่งที่ต้องติดตามคือแรงกดดันจากต้นทุนพลังงานจะส่งผ่านไปยังราคาสินค้าจำเป็นมากเพียงใด

กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า ราคาน้ำมันดีเซลที่ปรับเพิ่มขึ้น ประกอบกับสถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ ทำให้ต้องเพิ่มความเข้มข้นในการติดตามราคาสินค้าและโครงสร้างต้นทุน

กรมการค้าภายในระบุว่า น้ำมันมีสัดส่วนประมาณ 40% ของต้นทุนในระบบขนส่ง จึงเป็นหนึ่งในช่องทางสำคัญที่ทำให้ความผันผวนของราคาพลังงานส่งผลต่อราคาสินค้า

กรมการค้าภายในจึงกำหนดให้มีการติดตามสินค้าสำคัญอย่างใกล้ชิด โดยแบ่งเป็นสองกลุ่ม ได้แก่

กลุ่มสินค้าอ่อนไหว 17 รายการ ติดตามราคาและสถานการณ์ทุกวัน ครอบคลุมสินค้าจำเป็น เช่น เนื้อหมู เนื้อไก่ ไข่ไก่ น้ำมันพืช และข้าวสาร รวมถึงปัจจัยการผลิต เช่น ปุ๋ย อาหารสัตว์ และน้ำมันดีเซล

กลุ่มสินค้าเฝ้าระวังพิเศษ 6 รายการ ติดตามสถานการณ์สัปดาห์ละ 2 ครั้ง เช่น อาหารปรุงสำเร็จและนมผง เพื่อประเมินความเคลื่อนไหวของราคาและภาวะตลาด

การติดตามดังกล่าวครอบคลุมทั้งสินค้าที่ประชาชนซื้อเพื่อบริโภคโดยตรง และปัจจัยการผลิตที่อาจส่งผลต่อต้นทุนสินค้าในขั้นตอนต่อไป

กระทรวงพาณิชย์ขอผู้ผลิตตรึงราคา ประคองกำลังซื้อประชาชน

นอกจากการติดตามราคาสินค้า กรมการค้าภายในยังขอความร่วมมือผู้ผลิตให้ตรึงราคาสินค้า พร้อมประสานผู้ประกอบการค้าปลีกให้ช่วยประคองราคาขาย เพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชน

กรมการค้าภายในระบุว่า ในช่วงที่รายงานข้อมูลดังกล่าว ยังไม่มีผู้ผลิตยื่นขอปรับขึ้นราคา แต่สถานการณ์ต้นทุนยังมีความไม่แน่นอน จึงจำเป็นต้องติดตามอย่างต่อเนื่อง

มาตรการตรึงราคาสินค้าอาจช่วยชะลอผลกระทบต่อผู้บริโภค แต่ในมุมผู้ผลิต หากราคาวัตถุดิบและค่าขนส่งเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่ราคาขายยังคงเดิม ก็อาจทำให้อัตรากำไรลดลง

การดูแลราคาจึงต้องพิจารณาโครงสร้างต้นทุนของสินค้าแต่ละกลุ่ม เพื่อให้สามารถประคองค่าครองชีพประชาชนควบคู่กับการรักษาความสามารถในการดำเนินธุรกิจของผู้ผลิต

กรมการค้าภายในยังติดตามต้นทุนพลังงาน ค่าขนส่ง และวัตถุดิบนำเข้า พร้อมตรวจสอบโครงสร้างต้นทุนสินค้า ขณะที่ผู้ประกอบการบางส่วนใช้วิธีลดค่าใช้จ่ายและปรับระบบขนส่ง เพื่อประคองราคาขายให้อยู่ในระดับที่ลูกค้ายอมรับได้

อย่างไรก็ตาม ความสามารถในการลดต้นทุนของแต่ละกิจการมีข้อจำกัดแตกต่างกัน ธุรกิจขนาดเล็กบางแห่งอาจไม่มีอำนาจต่อรองกับคู่ค้ามากเท่าบริษัทขนาดใหญ่ ทำให้การรับมือกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นเป็นเรื่องยากกว่า


ต้นทุน SME สูงต่อเนื่อง เสี่ยงกระทบทั้งราคาสินค้าและการผลิต

แรงกดดันด้านต้นทุนพลังงานและวัตถุดิบกำลังสร้างโจทย์สำคัญให้เศรษฐกิจไทย เพราะผลกระทบไม่ได้จำกัดอยู่ที่กำไรของผู้ประกอบการ แต่สามารถเชื่อมโยงไปถึงราคาสินค้า กำลังซื้อ การผลิต และการลงทุน

หากผู้ประกอบการส่งผ่านต้นทุนด้วยการขึ้นราคาสินค้า ผู้บริโภคอาจต้องรับภาระค่าครองชีพสูงขึ้น แต่หากผู้ประกอบการไม่สามารถปรับราคาได้และต้องยอมลดกำไรต่อเนื่อง ก็อาจกระทบสภาพคล่องและความสามารถในการดำเนินกิจการ

ในกรณีที่ธุรกิจเริ่มลดกำลังการผลิตหรือชะลอการลงทุน ผลกระทบอาจขยายไปถึงการจ้างงานและรายได้ของแรงงานในระยะต่อไป

สำหรับผู้ประกอบการ SME การมีข้อมูลต้นทุนที่ชัดเจนจะช่วยให้ตัดสินใจได้ว่าควรปรับราคา ลดค่าใช้จ่าย หรือเจรจากับคู่ค้าในส่วนใด รวมถึงช่วยอธิบายเหตุผลในการปรับราคาสินค้าเมื่อมีความจำเป็น

ส่วนภาครัฐต้องรักษาสมดุลระหว่างการดูแลราคาสินค้าให้เหมาะสมกับกำลังซื้อของประชาชน และการประคองให้ผู้ผลิตสามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้

เพราะหากสามารถตรึงราคาสินค้าหน้าร้านได้ในระยะสั้น แต่ผู้ผลิตขาดสภาพคล่องจนต้องลดการผลิต ความเสี่ยงด้านต้นทุนก็อาจย้อนกลับมากระทบผู้บริโภคในระยะถัดไป

ความท้าทายของเศรษฐกิจไทยจึงไม่ใช่เพียงการป้องกันไม่ให้สินค้าขึ้นราคา แต่ต้องทำให้ธุรกิจรายเล็กสามารถรับมือกับต้นทุนที่สูงขึ้น โดยไม่สูญเสียความสามารถในการแข่งขันและการดำเนินกิจการในระยะยาว

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง