ลมหนาวพัดมาเอื่อยๆ พร้อมกับกลิ่นอายของปีใหม่แบบนี้ เป็นสัญญาณเตือนว่าฤดูกาลแห่งการยื่นภาษี ได้วนกลับมาอีกครั้งแล้วนะครับคุณผู้อ่าน หลายคนพอได้ยินคำว่าภาษีปุ๊บ อาจจะรู้สึกปวดหัวตุ๊บๆ ขึ้นมาทันที ยิ่งน้องๆ ที่เพิ่งเริ่มทำงาน หรือ First Jobber อาจจะยังจับต้นชนปลายไม่ถูกว่าต้องเริ่มตรงไหน แต่เดี๋ยวก่อนครับ ในความปวดหัวนั้น ยังมีเรื่องราวดีๆ ซ่อนอยู่ นั่นก็คือเงินคืนภาษีนั่นเอง ลองจินตนาการถึงเสียงข้อความแจ้งเตือนเงินเข้าบัญชีดูสิครับ มันช่างไพเราะและทำให้หัวใจพองโตจริงๆ แต้มเชื่อว่าหลายคนมีสิทธิ์ได้เงินก้อนนี้คืน แต่กลับมองข้ามไปอย่างน่าเสียดาย วันนี้ แต้มเอง จะพาคุณผู้อ่านไปรู้จักว่ายื่นภาษีอย่างไรและยื่นขอคืนภาษีทำยังไง มีขั้นตอนอย่างไรบ้างกันครับผม การขอคืนภาษี ก่อนจะไปดูขั้นตอน แต้มอยากชวนมาทำความเข้าใจกันก่อนครับว่าการขอคืนภาษีมันคือสิทธิของเราโดยชอบธรรมครับ อธิบายง่ายๆ เหมือนเวลาเราไปซื้อของแล้วจ่ายแบงก์พัน แต่ค่าของจริงๆ ราคาถูกกว่านั้น แม่ค้าก็ต้องทอนเงินคืนเราใช่มั้ยครับ ภาษีก็เหมือนกันครับ หากตลอดทั้งปีเราถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย ไปมากกว่าภาษีที่เราต้องจ่ายจริง ซึ่งคำนวณหลังจากหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนต่างๆ แล้ว เราก็มีสิทธิ์ขอเงินส่วนเกินนั้นคืนจากกรมสรรพากรครับผม ซึ่งถ้าเราวางแผนดีๆ รู้จักค่าลดหย่อนต่างๆ เงินก้อนนี้อาจจะไม่ใช่น้อยๆ เลยนะครับ ค่าอะไรบ้างที่ลดหย่อนภาษีได้ในปีนี้ สำหรับปีภาษี 2567 ที่เราจะต้องมายื่นกันในปี 2568 นี้ แต้มได้รวบรวมรายการลดหย่อนพื้นฐานที่สำคัญมาเล่าให้ฟังครับ เริ่มต้นที่กลุ่มแรกคือ ค่าลดหย่อนส่วนตัวและครอบครัว พื้นฐานเลยทุกคนจะมีค่าลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บาทครับ หากใครมีคู่สมรสที่ไม่มีเงินได้ก็ลดหย่อนเพิ่มได้อีก 60,000 บาท ส่วนคนมีลูกก็ได้รับสิทธิคนละ 30,000 บาท รวมถึงใครที่เลี้ยงดูคุณพ่อคุณแม่ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป ก็สามารถนำมาลดหย่อนได้ท่านละ 30,000 บาทเช่นกันครับ มาต่อกันที่ กลุ่มประกันและการออม บ้างครับ ใครที่ทำประกันชีวิตทั่วไปหรือประกันสะสมทรัพย์ที่คุ้มครอง 10 ปีขึ้นไป สามารถนำมาลดหย่อนได้สูงสุด 100,000 บาท ส่วนประกันสุขภาพตัวเองลดหย่อนได้สูงสุด 25,000 บาท (แต่เมื่อรวมกับประกันชีวิตแล้วต้องไม่เกิน 1 แสนนะครับ) นอกจากนี้ยังมีกองทุนต่างๆ เช่น กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD), กบข., กองทุน RMF และ SSF ที่ช่วยลดหย่อนภาษีได้ตามเงื่อนไขของแต่ละกองทุนครับ สุดท้ายคือ กลุ่มมาตรการรัฐ ที่หลายคนอาจจะลืม นั่นคือ ดอกเบี้ยกู้ซื้อบ้านหรือคอนโดครับ สามารถนำมาลดหย่อนได้ตามจริงแต่ไม่เกิน 100,000 บาท และโครงการช้อปดีมีคืน (ตามเงื่อนไขโครงการ) ที่สามารถลดหย่อนได้ตามจริง สูงสุดไม่เกิน 40,000 บาทครับผม ขั้นตอนการขอคืนภาษี 2568 พอเตรียมเอกสารครบแล้ว ก็ถึงเวลาลงสนามจริงครับ คุณผู้อ่านสามารถยื่นแบบกระดาษได้ที่สำนักงานสรรพากรแต่แต้มขอแนะนำวิธีที่สะดวกกว่านั้น คือยื่นออนไลน์ครับ ขั้นตอนก็ง่ายๆ ดังนี้ครับ เริ่มแรกให้คุณผู้อ่านเข้าไปที่เว็บไซต์ของกรมสรรพากร แล้วเข้าสู่ระบบ E-Filing ด้วย Digital ID หรือ RD ID หากใครยื่นครั้งแรกต้องสมัครสมาชิกก่อนนะครับ จากนั้นก็กรอกข้อมูลส่วนตัวและรายได้ของเราลงไปครับ ระบบจะคำนวณให้อัตโนมัติ ขั้นตอนนี้สำคัญมากคือการใส่ค่าลดหย่อนครับ ให้คุณผู้อ่านเลือกรายการลดหย่อนที่เราเตรียมไว้ กรอกลงไปให้ครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นดอกเบี้ยบ้าน หรือเงินบริจาค สุดท้ายก็ตรวจสอบตัวเลขอีกครั้ง ถ้าถูกต้องแล้ว กดยืนยันการยื่นแบบได้เลยครับ ระบบจะแจ้งทันทีว่าเราชำระเพิ่มหรือได้รับเงินคืนครับผม หลังจากกดยืนยันไปแล้ว หลายคนคงจะตื่นเต้นและเฝ้ารอใช่ไหมครับ แต้มแนะนำว่าไม่ต้องนั่งเดาครับ เราสามารถเช็กสถานะได้เลยโดยเข้าไปที่ระบบ My Tax Account ในเว็บไซต์สรรพากร แล้วเลือกเมนู ติดตามสถานะและส่งเอกสารระบบจะโชว์เลยครับว่าตอนนี้เรื่องของเราถึงขั้นไหนแล้ว ถ้าเจ้าหน้าที่ต้องการเอกสารเพิ่ม ก็สามารถอัปโหลดไฟล์ผ่านเมนูนี้ได้เลย สะดวกมากๆ ครับ สิ่งสำคัญที่สุดคือการ ผูกพร้อมเพย์กับบัตรประชาชนครับ หากอนุมัติแล้ว เงินจะเด้งเข้าบัญชีภายใน 3-5 วันทำการเท่านั้น แต่ถ้าเลือกรับเป็นเช็คอาจต้องรอนานถึง 15 วัน หรือเป็นเดือนเลยนะครับ อีกเรื่องคือการเตรียมเอกสารให้เป๊ะ โดยเฉพาะ ทวิ 50, หนังสือรับรองดอกเบี้ยบ้าน หรือใบกำกับภาษีต่างๆ ถ้าสรรพากรขอปุ๊บ เราส่งไฟล์ให้ปั๊บ เรื่องก็จะเดินไวขึ้นครับ และอย่าลืมตรวจสอบตัวเลขให้ดีก่อนส่ง เพราะถ้ายื่นผิดแล้วต้องยื่นใหม่ คิวของเราอาจจะไปต่อท้ายแถว ทำให้ได้เงินช้าลงนั่นเองครับ เห็นไหมครับคุณผู้อ่าน การยื่นภาษีและการขอคืนภาษีไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดเลย เปรียบเสมือนการตรวจสุขภาพทางการเงินประจำปีของเราไปในตัวด้วยครับ หวังว่าวันนี้จะช่วยให้คุณผู้อ่านยื่นภาษีปี 2568 ได้อย่างราบรื่น และได้รับเงินคืนเข้ากระเป๋ากันถ้วนหน้านะครับ นอกจากนี้ คุณผู้อ่านก็สามารถมาพูดคุยกันได้ในช่อง “แสดงความคิดเห็น” ได้เลยนะครับ แต้มเอง เป็นพื้นที่ในการเล่าเรื่องราวที่น่าสนใจที่แต้มได้ไปเจอมา ทั้งสถานที่ อาหาร การใช้ชีวิต และเรื่องราวการเรียนอีกสารพัด ฝากกดติดตามด้วยนะครับ เครดิต รูปภาพหน้าปก / รูปภาพประกอบบทความ - แต้มเอง(ผู้เขียน) ฝากติดตาม · แต้มเอง อ่านบทความอื่นๆ บน TrueID Creator เข้าร่วม Community กับ แต้มเอง เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !