รีเซต

ธนาคารโลกชู Small AI สร้างงาน 1,200 ล้านคน รับมือเศรษฐกิจยุคปัญญาประดิษฐ์

ธนาคารโลกชู Small AI สร้างงาน 1,200 ล้านคน รับมือเศรษฐกิจยุคปัญญาประดิษฐ์
TNN ช่อง16
13 ตุลาคม 2569 ( 10:52 )

การประชุมประจำปีครั้งที่ 81 ของกลุ่มธนาคารโลก (World Bank Group: WBG) และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (International Monetary Fund: IMF) ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพมหานคร ให้ความสำคัญกับอนาคตของปัญญาประดิษฐ์และการจ้างงาน ภายใต้หัวข้อ Small AI: More and Better Jobs โดยมีอาเจย์ บังกา (Ajay Banga) ประธานกลุ่มธนาคารโลก นายธาร์แมน ชันมูการัตนัม (Tharman Shanmugaratnam) ประธานาธิบดีสิงคโปร์ และคริสตาลินา จอร์เจียวา (Kristalina Georgieva) กรรมการจัดการ IMF ร่วมเสนอแนวทางใช้ AI เพื่อสร้างงาน เพิ่มผลิตภาพ และขยายโอกาสทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในประเทศกำลังพัฒนา การประชุมครั้งนี้ยังเป็นการกลับมาจัดงานที่กรุงเทพฯ อีกครั้งในรอบ 35 ปี นับจากปี 1991 ตามข้อมูลในเอกสารสรุปการประชุม

Small AI ทางเลือกใหม่สำหรับประเทศกำลังพัฒนา

ประเด็นสำคัญของการประชุมคือการส่งเสริมปัญญาประดิษฐ์ขนาดเล็ก หรือสมอลล์เอไอ (Small AI) ซึ่งหมายถึงระบบ AI ที่ออกแบบมาเพื่อทำงานเฉพาะด้าน มีต้นทุนต่ำ และสามารถใช้งานบนอุปกรณ์ทั่วไป เช่น สมาร์ตโฟน โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ตลอดเวลา บางระบบยังทำงานผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วต่ำหรือใช้งานแบบออฟไลน์ได้ เหมาะกับพื้นที่ชนบทและประเทศที่มีข้อจำกัดด้านโครงสร้างพื้นฐาน แตกต่างจากโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (Large Language Models: LLMs) ซึ่งมักต้องใช้ทรัพยากรประมวลผลและพลังงานจำนวนมาก

อาเจย์ บังกา ระบุว่า ภายใน 10-15 ปีข้างหน้า จะมีเยาวชนในประเทศกำลังพัฒนาประมาณ 1,200 ล้านคนเข้าสู่วัยทำงาน หากประชากรกลุ่มนี้ได้รับการศึกษา ทักษะ และโอกาสในการประกอบอาชีพอย่างเหมาะสม จะกลายเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ แต่หากไม่สามารถสร้างงานรองรับได้ ก็อาจนำไปสู่ปัญหาทางเศรษฐกิจและสังคม โดยธนาคารโลกมองว่าความเสี่ยงสำคัญของประเทศกำลังพัฒนาไม่ใช่เพียงการถูก AI แย่งงาน แต่รวมถึงการนำเทคโนโลยีมาใช้สร้างงานใหม่ได้ช้าเกินไป

IMF เตือน AI กระทบแรงงานทั่วโลก 40%

ด้าน IMF ประเมินว่า AI อาจส่งผลกระทบต่อการจ้างงานทั่วโลกประมาณ 40% โดยประเทศเศรษฐกิจขั้นสูงมีสัดส่วนงานที่ได้รับผลกระทบราว 60% ขณะที่ประเทศรายได้น้อยอยู่ที่ประมาณ 23% อย่างไรก็ตาม ผลกระทบไม่ได้หมายถึงการเลิกจ้างทั้งหมด เพราะบางอาชีพจะได้รับประโยชน์จากการใช้ AI เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ขณะเดียวกัน IMF ประเมินว่า การประยุกต์ใช้ AI อาจช่วยเพิ่มอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจในประเทศเอเชียที่พัฒนาแล้วประมาณ 0.5-1.0 จุดเปอร์เซ็นต์ และประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ในเอเชียประมาณ 0.2-0.8 จุดเปอร์เซ็นต์ โดยเป็นการประเมินศักยภาพ ไม่ใช่ผลการเติบโตที่เกิดขึ้นแล้ว

ทาร์แมน ชันมูการัตนัม เตือนถึงความเสี่ยงของตลาดแรงงานที่อาจแบ่งออกเป็นสองกลุ่มอย่างชัดเจน หรือปรากฏการณ์แรงงานรูปตัวเค (K-Shaped Workforce) โดยผู้มีทักษะสูงและสามารถใช้ AI จะได้รับประโยชน์มากขึ้น ขณะที่แรงงานทักษะระดับกลางอาจเผชิญแรงกดดัน โดยเฉพาะงานสำนักงานและตำแหน่งเริ่มต้นสำหรับผู้สำเร็จการศึกษาใหม่ นอกจากนี้ การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจที่ใช้เครื่องจักรและเงินทุนมากขึ้น ยังทำให้รัฐบาลต้องทบทวนระบบภาษีและจัดสรรงบประมาณสำหรับการฝึกทักษะใหม่และการเรียนรู้ตลอดชีวิต

ธนาคารโลกเสนอ 5 สาขาเศรษฐกิจเป้าหมาย

ธนาคารโลกเสนอให้ประเทศกำลังพัฒนามุ่งใช้ Small AI ในเศรษฐกิจ 5 สาขาหลัก ได้แก่ โครงสร้างพื้นฐาน การเกษตรรายย่อย สาธารณสุขปฐมภูมิ การท่องเที่ยว และการผลิตมูลค่าเพิ่ม โดย AI สามารถช่วยเกษตรกรเข้าถึงข้อมูลโรคพืช ปุ๋ย สินเชื่อ และราคาผลผลิต ช่วยบุคลากรสาธารณสุขในพื้นที่ห่างไกลเข้าถึงคำแนะนำทางการแพทย์ ตลอดจนสนับสนุนธุรกิจท่องเที่ยวและการแปรรูปผลิตภัณฑ์ในท้องถิ่น นอกจากนี้ ยังเปิดโอกาสให้เกิดธุรกิจที่ดำเนินงานโดยผู้ประกอบการเพียงคนเดียว ซึ่งใช้ AI ช่วยจัดการบัญชี การตลาด และการดำเนินธุรกิจด้วยต้นทุนต่ำ

เปิดตัวอย่างการใช้ Small AI ในหลายประเทศ

กรณีศึกษาจากอินเดีย ได้แก่ การพัฒนา AI โดยวาดวานี เอไอ (Wadhwani AI) สำหรับประเมินน้ำหนักและขนาดร่างกายทารกจากภาพวิดีโอ การคัดกรองวัณโรคผ่านเสียงไอ การตรวจคัดกรองภาวะเบาหวานขึ้นจอตา และระบบช่วยบุคลากรทางการแพทย์ตัดสินใจรักษาผู้ป่วย โดยเอกสารการประชุมระบุว่า มีการคัดกรองวัณโรคแล้วกว่า 4.5 ล้านคน และมีการใช้ระบบสนับสนุนการตัดสินใจทางคลินิกมากกว่า 300 ล้านครั้ง ทั้งนี้ ตัวเลขดังกล่าวเป็นข้อมูลที่รายงานในการประชุม ไม่ใช่ผลการตรวจสอบประสิทธิภาพทางคลินิกโดยอิสระ

ภาคการเกษตรมีโครงการอะกริคอนเน็กต์ (AgriConnect) ซึ่งใช้ AI สนทนาด้วยเสียงเพื่อให้คำแนะนำแก่เกษตรกรผ่านโทรศัพท์ โดยมีเป้าหมายขยายการเข้าถึงเกษตรกรในหลายประเทศ และได้รับเงินสนับสนุนตั้งต้นจากกูเกิลดอตออร์ก (Google.org) จำนวน 2.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 80 ล้านบาท ขณะที่ภาคการศึกษาในเอลซัลวาดอร์มีการนำระบบกร็อก ทิวเตอร์ (Grok Tutor) มาใช้สนับสนุนการเรียนรู้ตามความสามารถของนักเรียน ส่วนประเทศเซเชลส์มุ่งใช้ AI จัดการทรัพยากรประมง การท่องเที่ยว และการพัฒนาทักษะแรงงานในเศรษฐกิจทางทะเล

สำหรับประเทศไทย เอกสารสรุปการประชุมยกตัวอย่างนกกระซิบ เอไอ (NokKhasip AI) ซึ่งเป็นผู้ช่วยสำหรับผู้ประกอบการรายย่อย ใช้วิเคราะห์ยอดขาย คำนวณกำไร บริหารสินค้าคงคลัง และจัดเตรียมข้อมูลทางการเงินเพื่อประกอบการขอสินเชื่อ โดยระบุว่ามีผู้ใช้งานเกือบ 1 ล้านราย อย่างไรก็ตาม สถานะการใช้งานและจำนวนผู้ใช้ดังกล่าวยังควรตรวจสอบกับหน่วยงานเจ้าของโครงการก่อนนำไปเผยแพร่เป็นข้อเท็จจริงที่ยืนยันแล้ว

ปฏิรูปการศึกษาและปกป้องข้อมูลท้องถิ่น

อีกประเด็นสำคัญคือการปรับระบบการศึกษาให้ตอบสนองต่อเศรษฐกิจยุค AI โดยลดการพึ่งพาการเรียนเชิงทฤษฎีเพียงอย่างเดียว และเพิ่มการฝึกปฏิบัติ การฝึกงานในสถานประกอบการ และหลักสูตรระยะสั้นที่ปรับเปลี่ยนได้รวดเร็ว เนื่องจากทักษะที่ตลาดแรงงานต้องการในอีก 5 ปีข้างหน้ายังมีความไม่แน่นอนสูง ผู้เข้าร่วมการประชุมจึงให้ความสำคัญกับความสามารถในการเรียนรู้สิ่งใหม่และการปรับตัว มากกว่าการยึดติดกับวุฒิการศึกษาหรือทักษะชุดเดิม

ด้านการกำกับดูแล AI มีข้อเสนอให้ประเทศต่าง ๆ หลีกเลี่ยงการพึ่งพาโมเดลจากผู้ให้บริการเพียงรายเดียว พร้อมรักษาสิทธิในการควบคุมข้อมูลภาษา กฎหมาย สุขภาพ และบริบทท้องถิ่นของตนเอง ทิฟฟานี ซิงกู หวัง (Tiffany Shingu Wang) เสนอแนวคิดให้ประเทศสามารถใช้ความสามารถของ AI จากภายนอกได้ แต่ต้องเป็นเจ้าของข้อมูลและบริบทที่จำเป็นต่อการพัฒนาเทคโนโลยี ขณะเดียวกันต้องพัฒนาบุคลากรให้สามารถตรวจสอบและปฏิเสธคำแนะนำของ AI ได้เมื่อพบข้อผิดพลาด เพื่อให้มนุษย์ยังคงมีบทบาทสำคัญในการตัดสินใจ

เป้าหมายสำคัญคือสร้างงาน ไม่ใช่เพียงสร้างเทคโนโลยี

สาระสำคัญจากการประชุมชี้ว่า ประเทศกำลังพัฒนาไม่จำเป็นต้องแข่งขันสร้างโมเดล AI ขนาดใหญ่หรือศูนย์ข้อมูลระดับโลกเพื่อให้ได้รับประโยชน์จากเทคโนโลยี แต่สามารถเริ่มจากการพัฒนาระบบ AI เฉพาะทางที่แก้ปัญหาจริงของประชาชน โดยภาครัฐควรร่วมมือกับภาคเอกชนกำหนดโจทย์การใช้งาน สนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลสาธารณะ พัฒนาฐานข้อมูลท้องถิ่นที่มีคุณภาพ และลงทุนในการฝึกทักษะแรงงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ AI กลายเป็นเครื่องมือเพิ่มรายได้ สร้างงานที่มีคุณภาพ และลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจในระยะยาว

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง