รีเซต

IMF ชี้พิษสงคราม ทุบเศรษฐกิจตอ.กลาง ติดลบ 1.3% จ่อฟื้นตัวปีหน้า

IMF ชี้พิษสงคราม ทุบเศรษฐกิจตอ.กลาง  ติดลบ 1.3% จ่อฟื้นตัวปีหน้า
TNN ช่อง16
15 ตุลาคม 2569 ( 14:52 )

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เปิดเผยแนวโน้มเศรษฐกิจตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ (MENA) ระหว่างการประชุม IMF-World Bank 2026 ที่กรุงเทพมหานคร โดยคาดว่าเศรษฐกิจภูมิภาคจะหดตัวจากการเติบโต 3.3% ในปี 2025 มาอยู่ที่ -1.3% ในปี 2026 ก่อนจะพลิกกลับมาขยายตัว 6.6% ในปี 2027 อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวจะไม่เท่าเทียมกันในแต่ละประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมันที่ได้รับผลกระทบจากสงครามและการหยุดชะงักของภาคพลังงาน

ญิฮาด อาซูร์ ผู้อำนวยการฝ่ายตะวันออกกลางและเอเชียกลางของ IMF ระบุว่า ความขัดแย้งในภูมิภาคส่งผลกระทบอย่างหนักต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการผลิตน้ำมัน การขนส่งสินค้า และเส้นทางการค้าระหว่างประเทศ แม้ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นจะช่วยเพิ่มรายได้ให้บางประเทศ แต่ก็ไม่สามารถชดเชยความเสียหายจากการหยุดชะงักของการผลิตและการส่งออกได้ทั้งหมด

IMF ประเมินว่า วิกฤตครั้งนี้ก่อให้เกิดแรงกระแทกด้านราคาน้ำมันครั้งใหญ่ที่สุดในรอบอย่างน้อย 50–60 ปี โดยเฉพาะประเทศที่พึ่งพาการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ เช่น คูเวต กาตาร์ อิรัก และอิหร่าน ซึ่งมีข้อจำกัดในการใช้เส้นทางส่งออกทางเลือก ขณะที่ซาอุดีอาระเบียและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือ ยูเออี ยังมีความสามารถในการรับมือกับวิกฤตได้ดีกว่า เนื่องจากมีเส้นทางขนส่งทางเลือก รวมถึงเงินสำรองและทรัพยากรทางการเงินช่วยรองรับผลกระทบ

สำหรับสถานการณ์การโจมตีซาอุดีอาระเบียของกลุ่มฮูตีในเยเมน IMF ยอมรับว่า ความขัดแย้งที่ขยายวงออกไปทำให้การประเมินเศรษฐกิจตะวันออกกลางมีความซับซ้อนมากขึ้น โดยเฉพาะความเสี่ยงจากการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและเส้นทางเดินเรือสำคัญ ซึ่งอาจทำให้การผลิตและการส่งออกน้ำมันหยุดชะงักเพิ่มเติม และเพิ่มแรงกดดันต่อราคาพลังงานโลก

ขณะเดียวกัน IMF มองว่า ประเทศผู้นำเข้าน้ำมันในภูมิภาคตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือยังสามารถรับมือกับผลกระทบได้ค่อนข้างดี โดยมีรายได้จากการท่องเที่ยว เงินส่งกลับจากแรงงานในต่างประเทศ และมาตรการช่วยเหลือของภาครัฐเป็นปัจจัยสนับสนุน ส่วนภูมิภาคคอเคซัสและเอเชียกลาง คาดว่าเศรษฐกิจจะชะลอตัวจาก 6.2% ในปี 2025 เหลือ 5.2% ในปี 2026 และ 5% ในปี 2027

อย่างไรก็ตาม IMF เตือนว่าความเสี่ยงสำคัญที่สุดคือสงครามตะวันออกกลางที่อาจยืดเยื้อกว่าคาด ซึ่งจะยิ่งซ้ำเติมปัญหาเงินเฟ้อ การค้า และเสถียรภาพทางการคลัง โดยเฉพาะประเทศรายได้น้อยที่มีเงินสำรองจำกัด พร้อมเสนอให้รัฐบาลต่าง ๆ ให้ความสำคัญกับการควบคุมเงินเฟ้อ รักษาวินัยทางการคลัง ฟื้นฟูเงินสำรอง และเร่งกระจายความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ เพื่อลดการพึ่งพารายได้จากพลังงานและเพิ่มความสามารถในการรับมือกับวิกฤตในอนาคต

ทั้งนี้ IMF มีกำหนดเผยแพร่รายงานแนวโน้มเศรษฐกิจตะวันออกกลางและเอเชียกลางฉบับสมบูรณ์ในวันที่ 22 ตุลาคม 2026 ที่นครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง