5 เรื่องควรรู้: ก่อนลงทุนหุ้นปันผล เมื่อพูดถึงการลงทุน การนำเงินออมไปต่อยอดให้งอกเงยก็แน่นอนว่าสินทรัพย์ที่หลายคนมักจะนึกถึงเป็นลำดับแรก ๆ ก็คือหุ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับหุ้นปันผล ซึ่งว่ากันว่าเป็นเสมือนการสร้าง Passsive Income ให้เรามีรายรับเข้ามาเรื่อย ๆ จากปันผลของหุ้นตัวนั้น ๆ นั่นเอง อย่างไรก็ตามในการลงทุนหุ้นปันผลนั้นก็มีข้อควรรู้ ข้อควรระวังอยู่หลายประการด้วยกัน ซึ่งหลายคนอาจจะไม่เคยรู้มาก่อน ในบทความนี้เราจึงได้สรุปรวมมาบอกล่าวชี้แนะให้ผู้ที่สนใจลงทุนในหุ้นปันผลได้ทราบกันก่อนตัดสินใจลงทุนจริง ๆ 1. Dividend Yield หรืออัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลของหุ้นแต่ละตัวนั้นไม่เท่ากัน เรื่องแรกที่ผู้ลงทุนในหุ้นปันผลควรรู้ก็คือ อัตราผลตอบแทนของหุ้นปันผลแต่ละตัว หรือที่ศัพท์เทคนิคการเงินเรียกว่า Dividend Yield นั้นแตกต่างกันออกไป ตัวอย่างเช่น หุ้น A มี Dividend Yield 7% หุ้น B มี Dividend Yield 5% ดังนั้นหากเราลงทุนในหุ้น A และหุ้น B ในจำนวนเงินเท่า ๆ กัน เราจะได้รับเงินปันผลจากหุ้น A มากกว่านั่นเอง ดังนั้นสิ่งแรกที่ควรทำก่อนตัดสินใจซื้อหุ้นปันผลตัวใด ๆ ก็คือการหาตัวเลข Dividend Yield เพื่อประกอบการตัดสินใจถึงความคุ้มค่าของผลตอบแทนนั่นเอง 2. การจ่ายปันผลของหุ้นแต่ละตัวอาจเปลี่ยนแปลงได้เสมอ หลายคนเข้าใจว่าเมื่อเราซื้อหุ้นปันผลแล้วเราก็จะได้รับเงินปันผลจากหุ้นตัวนั้น ๆ ไปเรื่อย ๆ ตราบที่เรายังถือหุ้นอยู่ แต่ในความเป็นจริงต้องบอกว่าไม่ใช่ซะทีเดียว เพราะการจ่ายเงินปันผลของหุ้นแต่ละตัวอาจเปลี่ยนแปลง หรือพูดง่าย ๆ ก็คือ อาจมีการงดจ่ายปันผลได้เสมอ เพราะโดยทั่วไปแล้วการจ่ายปันผลมักจะสัมพันธ์กับผลประกอบการ หรือกำไรที่กิจการทำได้ และหุ้นแต่ละตัว หรือบริษัทแต่ละบริษัทก็มักจะมีการกำหนดเกณฑ์จ่ายปันผลเอาไว้ เช่น ไม่น้อยกว่า 20% ของกำไร เป็นต้น ดังนั้นเท่ากับว่าหากรอบบัญชีไหนบริษัทขาดทุน เขาก็จะไม่จ่ายปันผลให้นักลงทุนนั่นเอง ดังนั้นในการลงทุนหุ้นปันผล เราจึงควรศึกษาผลประกอบการย้อนหลังของบริษัทนั้น ๆ ด้วยว่า ที่ผ่านมาบริษัททำกำไรได้ต่อเนื่องหรือไม่ มีประวัติการจ่ายปันผลย้อนหลังสม่ำเสมอหรือไม่ 3. เงินปันผลจากหุ้นโดนหักภาษี ณ ที่จ่าย 10% นะ เรื่องต่อมาที่ผู้ลงทุนในหุ้นปันผลควรทราบก็คือ เงินปันผลที่เราได้รับจากหุ้นตัวใด ๆ นั้น เราจะไม่ได้รับเต็มจำนวนที่ทางบริษัทนั้น ๆ จ่ายให้เรา แต่จะโดนหักภาษี 10% ทันที ไม่ว่าจะเป็นการรับเงินผ่านการโอนเข้าบัญชีธนาคาร หรือรับเป็นเช็คก็ตาม ยอดที่เราได้รับจริงก็จะเป็นยอดที่โดนหักภาษีไปแล้ว 10% นั่นเอง แต่สิ่งสำคัญก็คือเงินส่วนที่โดยหักไป 10% นี้ เราสามารถนำไปยื่นขอคืนภาษีประจำปีจากสรรพากรได้ ดังนั้นทุกครั้งที่ได้รับเงินปันผลจากหุ้นตัวใด ๆ ก็ให้เราเก็บหลักฐานการรับเงินปันผลไว้ ถึงเวลายื่นภาษีก็จะได้ใช้หลักฐานนั้น ๆ ยื่นขอคืนภาษีได้เลย 4. หุ้นปันผลมักจ่ายปันผลปีละ 2 ครั้ง เรื่องต่อมาที่ผู้ลงทุนในหุ้นปันผลควรทราบก็คือ หุ้นปันผลในตลาดหลักทรัพย์โดยส่วนใหญ่มักจะจ่ายเงินปันผลให้นักลงทุนปีละ 2 ครั้ง ด้วยกัน ประกอบด้วย ปันผลประจำปี และปันผลระหว่างกาล โดยปันผลประจำปีมักจะจ่ายในอัตราที่มากกว่าปันผลระหว่างกาล อย่างไรก็ตามการความถี่ในการจ่ายเงินปันผลนั้นขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละบริษัท โดยบางบริษัทอาจจ่ายเพียงปีละครั้ง เฉพาะเงินปันผลประจำปี หรือบางบริษัทก็อาจจะแบ่งจ่ายถึงปีละ 3 ครั้ง ประกอบด้วยปันผลประจำปี 1 ครั้ง ปันผลระหว่างกาล 2 ครั้ง 5. การลงทุนในหุ้นปันผลอาจเสี่ยงขาดทุนจากราคาหุ้นได้เช่นกัน หลายคนอาจเข้าใจว่าการลงทุนในหุ้นปันผลนั้นเป็นการลงทุนสร้าง Passive Income ที่ปลอดภัย ถึงเวลาก็ได้รับปันผลเข้าบัญชี แต่ในความเป็นจริงต้องบอกว่ากันว่าหุ้นปันผลนั้นก็เสี่ยงที่จะขาดทุนจากราคาหุ้นที่ผันผวนได้เช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังวันกำหนดสิทธิ์จ่ายปันผลของหุ้นตัวนั้น ๆ ซึ่งมักจะโดนแรงเทขายจากนักลงทุนที่ได้สิทธิ์รับปันผลแน่นอนแล้ว ราคาหุ้นจึงมักร่วงลง โดยจะเห็นว่าหุ้นปันผลหลายตัวมักมีเปอร์เซ็นต์ปรับตัวลงมาเท่า ๆ กับอัตราจ่ายปันผล หรืออาจปรับตัวลงมากกว่าด้วยซ้ำ ดังนั้นในการวางแผนขายหุ้นปันผลจึงควรที่จะประเมิณความเสี่ยงเรื่องราคาที่ผันผวนให้ดี โดยระมัดระวังการขายหุ้นหลังวันกำหนดสิทธิ์ หรือขึ้นเครื่องหมาย XD ณัฐนันท์ ภาพปก/ภาพประกอบ โดยผู้เขียน (Tools Design Canva, ChatGPT) เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !