52 วิธีตัดสินใจให้ไม่พลาด คือผลงานภาคต่อจากเล่มแรก (ที่พูดถึงอคติทางความคิด) Rolf Dobelli จะมาเปิดมุมมองใหม่ระดับจิตวิทยา ความรู้สึก ที่ส่งผลให้การตัดสินใจของเราไม่เป็นเหตุเป็นผลเท่าที่ควร จนบางครั้งเราถูกหลอกจากคนที่เข้าใจทฤษฎีเหล่านี้ ...นี่เป็นหนังสือจิตวิทยาที่อ่านง่าย และรู้สึกได้เลยว่ามันจะโดนใจเราเกือบทุกประเด็น แม้แต่เจ้าตัว Rolf Dobelli เองก็ยอมรับว่าไม่สามารถครอบคลุมได้กับความคิดของเขาเองทั้งหมด อย่างน้อยมันก็เป็นแง่คิดสำคัญในการมองสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้าอย่างเป็นกลางและไม่ถูกหลอกทางความรู้สึก ความรู้ความประทับใจในมุมมองของครีเอเตอร์ 1.การตัดสินใจทำให้เราเหนื่อย คนที่เคยใช้เวลานานๆไปกับการตั้งค่าต่าง ๆ ในโน้ตบุ๊กหรือหาข้อมูลเพื่อวางแผนการท่องเที่ยว เช่น เที่ยวบิน โรงแรม และกิจกรรมต่าง ๆ ย่อมเข้าใจเรื่องนี้เป็นอย่างดี หลังจากที่เปรียบเทียบพิจารณาและตัดสินใจเรื่องต่าง ๆ เรียบร้อยแล้ว คุณจะรู้สึกหมดแรง ปรากฎการณ์นี้เรียกว่าความอ่อนล้าจากการตัดสินใจ 2.ทุกครั้งที่พบคำว่า “โดยเฉลี่ย” จงคิดทบทวนให้ดี และพยายามทำความเข้าใจการกระจายของข้อมูลที่อยู่เบื้องหลังค่าเฉลี่ยนั้น ถ้าข้อมูลที่มีค่าผิดปกติเพียงข้อมูลเดียวแทบไม่ส่งผลกระทบอะไรต่อค่าเฉลี่ยอย่างเรื่องน้ำหนักของผู้โดยสารบนรถประจำทาง แนวคิดเรื่องค่าเฉลี่ยก็ยังพอจะเชื่อถือได้ แต่ในกรณีที่มีค่าผิดปกติซึ่งต่างจากค่าส่วนใหญ่อย่างมหาศาลและส่งผลกระทบรุนแรงต่อค่าเฉลี่ยอย่างเรื่องความมั่งคั่งของผู้โดยสารบนรถประจำทาง คุณ (รวมถึงบรรดานักข่าว) ก็ไม่ควรให้ความสำคัญกับ “ค่าเฉลี่ย” มากนัก 3.ปรากฏการณ์บั่นทอนแรงจูงใจ กล่าวคือ เมื่อคนเราทำอะไรบางอย่างด้วยเจตนาอันดีโดยไม่หวังเงินทอง การให้ค่าตอบแทนจะทำให้เจตนาอันดีของเราหายวับไปทันที พูดง่าย ๆ ก็คือเงินทำลายแรงจูงใจของคนเรา 4.ปรากฏการณ์ชื่อว่าเกณฑ์บ่งระยะแรกของโรคที่เปลี่ยนแปลงไป (stage migration) หรือปรากฏการณ์วิลล์ โรเจอร์ส มีลักษณะนี้... สมมุติว่าคุณต้องดูแลสาขาย่อยของศูนย์จําหน่ายรถยนต์สองแห่ง โดยมีพนักงานขายทั้งหมด 6 คน พนักงานหมายเลข 1-3 ประจําอยู่ที่สาขา A ส่วนพนักงานหมายเลข 4-6 ประจําอยู่ที่สาขา B โดยเฉลี่ยแล้วพนักงานหมายเลข 1 ขายรถได้เดือน ละคัน พนักงานหมายเลข 2 ขายได้เดือนละ 2 คัน ไล่ไปเช่นนี้เรื่อย ๆ จนถึงสุดยอดพนักงานขายหมายเลข 6 ซึ่งขายรถได้เดือนละ 6 คัน เมื่อลองคํานวณดูก็จะเห็นว่าโดยเฉลี่ยแล้ว สาขา A ขายรถได้เดือนละ 2 คันต่อพนักงานหนึ่งคน ในขณะที่ สาขา B ขายได้เดือนละ 5 คันต่อพนักงานหนึ่งคน....................แล้วจะเกิดอะไรขึ้นถ้าย้ายพนักงานหมายเลข 4 ไปอยู่ที่สาขา A คําตอบคือยอดขายโดยเฉลี่ยของสาขา A จะเพิ่มขึ้นเป็น 2.5 คันต่อ พนักงานหนึ่งคน ส่วนยอดขายโดยเฉลี่ยของสาขา B ที่เหลือ พนักงานอยู่แค่สองคนก็จะเพิ่มขึ้นเป็น 5.5 คันต่อคน กลยุทธ์ ในการเดินหมากเช่นนี้ไม่ได้ทําให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริง แต่มันสามารถทําให้ผู้พบเห็นประทับใจได้ 5.กลุ่มต่างๆ มักหยิบการใช้ความพยายามเป็นข้ออ้างมาทำให้สมาชิกรู้สึกผูกพันกับกลุ่ม ผลการวิจัยพบว่ายิ่ง“บททดสอบ” นั้นยากมากเท่าไหร่ คนที่ผ่านการทดสอบก็จะยิ่งรู้สึกภูมิใจมากขึ้นเท่านั้น บรรดาสถาบันที่เปิดสอนหลักสูตรเอ็มบีเอก็ใช้ประโยชน์จากปรากฏการณ์นี้ โดยออกแบบหลักสูตรให้นักศึกษาเรียนหนักและแทบไม่มีเวลาหยุดพัก จนบางครั้งก็ถึงกับหมดเรี่ยวหมดแรงกันเลยทีเดียว และเมื่อคว้าปริญญามาครองได้สำเร็จพวกเขาก็จะรู้สึกว่าหลักสูตรเอ็มบีเอเป็นสิ่งที่จําเป็นต่ออาชีพของตัวเองมากเหลือเกิน ไม่ว่าจริงๆแล้วมันจะมีประโยชน์หรือไม่เข้าท่าก็ตาม ที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะพวกเขาต้องลำบากจนเลือดตาแทบกระเด็นกว่าจะคว้ามันมาครองได้ 6.นักจิตวิทยาชื่อสตีเฟน การ์เซียได้อธิบายถึงกรณีของผู้ได้รับรางวัลโนเบลคนหนึ่งที่กีดกันไม่ให้นักวิจัยหน้าใหม่ที่มีแววรุ่งสมัครเข้ามาทำงานในมหาวิทยาลัย“ของเขา” ซึ่งเห็นได้ชัดว่าเป็นการกระทำที่ไม่เข้าท่าเลยสักนิด เพราะเท่ากับว่าเขาปล่อยให้นักวิจัยอนาคตไกลไปทุ่มเทสติปัญญาให้กับทีมวิจัยอื่นแทน นักวิจัยชี้ให้เห็นว่าอคติจากการเปรียบเทียบกับคนที่ดูเหนือกว่าอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้แทบไม่มีทีมวิจัยใดสามารถรักษาตำแหน่งผู้นำติดต่อกันเป็นเวลาหลายปีได้ 7.จงสนับสนุนคนที่เก่งกว่าคุณ จริงอยู่ว่าหากมองในระยะสั้นการทำเช่นนี้อาจทำให้คุณเสี่ยงต่อการถูกโค่นตำแหน่ง แต่คุณจะได้รับประโยชน์ในระยะยาวอย่างแน่นอน เพราะสักวันหนึ่งคนที่วิ่งตามคุณอยู่ก็จะไล่ทันคุณ คุณจึงควรผูกมิตรกับคนเก่ง ๆ และเรียนรู้จากพวกเขาเพื่อพัฒนาตัวเอง 8.ทุกสิ่งมีโอกาสเกิดขึ้นได้บนโลกใบนี้และกระบวนการคิดของคนเราก็มักผิดพลาดอยู่บ่อยครั้ง จึงควรจําไว้เสมอว่าทุกอย่างมีความเป็นไปได้มากกว่าศูนย์ สิ่งที่คุณควรทําคือการพาตัวเองเข้าไปอยู่ในสถานการณ์ที่เอื้อให้เกิด Black Swan ในด้านบวก (แม้มันจะฟังดูเป็นไปได้ยากก็ตาม) เช่น ผันตัวไปเป็นศิลปิน นักประดิษฐ์ หรือ ผู้ประกอบการ และสร้างผลงานที่เติบโตได้ ถ้าคุณยังทํางานที่ต้องขายเวลาแลกเงิน เช่น พนักงานบริษัท ทันตแพทย์หรือนักข่าว คุณก็คงไม่มีทางได้เจอกับหงส์ดําในด้านบวก แต่ถ้าจําเป็นต้องทําอาชีพนั้นต่อไปคุณก็ควรหลีกเลี่ยงสภาพแวดล้อมที่เอื้อให้เกิดหงส์ดําในด้านลบ ซึ่งหมายความว่าคุณ ต้องอยู่ให้ห่างหนี้สิน ลงทุนด้วยเงินออมอย่างระมัดระวังที่สุด และใช้ชีวิตอย่างติดดินเสมอแม้จะประสบความสําเร็จครั้งใหญ่ตามที่หวังไว้ 9.เราสามารถพบเห็นปรากฏการณ์คิดไปเองว่าคนส่วน ใหญ่เห็นพ้องได้ในแวดวงการเมืองและกลุ่มคนที่มีส่วนได้ส่วนเสียกับเรื่องใดเรื่องหนึ่ง โดยพวกเขามักประเมินจํานวนคนที่สนใจเรื่องเดียวกับตัวเองไว้สูงเกินไปเสมอ ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนคือเรื่องภาวะโลกร้อน ไม่ว่าคุณจะคิดว่าปัญหานั้นรุนแรงมากแค่ไหน คุณก็จะเชื่อว่าคนส่วนใหญ่คิดเหมือนคุณ การที่บรรดานักการเมืองมั่นใจว่าตัวเองจะชนะการเลือกตั้งไม่ได้เป็นเพราะพวกเขามองโลกในแง่ดี แต่เป็นเพราะพวกเขาประเมินคะแนนนิยมของตัวเองไว้สูงเกินความเป็นจริงโดยไม่รู้ตัว ส่วนผู้มีสิทธิเลือกตั้งอย่างคุณก็ประเมินโอกาสที่พรรคโปรดของตัวเองจะชนะการเลือกตั้งไว้สูงจนเกินไปเช่นกัน 10.ใครเป็นคนคิดค้นเครื่องทอผ้า เครื่องจักรไอน้ำ รถยนต์ และหลอดไฟ คนเหล่านั้นไม่ใช่นักทฤษฎีแต่เป็นนักปฏิบัติ ถึงกระนั้น เรากลับให้ความสําคัญกับนักปราชญ์ นักวิชาการ นักทฤษฎี นักประพันธ์ นักเขียน และคอลัมนิสต์มากเกินไป แต่ประเมินความสําคัญของนักปฏิบัติและนักประดิษฐ์ต่ำเกินไป ทั้งที่แนวคิด ผลิตภัณฑ์ และทักษะล้วนมาจากการ ทดลองและเฝ้าสังเกตมากกว่าการอ่านหรือคิดใคร่ครวญ 11.บรรดานักวางกลยุทธ์การตลาดต่างก็ใช้ประโยชน์จากปรากฏการณ์เงินที่ได้ฟรีจากเจ้ามือ เช่น เว็บไซต์การพนัน ออนไลน์จะ “มอบ” เงินขวัญถุงให้คุณ 100 ดอลลาร์เมื่อลง ทะเบียนเป็นสมาชิก บริษัทบัตรเครดิตในอเมริกาจะ “มอบ” แต้มสะสมให้คุณ 100 แต้มทันทีที่เปิดใช้บัตรเครดิต สายการบินต่าง ๆ “มอบ” ไมล์สะสมให้ทันทีสองสามพันไมล์เมื่อคุณสมัครเป็นสมาชิก ส่วนผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์ก็ “มอบ” สิทธิพิเศษโทรฟรีในช่วงแรกๆให้ ผลก็คือคุณจะใช้โทรศัพท์มากขึ้นโดยไม่รู้ตัว วัฒนธรรมการมอบแต้มพิเศษต่างๆ นี้เป็นผลของปรากฏการณ์เงินที่ได้ฟรีจากเจ้ามือ 12.สิ่งที่น่าขันเกี่ยวกับความอิจฉาคือเราจะอิจฉาเฉพาะคนที่มีอายุ หน้าที่การงาน และรูปแบบการใช้ชีวิตใกล้เคียงกับตัวเองมาก เราไม่อิจฉานักธุรกิจเมื่อ 10 ปีก่อน พืช สัตว์ หรือเศรษฐีที่อยู่ห่างไปอีกซีกโลกหนึ่ง แต่จะอิจฉาคนรอบตัว ซึ่งคล้ายคลึงกับเรา อริสโตเติลเข้าใจเรื่องนี้เป็นอย่างดี โดยกล่าวไว้ว่า “ช่างปั้นหม้อย่อมอิจฉาคนที่เป็นช่างปั้นหม้อเหมือนกัน” งานเขียนเล่มสองยังคงอ่านง่าย เข้าใจง่าย และแฝงสาระน่ารู้สำคัญไว้เหมือนเล่มแรก ส่วนหนึ่งก็ด้วยฝีมือของคนแปลด้วย อคติทางความคิดหรือ Bias ทั้งหลายที่มีทฤษฎีตั้งเอาไว้เป็นหลักสากลมากมายถูกรวบรวมไว้ พร้อมยกตัวอย่างสถานการณ์ใกล้ตัวไว้ในหนังสือชุดนี้แล้ว บอกเลยว่ามันกระตุกจิต กระตุกการคิดของเราไปสมควรเลย เพราะมันไม่ใช่แค่ความรู้ แต่มันเป็นวิธีการมองโลกอย่างที่ควรเป็น แต่เราพลาดแบบไม่รู้ตัว เครดิตภาพ ภาพปก ภาพที่ 1 และ 2 โดยผู้เขียน ภาพที่ 3 และ 4 โดย AI (ChatGPT) บทความอื่นๆที่น่าสนใจ รีวิวหนังสือ The Art of Thinking Clearly 1 รีวิวหนังสือ THE WEALTH MONEY CAN'T BUY รีวิวหนังสือ ความจริงที่โหดร้ายจนห้ามพูด เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !