*วันสิ้นโลก หรือ วันโลกาวินาศ อาจเกิดหรือไม่เกิดขึ้นสิ่งนี้คงไม่มีใครตอบได้ ซึ่งสาเหตุนั้นอาจเป็นได้จากปรากฏการณ์ดาวหางพุ่งชนโลก อาจจะเกิดขึ้นโดยฝีมือมนุษย์ ที่ก่อสงครามทำลายล้างกันเอง หรือเกิดจากเชื้อโรคร้าย ที่นำพาโรคระบาดจนทำให้มวลมนุษยชาติแทบสูญพันธุ์ ซึ่งเราคงได้แต่ภาวนาว่าอย่าให้มีวันนั้นเลย แต่ถ้ามันเกิดขึ้นมาล่ะเราจะทำอย่างไร1. เตรียมสิ่งของหากเกิดวันสิ้นโลกขึ้นมาจริง สิ่งแรกที่ควรทำเลยก็คือ การเก็บข้าวของที่สำคัญอย่างเสื้อผ้าต่างๆ ที่ปกป้องคุณได้ ทำให้อบอุ่นในอากาศที่หนาวเย็นจัด ต่อมาก็คืออาหารต่างๆ ที่สามารถเก็บไว้ได้นานอย่างอาหารกระป๋อง หรืออาหารที่ปรุงได้ง่ายๆ ต่อมาก็คือน้ำดื่มอย่างน้อยสัก 3 ลิตร หรือเครื่องกรองน้ำขนาดพกพาหากคุณพบแหล่งน้ำภายนอก ต่อมาก็เป็นพวกถุงนอน ไม่ควรใช้เต็นท์ เป็นเพราะอาจมีน้ำหนักมากเกินไปและสุดท้ายก็พวกยา หรือชุดปฐมพยาบาลต่างๆ ไอโอดีนแบบเม็ดก็ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญ เพราะหากคุณอยู่ในภาวะสงครามนิวเคลียร์มันก็จะช่วยหยุดยั้งสารกัมมันตรังสีที่จะซึมซับเข้าสู่ร่างกายได้ และที่สำคัญคุณควรจะต้องมีความตื่นตัว พร้อมเสมอที่จะควักกระเป๋าออกไปหาที่ปลอดภัยทันทีอย่างไม่ลังเล และถ้าเป็นไปได้คุณก็ควรศึกษาหาข้อมูลจากเหตุการณ์ภัยพิบัติต่างๆ ที่เคยเกิดขึ้น อย่างเช่นไฟไหม้ป่า หรือสึนามิ ว่าเขานั้นเอาตัวรอดกันแบบไหน เพื่อเป็นตัวอย่างให้คุณนำมาใช้ได้ คุณควรศึกษาทางหนีทีไล่ เช่นคุณจะหนีไฟไหม้จากตึกสูงได้อย่างไร หรือคุณจะหนีออกจากเมืองโดยไม่มีรถยนต์ได้อย่างไร2. การมีสติคุณควรเรียนรู้ที่จะระงับความตื่นตระหนกจากข่าวสารหรือโลกโซเชียล อย่าตื่นตูมมากเกินไปจนทำให้เครียด คุณไม่ควรสูบบุหรี่ ดื่มกาแฟ หรือ ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะมันอาจจะทำให้หัวใจและสมองของคุณทำงานผิดปกติ หรือจนถึงขั้นขาดสติได้ คุณควรรู้จักฝึกการควบคุมลมหายใจโดยการหายใจลึกๆ เข้าทางจมูกแล้วค่อยๆ ปล่อยออกมาทางปาก ควรฝึกฝนอยู่เป็นประจำมันจะช่วยให้คุณคลายความเครียดลงไปได้ หรือถ้าคุณสามารถฝึกเรียนโยคะได้ก็จะดีทีเดียว คุณควรที่จะจดบันทึกหรือมีสมุดไดอารี่สักเล่ม เอาไว้เขียนบันทึกเรื่องราวที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน รวมทั้งบรรยายความรู้สึกของคุณในแต่ละเหตุการณ์ต่างๆ การฝึกเช่นนี้ก็เป็นวิธีหนึ่งที่จะช่วยทำให้ควบคุมอารมณ์ความรู้สึกของตัวเราได้เป็นอย่างดี และเมื่อเกิดสถานการณ์คับขันที่คุณตัดสินใจอาจอยู่หรือตาย คุณต้องเรียนรู้ที่จะตัดความคิดฟุ้งซ่านความคิดวิตกกังวลออกไปให้ได้ เพื่อให้สมองได้คิดหาทางรอดให้กับชีวิตของคุณได้อย่างมีประสิทธิภาพ3. หาที่หลบภัย เวลานี้ที่หลบภัยที่น่าจะดูดีที่สุดเมื่อวันสิ้นโลกมาถึงก็คงเป็นใต้ดิน เพราะหากด้านบนเต็มไปด้วยเชื้อโรคเเละสารพิษ หรือกัมมันตภาพรังสีจากสงคราม ใต้ดินนี่แหละเหมาะที่สุด ซึ่งอาจจะเป็นหลุมหลบระเบิดหรือบังเกอร์ห้องใต้ดิน หรืออาจจะเป็นถ้ำในป่าที่ห่างไกลจากผู้คน เพราะคุณควรซ่อนตัวไม่ให้ใครรู้ ทั้งจากผู้ก่อการร้าย หรือจากคนอื่นๆ ที่อาจจะมาทำร้ายคุณเพื่อแย่งชิงอาหาร หรือของใช้จำเป็นของคุณในยามที่โลกเกิดวิกฤติเช่นนี้ คุณควรเปิดตาอยู่ตลอดเวลา เเต่ถ้าคุณไม่สามารถหาที่หลบภัยใต้ดินได้ คุณก็ควรมองหาที่อื่นด้วย คุณควรเรียนรู้สภาพภูมิประเทศในบริเวณที่เกิดเหตุภัยพิบัตินั้นๆ ว่าเป็นอย่างไร พื้นดินตรงนั้นจะทรุดไหม ภูเขาจะมีหินถล่มไหม จะมีน้ำป่าหรือมีน้ำท่วมถึงตรงที่คุณอยู่ไหม บริเวณนั้นมีสัตว์ป่าที่จะมาทำอันตรายคุณได้ไหม หรือคุณอาจจะต้องทำแนวป้องกันอย่างเช่น รั้วหรือหลุมกับดักสัตว์ เพื่อที่คุณจะสามารถสร้างที่หลบภัยของคุณได้ในจุดที่ปลอดภัยที่สุด4. เตรียมร่างกายกายให้พร้อมจริงๆ แล้วการมีร่างกายที่แข็งแรงนั้นคงไม่ต้องรอให้ถึงวันสิ้นโลก เราทุกคนควรใส่ใจดูแลมันเสียตั้งแต่ตอนนี้เลย ตั้งแต่การกินอาหารที่มีประโยชน์ครบทั้ง 5 หมู่ การออกกำลังกายอยู่เป็นประจำ การสร้างกล้ามเนื้อให้แข็งแรงไม่มีโรคภัยไข้เจ็บมาเบียดเบียน และการออกกำลังกายที่เรียกว่า Cardio คือการออกกำลังกายต่อเนื่อง เช่น การวิ่งจ๊อกกิ้ง ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ เหล่านี้จะสร้างให้ปอดของคุณแข็งแรงไม่เหนื่อยง่าย เมื่อต้องวิ่งหรือเดินในระยะทางไกลๆ และคุณก็ควรหมั่นไปพบแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพร่างกายของคุณอยู่เป็นประจำ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความดัน ตรวจกรุ๊ปเลือดของคุณ หากต้องมีการรับเลือดจากผู้อื่น ตรวจสอบว่าคุณมีการแพ้ยาอะไรหรือไม่อย่างไร ตรวจสุขภาพเหงือกและฟัน พูดง่ายๆ ถ้าเขามีอะไรให้ตรวจก็ตรวจมันไปให้หมด แล้วคุณก็ควรที่จะศึกษาศิลปะป้องกันตัวเอาไว้บ้าง อาจจะเป็นจากโรงเรียนที่เขาเปิดสอน หรือว่าดูจาก YouTube อย่างมวยไทย คาราเต้ เทควันโด ก็มีให้เลือกมากมาย5. ทำเองให้ได้มาถึงตรงจุดนี้แล้วก็คงต้องเรียกว่า ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน เราคงไม่สามารถให้ใครมาช่วยเราทำได้ ซึ่งแนวทางที่ดีนั้นเราก็นำทฤษฎีชีวิตพอเพียงของในหลวง ร. 9 มาใช้ได้เลย คือปลูกพืชผักไว้กินเอง เลี้ยงไก่ เลี้ยงปลา เตรียมเมล็ดพันธุ์พืชใช้พลังงานจากธรรมชาติให้เป็นประโยชน์ เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งนี่ถือเป็นวิธีการเอาชีวิตรอดให้ใช้ได้ในระยะยาว และคุณควรเรียนรู้สภาพพื้นดินบริเวณนั้นว่ามีความเหมาะสมสำหรับการปลูกพืชชนิดไหน ควรคิดว่า ถึงวันที่ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ไม่มีไฟฟ้า ไม่มีแอร์ ไม่มีตู้เย็น แล้วคุณจะมีชีวิตอยู่ยังไง คุณอาจต้องเรียนรู้จักการถนอมอาหาร ทำอาหารแห้งหรือการใช้ฟืนเป็นเชื้อเพลิง การทำเตาหุงข้าว การหาพิกัดเก็บน้ำสะอาด คุณควรทำความรู้จักกับพืชที่อยู่ตามธรรมชาติว่าสิ่งไหนกินได้สิ่งไหนนำมาทำเป็นยาได้ แล้วคุณควรเรียนรู้ทักษะการเย็บเสื้อผ้าใช้เอง หรือการทำเครื่องปกป้องร่างกาย อย่างการทำหน้ากากกันไวรัส หรือการทำหน้ากากจากขวดน้ำพลาสติก นี่ก็คือทั้งหมดของวิธีการเอาชีวิตรอดที่เชื่อว่าน่าจะเป็นประโยชน์และใช้ได้จริงไม่ว่าจะเกิดวันสิ้นโลกหรือไม่ก็ตามขอขอบคุณ Credit ภาพจาก Pixabay ภาพปก / ภาพที่ 1-10