รีเซต

สปสช. จ่ายไปแล้วพันล้าน ช่วย ผู้เกิดภาวะไม่พึงประสงค์หลังฉีดวัคซีนโควิด เกือบหมื่นราย

สปสช. จ่ายไปแล้วพันล้าน ช่วย ผู้เกิดภาวะไม่พึงประสงค์หลังฉีดวัคซีนโควิด เกือบหมื่นราย
ข่าวสด
14 มกราคม 2565 ( 15:57 )
28
สปสช. จ่ายไปแล้วพันล้าน ช่วย ผู้เกิดภาวะไม่พึงประสงค์หลังฉีดวัคซีนโควิด เกือบหมื่นราย

สปสช. จ่ายเงินช่วยเหลือ ผู้เกิดภาวะไม่พึงประสงค์หลังฉีดวัคซีนโควิด เกือบหมื่นราย เป็นเงิน 1 พันล้านบาท เผย กทม. ยื่นคำร้องมากที่สุด

 

วันที่ 14 ม.ค.65 นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาลมีนโยบายจ่ายเงินช่วยเหลือเบื้องต้นผู้ที่เกิดภาวะไม่พึงประสงค์หลังรับฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 สำหรับวัคซีนที่ประชาชนได้รับการฉีดฟรี เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนในการรับบริการ

 

โดยมอบให้ สปสช. เป็นหน่วยงานดำเนินการ และได้ออกประกาศ สปสช. เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการจ่ายเงินช่วยเหลือเบื้องต้นกรณีผู้รับบริการได้รับความเสียหายจากการรับวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด-19 เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2564

 

ทั้งนี้ จากข้อมูลล่าสุด (14 มกราคม 2565) มีประชาชนที่ฉีดวัคซีนและเกิดภาวะไม่พึงประสงค์ยื่นคำร้องขอรับการช่วยเหลือจำนวน 12,882 ราย

โดยในจำนวนนี้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ขอรับการช่วยเหลือ 9,551 ราย หรือร้อยละ 74.14 ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ 1,869 ราย หรือร้อยละ 14.51 และอยู่ระหว่างรอการพิจารณาอีก 1,462 ราย หรือร้อยละ 11.35

 

“ในจำนวนนี้ มีผู้ที่อุทธรณ์คำร้องขอรับการช่วยเหลือเพิ่มเติม 680 ราย โดย สปสช.ได้จ่ายเงินช่วยเหลือฯ ไปแล้วทั้งหมด จำนวน 1,065,076,200 บาท เมื่อแยกดูข้อมูลแบ่งตามเขตพบว่า เขต 13 กรุงเทพมหานคร มีการยื่นคำร้องมากที่สุด จำนวน 2,229 ราย รองลงมา 3 เขต เป็นเขต 10 อุบลราชธานี จำนวน 1,510 ราย เขต 1 เชียงใหม่ จำนวน 1,415 ราย และเขต 8 อุดรธานี จำนวน 1,123 ราย” นพ.จเด็จ กล่าว

 

เลขาธิการ สปสช. กล่าวว่า เมื่อดูข้อมูลเพิ่มเติมผู้ที่ยื่นคำร้องขอรับการช่วยเหลือส่วนใหญ่เป็นผู้มีสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือบัตรทอง จำนวน 6,662 ราย หรือร้อยละ 51.72 ผู้มีสิทธิประกันสังคม จำนวน 3,277 ราย หรือร้อยละ 25.44 ผู้มีสิทธิสวัสดิการข้าราชการ จำนวน 2,619 ราย หรือร้อยละ 20.33 นอกนั้นเป็นผู้มีสิทธิรักษาพยาบาลอื่นๆ

 

โดยอาการผู้ที่มีภาวะไม่พึงประสงค์ อาทิ มีไข้, ปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน, มีผื่น คัน บวม, ปวดเวียนศีรษะ หน้ามืด, แน่นหน้าอก หายใจลำบาก, อาการชา, แขนขาอ่อนแรง, ภาวะแพ้รุนแรง (Phylaxis Shock) และเสียชีวิต

 

อย่างไรก็ตาม ส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มอาการไม่รุนแรง เข้าหลักเกณฑ์ระดับ 1 อาการเจ็บป่วยต่อเนื่อง จ่ายไม่เกิน 1 แสนบาท จำนวน 7,037 ราย ขณะที่ในระดับ 2 เกิดความเสียหายถึงขั้นสูญเสียอวัยวะหรือพิการจนมีผลต่อการดำรงชีวิต จ่ายไม่เกิน 2.4 แสนบาท มี จำนวน 250 ราย และระดับ 3 กรณีเสียชีวิตหรือทุพพลภาพถาวร จ่ายไม่เกิน 4 แสนบาท จำนวน 2,264 ราย

 

“ผู้ได้รับผลกระทบจากการฉีดวัคซีนโควิด-19 สามารถยื่นคำร้องขอรับเงินช่วยเหลือเบื้องต้นได้ใน 3 จุด คือ ที่หน่วยบริการที่ไปรับการฉีด ที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) หรือที่ สปสช.เขตพื้นที่ทั้ง 13 สาขาเขต มีระยะเวลายื่นคำร้องภายใน 2 ปี นับจากวันที่เกิดความเสียหายหลังฉีดวัคซีนโควิด-19 ซึ่งหลังจากได้รับคำร้องแล้ว

 

จะมีคณะอนุกรรมการในระดับเขตซึ่งประกอบด้วยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและตัวแทนภาคประชาชนเป็นผู้พิจารณาว่าจะจ่ายเงินเยียวยาหรือไม่และจ่ายเป็นจำนวนเท่าใด ตามหลักฐานทางการแพทย์และระดับความหนักเบาของอาการไม่พึงประสงค์ที่เกิดขึ้น

 

โดยไม่มีการพิสูจน์ถูกผิดตามหลักการสากลหรือ no fault compensation เมื่อมีผู้มายื่นคำร้องแล้ว คณะอนุกรรมการฯ ระดับเขตพื้นที่จะเร่งพิจารณาให้แล้วเสร็จโดยเร็ว ซึ่งในกรณีที่ผู้ยื่นคำร้องไม่เห็นด้วยกับผลการวินิจฉัย ก็มีสิทธิยื่นอุทธรณ์ต่อเลขาธิการ สปสช. ได้ภายใน 30 วันนับแต่วันที่ทราบผลการวินิจฉัย” นพ.จเด็จ กล่าวและว่า

 

สามารถดาวน์โหลดแแบบคำร้องขอรับเงินช่วยเหลือเบื้องต้นกรณีได้รับความเสียหายจากการรับวัคซีนป้องกันโควิดได้ที่ https://www.nhso.go.th/downloads/175 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 1330 ตลอด 24 ชม. หรือ คลิก https://lin.ee/zzn3pU6 เพิ่มเพื่อนไลน์กับ สปสช. @nhso

ข่าวที่เกี่ยวข้อง