Netflix เป็นบริการดูภาพยนตร์แบบสตรีมมิ่ง ผ่านทางเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชั่น คอนเซ็ปต์เดียวกับร้านเช่าวิดีโอแบบเหมาจ่ายรายเดือนจะดูกี่เรื่องกี่ได้ มีแพคเกจราคารายเดือนเริ่มต้นที่ 280 บาทต่อเดือน ที่น่าสนใจคือเป็นธุรกิจสูตรสำเร็จแบบ Start up ที่โตแบบก้าวกระโดด ยกตัวอย่างให้เห็นภาพก็คือเพียง Netflix เปิดตัวชั่วข้ามคืน ทั้ง 77 จังหวัดในประเทศไทยก็สามารถเช่าหนังดูได้แล้ว ถ้าเป็นธุรกิจที่มีหน้าร้านเราก็คงต้องรอให้ธุรกิจนี้ขยายสาขาให้ครบทั้ง 77 จังหวัดก่อนเป็นแน่ ข้อมูลเดือนกันยายน 2018 Netflix มีผู้ใช้บริการในเอเชีย 14.5 ล้านคน เพิ่มขึ้นถึง 50% ภายในระยะเวลา 12 เดือน ถึงแม้ในอเมริกาจะยังคงเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุด แต่การเติบโตนั้นอยู่เพียง 6.5% เมื่อเทียบกับปีก่อน เมื่อ Netflix พร้อมจะขยายฐานลูกค้าในเอเชีย โดยประกาศในงาน CES (The Consumer Electronics Show) ว่าคนเอเชียสามารถเข้าดู Netflix และจ่ายค่าบริการเป็นสกุลเงินของตัวเองได้ สิ่งที่ Netflix ทำได้ทำให้ได้รับเลือกเป็น Top 50 The Most Innovative Company หรือบริษัทที่มีนวัตกรรมที่ยอดเยี่ยม ปัจจุบันมีฐานลูกค้า 130 ล้านคนจาก 190 ประเทศ ไขความลับของ Netflix 3 ข้อ 1. กลยุทธ์การตลาด Photo by Helloquence on Unsplash เริ่มแรก Netflix ใช้วิธีการซื้อลิขสิทธิ์หนังเพื่อฉาย ต่อมาผู้บริหารมองว่าในระยะยาวไม่เวิร์ค เพราะหนังที่นำมาฉายเป็นหนังยอดนิยม หรือดึงดูดกลุ่แมสเข้ามา แต่เปลี่ยนวิธีการคิดโดยการดึงกลุ่ม Niche หลายๆ เข้าด้วยกันจึงเป็นที่มาของการผลิตหนังเอง รวมถึงการผลิตหนังท้องถิ่น ในประเทศต่างๆ เช่น "แอปเลิฟเตือนรัก (Love Alarm)" จากเกาหลี "เคว้ง (The Stranded)" ซึ่งเป็นซีรีส์เรื่องแรกของไทย 2. การออกแบบหน้าจออุปกรณ์ Photo by Charles on Unsplash มีการปรับปรุงโปสเตอร์แบบธรรมดาให้เป็นแบบเคลื่อนไหว ให้คนดูเห็นเนื้อหาและเพิ่มความอยากดูยิ่งขึ้น 3. การใช้ข้อมูลBig Data Photo by Franki Chamaki on Unsplash การใช้ข้อมูลในอดีตว่าคนดูชอบดูหนังประเภทอะไร เช่น คนที่ชอบดูหนังแอ๊กชั่น ครั้งต่อ ๆ ไป Netflix ก็จะแนะนำหนังแนวนี้ให้ดู และในครั้งแรกที่เราสมัครสมาชิกจะมีให้เลือกแนวหนัง 3 ประเภทเพื่อใช้ในการจัดประเภทหนังที่เราน่าจะชอบให้เราเห็นบ่อยๆ กระตุ้นให้ผู้ชมเกิดความอยากดู ความลับทั้ง 3 ข้อของ Netflix นั้นทำให้ขยายฐานของผู้ชมกว้างขึ้นทั่วโลกเลย เนื้อหาของหนังและซี่รีย์ก็น่าสนใจมีให้เลือกหลากหลาย แต่ก็น่าจับตาดูกันต่อไปเพราะคู่แข่งอย่าง Disney เข้ามาแนวหนังจะเปลี่ยนไปมากน้อยแค่ไหน