รีเซต

เยอรมนีสร้าง “โดรนสกัดกั้น” ยิงตาข่ายจับโดรนกลางอากาศ ใช้ AI คุมแทนคนทั้งหมด

เยอรมนีสร้าง “โดรนสกัดกั้น” ยิงตาข่ายจับโดรนกลางอากาศ ใช้ AI คุมแทนคนทั้งหมด
TNN ช่อง16
30 พฤศจิกายน 2568 ( 13:46 )

นักวิจัยจากมหาวิทยาลับ Julius Maximilian University of Würzburg ประเทศเยอรมนี พัฒนาเทคโนโลยีป้องกันภัยทางอากาศยุคใหม่ “โดรนสกัดกั้นอัตโนมัติ” (Autonomous Interceptor Drone) ที่สามารถตรวจจับ ติดตาม และดักจับโดรนที่บินเข้ามาในเขตหวงห้ามได้อย่างแม่นยำโดยไม่ต้องมีนักบินควบคุม

เทคโนโลยีนี้ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับความเสี่ยงจากการใช้งานโดรนที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และเพื่อปกป้องโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ เช่น สนามบิน สนามกีฬา เรือนจำ รวมถึงพื้นที่ที่เสี่ยงต่อการใช้โดรนผิดกฎหมาย

จุดเริ่มต้นจากโครงการ MIDRAS สู่ระบบสกัดโดรนอัตโนมัติที่พร้อมใช้งานจริง

โครงการวิจัยนี้ มีชื่อว่า Research for Civil Security เริ่มต้นตั้งแต่ปี 2017 อยู่ภายใต้โครงการ MIDRAS ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงการศึกษาและวิจัยของเยอรมนี ทีมวิจัยใช้เวลาหลายปีพัฒนาวิธีการตรวจจับ ไล่ตาม และดักจับโดรนอย่างมีประสิทธิภาพ ก่อนจะโชว์ต้นแบบครั้งแรกในงานสาธิตให้เจ้าหน้าที่ด้านความปลอดภัยได้เห็นในปี 2020 

จากความสำเร็จในครั้งนั้น ระบบถูกยกระดับสู่โครงการเรือธง IDAS (Innovative Drone Defence System) ที่เปลี่ยนต้นแบบให้กลายเป็นโดรนสกัดกั้นที่สามารถใช้งานได้จริง

ซึ่งหลังจากพิจารณาร่วมกับผู้ใช้งานหลัก อย่างเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทีมวิจัยตัดสินใจเลือกแนวทางในการใช้ “โดรนสกัดขนาดใหญ่เพียงตัวเดียว” แทนการใช้หลายโดรนที่ต้องประสานงานกัน เพื่อลดความซับซ้อน และให้ง่ายต่อการปฏิบัติการจริงในสถานการณ์ฉุกเฉิน นักวิจัยระบุว่าระบบนี้ “ตอบโจทย์การใช้งานภาคสนามได้มากกว่าอย่างชัดเจน”

หน้าตาและการทำงานของ “โดรนสกัดกั้นอัตโนมัติ”

“โดรนสกัดกั้นอัตโนมัติ” ของเยอรมนีลำนี้ มีลักษณะเป็นโดรนแบบหลายใบพัด ตัวลำมีดีไซน์คล้ายโดรนขนาดใหญ่ที่ใช้ในทางอุตสาหกรรม มีแขนกาง 4 จุด รองรับใบพัดที่มีขนาดใหญ่กว่าปกติ เพื่อให้มีแรงยกพอสำหรับแบกน้ำหนักโดรนเป้าหมายหลังจากทำการดักจับได้

โครงสร้างทำจากคาร์บอนไฟเบอร์ ทำให้โดรนมีน้ำหนักเบา ส่วนลำตัวมีลักษณะคล้ายกับ “แคปซูลสี่เหลี่ยมโค้งมน” ภายในติดตั้งระบบอิเล็กทรอนิกส์ เซนเซอร์ และแบตเตอรี่ ด้านล่างติดตั้งระบบยิงตาข่าย

หนึ่งในนวัตกรรมสำคัญของโครงการ IDAS คือ ระบบตรวจจับเป้าหมายอัตโนมัติ ที่จะถูกนำไปติดตั้งไว้บริเวณหัวและด้านหน้าของตัวโดรน ซึ่งประกอบด้วยเซนเซอร์ LiDAR สำหรับตรวจหาวัตถุที่บินเข้ามา และกล้อง กับ AI เพื่อยืนยันว่าเป็น “โดรนจริง ๆ” ไม่ใช่นกหรือเศษวัตถุอื่น

เมื่อระบบยืนยันเป้าหมายแล้ว โดรนสกัดกั้นจะเข้าสู่โหมดไล่ตามทันทีแบบอัตโนมัติ โดยเมื่อเข้าใกล้เป้าหมาย ระบบจะยิง “ตาข่าย” (Extendable Net) กลางอากาศ เพื่อดักจับโดรนต้องสงสัย ซึ่งตาข่ายจะช่วยเพิ่มความปลอดภัยของพื้นที่โดยรอบ และลดโอกาสในการสร้างความเสียหายให้กับโดรนต้องสงสัย เพื่อให้หน่วยงานสามารถตรวจสอบแหล่งที่มา โดยหลังจับได้แล้ว โดรนสกัดกั้นจะนำโดรนที่ถูกจับไปยัง “จุดลงจอดปลอดภัย” ที่กำหนดไว้เพื่อดำเนินการสืบสวนต่อ

อีกหนึ่งไฮไลต์ของระบบนี้คือ การทำงานแบบไร้นักบิน (pilot-free operation) เมื่อระบบรักษาความปลอดภัยมีการแจ้งเตือนการรุกล้ำพื้นที่ของโดรนต้องสงสัย เจ้าหน้าที่เพียงแค่กดปุ่มให้โดรนสกัดกั้นเริ่มทำงาน จากนั้นโดรนจะเริ่มกระบวนการดักจับด้วยตัวเองอัตโนมัติ ตั้งแต่บินไปหาเป้าหมาย, ตรวจจับ, ยืนยันเป้าหมาย, ไล่ล่า, และดักจับ ซึ่งทุกขั้นตอนหลังจากกดปุ่มเกิดขึ้นอัตโนมัติ 100%

อย่างไรก็ตาม โดรนสกัดกั้นอัตโนมัติยังอยู่ระหว่างการพัฒนา และยังไม่มีการเปิดเผยข้อมูลเฉพาะของโดรน เช่น ขนาดของโดรน, ความเร็วในการบิน, ความกว้างของใบพัด รวมถึงน้ำหนักที่สามารถรองรับได้ ออกมาอย่างเป็นทางการ ซึ่งทีมนักวิจัยเชื่อว่า หากระบบป้องกันโดรนแบบอัตโนมัติถูกพัฒนาเต็มรูปแบบ จะกลายเป็น เครื่องมือสำคัญที่ใช้ได้จริง ในการปกป้องพื้นที่สำคัญของภาครัฐและเอกชนในอนาคต

แหล่งที่มา :  uni-wuerzburg.de/en

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง