10 วิธีเพิ่มพื้นที่สีเขียว (Green space) ภายในบ้าน ทำยังไงดี อ่านต่อเลย! เขียนโดย ภัคฒ์ชาลิสา จำปามูล ในยุคปัจจุบันที่ชีวิตต้องเร่งรีบและพื้นที่อยู่อาศัยในเมืองมีจำกัด การได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติอาจเป็นเรื่องที่หลายคนโหยหา และถึงแม้ว่าการออกไปสูดอากาศบริสุทธิ์ในสวนสาธารณะ หรือป่าเขาจะไม่สามารถทำได้ทุกวัน แต่เราก็สามารถนำความสดชื่นของธรรมชาติเข้ามาเติมเต็มในพื้นที่ส่วนตัวของเราได้ ด้วยการเพิ่มพื้นที่สีเขียวในบ้านค่ะ เพราะไม่ได้เป็นเพียงการตกแต่งเพื่อความสวยงามเท่านั้น แต่ยังเป็นวิธีการง่าย ๆ ที่ช่วยบำบัดจิตใจ ลดความเครียด และสร้างสภาพแวดล้อมที่น่าอยู่ยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นคอนโดมิเนียม อพาร์ตเมนต์ หรือทาวน์เฮาส์ขนาดเล็ก ทุกมุมของบ้านก็สามารถกลายเป็นโอเอซิสส่วนตัวที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวาได้ และในบทความนี้เราจะมารู้กันว่า การเพิ่มพื้นที่สีเขียวในบ้าน เราสามารถทำอะไรได้บ้าง ที่จะช่วยให้เราเปลี่ยนบ้านให้เป็นพื้นที่สีเขียวที่ร่มรื่นได้อย่างง่ายดาย โดยหลังจากอ่านบทความนี้จบลงแล้ว คุณผู้อ่านจะได้ค้นพบแรงบันดาลใจและกลยุทธ์ที่ใช้ได้จริง ในการจัดสรรและเพิ่มพื้นที่สีเขียวในทุกซอกทุกมุมของบ้านค่ะ ตั้งแต่การเลือกชนิดของ ต้นไม้ที่เหมาะสมกับสภาพแสงและพื้นที่ การใช้ประโยชน์จากผนังแนวตั้ง ไปจนถึงเทคนิคการจัดวางกระถางเพื่อสร้างมิติที่น่าสนใจ เราจะมองเห็นว่าการเริ่มต้นสร้างสวนในร่มนั้นไม่ได้ซับซ้อนอย่างที่คิด และสามารถทำได้ด้วยงบประมาณที่ไม่มากนัก และจะมองเห็นศักยภาพใหม่ๆ ของพื้นที่ว่างเปล่าในบ้าน และสามารถเนรมิตบ้านของเราให้เป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วย ความสดชื่น ความสงบ และพลังบวก จากธรรมชาติตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปค่ะ ซึ่งต่อไปนี้คือแนวทางการเพิ่มพื้นที่สีเขียวในบ้านของเราค่ะ 1. ใช้ไม้ประดับฟอกอากาศ ไม้ประดับฟอกอากาศไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มความสวยงามและความสดชื่นให้กับบ้าน แต่ยังทำหน้าที่เหมือนเครื่องฟอกอากาศธรรมชาติ ที่ช่วยดูดซับสารพิษและมลพิษบางชนิดในอากาศค่ะ ซึ่งต้นไม้ยอดนิยม ได้แก่ ลิ้นมังกร เดหลี ว่านหางจระเข้ หรือเศรษฐีเรือนใน ล้วนเป็นไม้ที่ดูแลง่าย เหมาะสำหรับการปลูกในบ้านหรือคอนโดที่อาจมีพื้นที่จำกัด การเลือกวางในมุมห้องนั่งเล่น ห้องนอน หรือโต๊ะทำงาน จะช่วยให้เราได้ทั้งความสวยงามและสุขอนามัยที่ดีจากการหายใจอากาศที่สะอาดขึ้น นอกจากนี้ไม้ประดับฟอกอากาศยังเป็นอีกหนึ่งวิธี ที่ทำให้บ้านมีบรรยากาศผ่อนคลายและอบอุ่นมากขึ้น ใบไม้สีเขียวสดช่วยลดความตึงเครียด ทำให้สายตาได้พักผ่อนในระหว่างการทำงานหรือใช้ชีวิตประจำวัน การรดน้ำและดูแลต้นไม้ยังเป็นกิจกรรมที่ช่วยสร้างสมาธิและความสุขเล็กๆ ให้เราได้เชื่อมโยงกับธรรมชาติในทุกๆ วัน เมื่อมองไปรอบบ้านแล้วเห็นต้นไม้เติบโตแข็งแรง เราจะรู้สึกว่าพื้นที่ของเรามีชีวิตชีวาและสมดุลมากขึ้น พร้อมทั้งยังเป็นแรงบันดาลใจให้เราใส่ใจสิ่งแวดล้อมในวงกว้างอีกด้วย 2. ปลูกต้นไม้ในน้ำ การปลูกต้นไม้ในน้ำเป็นวิธีที่ง่ายและสะดวกในการเพิ่มพื้นที่สีเขียวในบ้านค่ะ และเหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่มีพื้นที่จำกัดหรือไม่ถนัดในการดูแลต้นไม้มากนัก เพียงแค่เลือกต้นไม้หรือพืชที่สามารถเจริญเติบโตในน้ำได้ เช่น เดหลี ว่านกาบหอย เศรษฐีเรือนในหรือพลูด่าง จากนั้นนำรากแช่ลงในขวดแก้วที่ใส่น้ำสะอาด แล้วจัดวางไว้ตามมุมต่างๆ ของบ้านหรือโต๊ะทำงาน เพียงเท่านี้เราก็จะได้มุมสีเขียวที่ดูทันสมัยและสดชื่นอยู่เสมอ ซึ่งข้อดีของการปลูกต้นไม้ในน้ำ คือ การดูแลที่ไม่ยุ่งยากค่ะ ไม่ต้องกังวลเรื่องดิน และยังมองเห็นรากต้นไม้เจริญเติบโตใต้น้ำได้อย่างชัดเจน ซึ่งการเปลี่ยนน้ำทุก 1-2 สัปดาห์ มีส่วนช่วยให้น้ำใสและต้นไม้แข็งแรงได้มากขึ้น อีกทั้งยังสามารถผสมปุ๋ยละลายน้ำเล็กน้อยเพื่อเพิ่มธาตุอาหารได้ วิธีนี้นอกจากจะสร้างบรรยากาศในบ้านแล้ว ยังถือว่าเป็นการตกแต่งที่ให้ความรู้สึกเรียบง่ายและทันสมัยไปพร้อมกันค่ะ 3. ปลูกต้นไม้ในกระถาง การปลูกต้นไม้ในกระถางเป็นอีกหนึ่งวิธีดีๆ ที่ช่วยให้เรานำธรรมชาติเข้ามาใกล้ตัวได้อย่างง่ายดาย ไม่ว่าจะเป็นบ้าน คอนโด หรือที่ทำงานก็สามารถทำได้ค่ะ และกระถางต้นไม้ก็มีหลากหลายขนาดและวัสดุให้เลือกใช้ตามความเหมาะสม เช่น กระถางดินเผาที่ระบายอากาศและน้ำได้ดี กระถางพลาสติกที่น้ำหนักเบาและราคาย่อมเยา หรือกระถางเซรามิกที่เพิ่มความสวยงามในการตกแต่งบ้าน โดยเราสามารถเลือกปลูกทั้งไม้ประดับ ไม้ดอก หรือแม้แต่ผักสวนครัวเล็กๆ ได้ตามความต้องการและความชอบ ทำให้บ้านของเราดูสดชื่นและมีชีวิตชีวามากขึ้นในทุกมุม ข้อดีของการปลูกต้นไม้ในกระถาง คือ ความยืดหยุ่นในการจัดวาง เราสามารถเคลื่อนย้ายกระถางไปยังตำแหน่งที่ได้รับแสงเหมาะสม หรือปรับเปลี่ยนการตกแต่งบ้านได้ตามต้องการ อีกทั้งยังควบคุมการให้น้ำและปุ๋ยได้ง่ายกว่าการปลูกลงดินโดยตรง ทำให้เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นหรือผู้ที่มีเวลาจำกัด นอกจากนี้การจัดเรียงกระถางหลายใบเข้าด้วยกันยังสามารถสร้างเป็นสวนเล็กๆ ที่ช่วยให้เรารู้สึกผ่อนคลาย ลดความเครียด และใกล้ชิดกับธรรมชาติได้ทุกวันค่ะ 4. สร้างสวนแนวตั้ง การสร้างสวนแนวตั้งเป็นวิธีที่เหมาะมาก สำหรับบ้านหรือคอนโดที่มีพื้นที่จำกัด แต่ก็อยากมีมุมสีเขียวไว้เติมเต็มบรรยากาศธรรมชาติ วิธีนี้คือการใช้ผนังหรือโครงสร้างแนวตั้งเป็นพื้นที่ปลูก ไม่ว่าจะเป็นการติดชั้นวางกระถาง ตะแกรงเหล็กสำหรับไม้เลื้อย หรือแผงปลูกสำเร็จรูปที่สามารถรดน้ำได้ง่าย สวนแนวตั้งไม่เพียงเพิ่มความสวยงามให้บ้าน แต่ยังช่วยประหยัดพื้นที่ ใช้ผนังว่างๆ ให้เกิดประโยชน์ และยังช่วยลดความร้อนสะสมบริเวณผนังบ้าน ทำให้บ้านเย็นขึ้นโดยไม่ต้องพึ่งพาเครื่องปรับอากาศมากเกินไป โดยเราสามารถเลือกปลูกได้ทั้งไม้ประดับหลากสีสัน ไม้ใบเขียวสำหรับฟอกอากาศ หรือแม้แต่ผักสวนครัวและสมุนไพรที่ใช้ประกอบอาหาร เช่น โหระพา กะเพรา หรือพริก การดูแลสวนแนวตั้งก็ไม่ยุ่งยาก หากเลือกวัสดุปลูกและระบบน้ำที่เหมาะสม เช่น ใช้ดินผสมที่ระบายน้ำได้ดี หรือออกแบบระบบน้ำหยดให้รดได้ทั่วถึงอย่างสม่ำเสมอ การมีสวนแนวตั้งนอกจากช่วยสร้างบรรยากาศผ่อนคลายแล้ว ยังทำให้บ้านเราดูสดชื่น มีชีวิตชีวา และเต็มไปด้วยพลังของธรรมชาติในทุกๆ วันค่ะ 5. ใช้ไม้แขวนประดับบ้าน การใช้ไม้แขวนประดับบ้านเป็นอีกวิธีหนึ่ง ที่ช่วยเพิ่มพื้นที่สีเขียวโดยไม่เปลืองพื้นที่บนพื้นบ้าน เหมาะสำหรับบ้านหรือคอนโดที่มีพื้นที่จำกัด เพราะเราสามารถแขวนกระถางไม้เล็กๆ ไว้ตามระเบียง หน้าต่าง หรือผนังที่มีตะขอได้อย่างลงตัว ต้นไม้ประเภทไม้แขวน เช่น เดหลีบูชา พลูด่าง เฟิร์นบอสตัน หรือสายไหม ที่จะห้อยลงมาอย่างสวยงาม สร้างบรรยากาศที่สดชื่นและเป็นธรรมชาติ ทำให้บ้านดูมีชีวิตชีวาและไม่รกรุงรัง การใช้ไม้แขวนยังช่วยเพิ่มมิติให้การตกแต่งบ้าน ดูโปร่งโล่งและไม่ทึบตัน นอกจากนี้การปลูกไม้แขวนยังดูแลได้ไม่ยาก เพียงเลือกกระถางที่มีรูระบายน้ำดี และใช้ดินผสมที่เหมาะสม ซึ่งต้นไม้แขวนส่วนใหญ่ชอบแสงรำไร จึงเหมาะกับการวางไว้ในบริเวณที่มีแสงแดดอ่อนๆ การรดน้ำควรทำอย่างสม่ำเสมอแต่ไม่ให้แฉะเกินไป เพื่อป้องกันรากเน่า การแขวนกระถางหลายๆ ใบที่มีต้นไม้หลากชนิดยังสามารถสร้างเป็นมุมสวนลอยเล็กๆ ได้ ทำให้บ้านมีสีสันสดใส และเป็นมุมพักสายตาที่ให้ความผ่อนคลายทุกครั้งที่มองค่ะ 6. จัดมุมน้ำพุเล็กๆ หรืออ่างบัว การจัดมุมน้ำพุเล็กๆ หรืออ่างบัวภายในบ้านหรือบริเวณสวน ถือเป็นวิธีที่ช่วยสร้างบรรยากาศผ่อนคลาย และเติมเต็มความรู้สึกใกล้ชิดธรรมชาติได้อย่างดี เพราะน้ำที่ไหลเบาๆ จากน้ำพุหรือผิวน้ำของอ่างบัวไม่เพียงทำให้บ้านดูมีชีวิตชีวา แต่ยังช่วยลดความเครียดและสร้างสมาธิ เสียงน้ำยังช่วยกลบเสียงรบกวนรอบข้าง ทำให้พื้นที่นั้นกลายเป็นมุมสงบที่เหมาะแก่การพักผ่อน นอกจากนี้น้ำยังทำหน้าที่เพิ่มความชื้นในอากาศ เหมาะสำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในบ้านที่อากาศแห้งหรือใช้เครื่องปรับอากาศบ่อยๆ การเลือกปลูกต้นไม้น้ำหรือบัวในอ่าง ก็ช่วยเพิ่มสีสันและความสวยงามได้ค่ะ เช่น บัวหลวง บัวสาย จอกผักกาด หรือผักตบชวาเล็กๆ ที่ดูแลไม่ยาก อีกทั้งยังสามารถเลี้ยงปลาสวยงามหรือปลาหางนกยูงเล็กๆ เพื่อให้ระบบนิเวศในอ่างสมบูรณ์มากขึ้น การจัดมุมนี้ไม่จำเป็นต้องใช้พื้นที่ใหญ่ เพียงเลือกอ่างบัวเซรามิกหรืออ่างหินธรรมชาติขนาดพอดี ตั้งไว้ตรงระเบียง มุมสวน หรือหน้าบ้าน ก็สามารถสร้างจุดดึงดูดสายตาและความสดชื่นได้ทุกวันค่ะ 7. จัดสวนครัวขนาดเล็ก การจัดสวนครัวขนาดเล็กเป็นวิธีง่ายๆ ที่ช่วยเพิ่มพื้นที่สีเขียวในบ้านไปพร้อมๆ กับการได้วัตถุดิบสดใหม่ไว้ใช้ทำอาหาร โดยเราไม่จำเป็นต้องมีพื้นที่กว้างก็สามารถทำได้ค่ะ เพียงใช้กระถาง รางปลูก หรือขวดพลาสติกรีไซเคิลมาปลูกผักสวนครัวที่ใช้บ่อย เช่น โหระพา กะเพรา พริก มะนาว ตะไคร้ หรือผักชี เพียงจัดวางให้โดนแสงแดดพอเหมาะก็สามารถเจริญเติบโตได้ดี การมีสวนครัวเล็กๆ ในบ้านไม่เพียงช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย แต่ยังทำให้เรามั่นใจได้ว่าผักที่กินนั้นปลอดภัยและสดใหม่เสมอ ข้อดีอีกอย่างของสวนครัวขนาดเล็ก คือ สามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบได้ตามพื้นที่ เช่น หากอยู่คอนโดก็ปลูกในกระถางบนระเบียง หากอยู่บ้านก็ใช้พื้นที่ว่างริมรั้วหรือหลังบ้านจัดเป็นแปลงเล็กๆ ได้ นอกจากนี้ยังสามารถทำสวนครัวแนวตั้งได้ เพื่อประหยัดพื้นที่และดูสวยงามไปในตัว การรดน้ำสม่ำเสมอและใช้ปุ๋ยอินทรีย์จะช่วยให้ผักงามและกินได้นาน เมื่อเราได้เก็บผักสดจากสวนของตัวเองมาทำอาหาร จะยิ่งรู้สึกภาคภูมิใจและมีความสุขที่ได้ใช้ชีวิตใกล้ชิดธรรมชาติค่ะ 8. ปลูกไม้เลื้อยคลุมผนังหรือรั้วบ้าน การปลูกไม้เลื้อยคลุมผนังหรือรั้วบ้าน ถือเป็นวิธีที่ช่วยเพิ่มพื้นที่สีเขียวได้อย่างชาญฉลาดค่ะ เพราะต้นไม้เหล่านี้จะใช้พื้นที่แนวตั้งในการเจริญเติบโต ทำให้ผนังที่แข็งกระด้างหรือรั้วบ้านที่ดูเรียบโล่ง กลายเป็นมุมที่สดชื่นและสวยงามมากขึ้น ไม้เลื้อยยังช่วยลดความร้อนสะสมในผนังบ้าน ทำให้บ้านเย็นลงตามธรรมชาติ และช่วยประหยัดพลังงานจากการใช้เครื่องปรับอากาศ นอกจากนี้ผนังหรือรั้วที่ปกคลุมไปด้วยสีเขียวจากไม้เลื้อยยังช่วยสร้างบรรยากาศใกล้ชิดธรรมชาติ และเพิ่มความเป็นส่วนตัวให้กับบ้านอีกด้วย ไม้เลื้อยที่นิยมปลูกมีหลายชนิดนะคะ เช่น ตีนตุ๊กแกที่เกาะแน่นและเติบโตเร็ว มอร์นิงกลอรีที่ออกดอกสีสดสวย พลูด่างที่ดูแลง่าย หรือดอกพวงครามที่ออกดอกสีม่วงสวยงาม นอกจากนี้ยังมีไม้เลื้อยหอมอย่างพวงชมพูหรือเล็บมือนางที่ช่วยเพิ่มเสน่ห์ให้บ้านมากขึ้น การดูแลก็ไม่ยุ่งยาก เพียงจัดโครงตาข่ายหรือเส้นลวดไว้ให้ต้นไม้เลื้อยเกาะ รดน้ำสม่ำเสมอ และตัดแต่งกิ่งเพื่อควบคุมทิศทางการเจริญเติบโต เมื่อเวลาผ่านไป ผนังหรือรั้วบ้านของเราก็จะเต็มไปด้วยสีเขียวสดใสที่ทั้งสวยและมีประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อม 9. วางแจกันดอกไม้สด การวางแจกันดอกไม้สดเป็นอีกหนึ่งวิธีง่ายๆ ที่ช่วยเพิ่มพื้นที่สีเขียวและสีสันธรรมชาติให้กับบ้านได้ทันที ซึ่งดอกไม้สดไม่เพียงสร้างความสวยงาม แต่ยังช่วยให้บรรยากาศในบ้านสดชื่นและมีชีวิตชีวามากขึ้น กลิ่นหอมอ่อนๆ จากดอกไม้บางชนิดยังช่วยให้เรารู้สึกผ่อนคลายและลดความตึงเครียดได้ การเลือกแจกันก็มีส่วนสำคัญค่ะ ควรเลือกแจกันที่เข้ากับสไตล์การตกแต่งบ้าน เช่น แจกันแก้วใสที่ดูเรียบง่ายทันสมัย แจกันเซรามิกที่เพิ่มความอบอุ่น หรือแจกันไม้ที่สื่อถึงความเป็นธรรมชาติ นอกจากนี้การจัดดอกไม้ในแจกันยังสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามโอกาสและฤดูกาล เช่น เลือกดอกกุหลาบ ลิลลี่ หรือกล้วยไม้เพื่อความหรูหรา เลือกเยอบีร่า คาร์เนชัน หรือเบญจมาศเพื่อความสดใส หรือแม้แต่เก็บดอกไม้จากสวนเล็กๆ ของเราเองมาจัดในแจกันก็เป็นความสุขเล็กๆ ที่ทำให้บ้านมีเสน่ห์มากขึ้น โดยควรเปลี่ยนน้ำในแจกันทุก 2–3 วัน และตัดก้านดอกเล็กน้อยเพื่อให้ดอกไม้สดนานขึ้น มุมที่เหมาะสำหรับวางแจกันดอกไม้ เช่น โต๊ะอาหาร โต๊ะกลางห้องนั่งเล่น หรือหัวเตียง ซึ่งจะช่วยให้บ้านเต็มไปด้วยความสดใสและบรรยากาศเชิงบวกในทุกๆ วันค่ะ จบแล้วค่ะ และเมื่อเรามองในภาพใหญ่ของการเพิ่มพื้นที่สีเขียวภายในบ้าน จะเห็นได้ว่าไม่ได้จำกัดอยู่แค่การปลูกต้นไม้เพื่อตกแต่งเท่านั้น แต่คือการสร้างระบบนิเวศเล็กๆ ที่อยู่ร่วมกับชีวิตประจำวันของเรา ไม่ว่าจะเป็นต้นไม้ที่ช่วยฟอกอากาศ ผักสวนครัวที่ให้ความมั่นใจเรื่องความปลอดภัยทางอาหาร ดอกไม้ที่สร้างบรรยากาศสดใส หรือแม้แต่มุมสวนน้ำที่ช่วยผ่อนคลาย ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนช่วยเติมเต็มบ้านให้มีความเป็นธรรมชาติและสมดุลมากขึ้น พื้นที่สีเขียวจึงไม่ใช่เพียงความสวยงาม แต่เป็นการลงทุนในคุณภาพชีวิตและร่างกายและจิตใจของเราในระยะยาว โดยในสถานการณ์จริงนั้น เราควรเริ่มต้นอย่างค่อยเป็นค่อยไปและเลือกสิ่งที่เหมาะสมกับบ้านหรือวิถีชีวิตของตนเองค่ะ เช่น บ้านที่มีพื้นที่จำกัดก็เลือกจัดสวนแนวตั้งหรือปลูกต้นไม้แขวน ส่วนบ้านที่มีพื้นที่กว้างขึ้นก็อาจสร้างอ่างบัวหรือจัดสวนครัวเล็กๆ เพื่อเก็บผักสดมาปรุงอาหารได้เลย การเริ่มจากสิ่งเล็กๆ จะทำให้เรามีกำลังใจและไม่รู้สึกว่าลำบากเกินไป เมื่อเห็นผลลัพธ์เช่นบ้านสดชื่นขึ้น หายใจสบายขึ้น หรือได้กินผักปลอดสาร ก็จะเป็นแรงผลักดันให้เราอยากขยายการจัดการพื้นที่สีเขียวในบ้านเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการมีพื้นที่สีเขียวในบ้านยังสะท้อนถึงทัศนคติในการใช้ชีวิต ที่ใส่ใจทั้งตนเองและสิ่งแวดล้อม การดูแลต้นไม้คือบทเรียนเล็กๆ ที่สอนให้เรารู้จักความอดทน การเอาใจใส่ และความรับผิดชอบค่ะ เมื่อเราสามารถดูแลพื้นที่เล็กๆ ของบ้านให้มีชีวิตชีวาได้ ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่จะทำให้เรามีความตระหนักต่อการดูแลสิ่งแวดล้อมในวงกว้างมากขึ้นด้วย การเริ่มที่บ้านของตัวเองจึงเป็นก้าวเล็กๆ ที่ยิ่งใหญ่ ที่ช่วยสร้างสุขอนามัย ครอบครัวที่อบอุ่น และโลกที่น่าอยู่สำหรับทุกคน จึงอยากเชิญชวนคนไทยทุกคนหันมาเพิ่มพื้นที่สีเขียวภายในบ้านค่ะ เพราะสิ่งแวดล้อมที่อยู่รอบตัวเราสามารถส่งผลกระทบต่อตัวเราได้ ทั้งในเชิงบวกและในทางลบ ขึ้นอยู่กับว่าในตอนนั้นสภาพแวดล้อมเป็นแบบไหนค่ะ โดยที่นี่ผู้เขียนก็มีพื้นที่สีเขียวเหมือนกันค่ะ ซึ่งจะเน้นผักสวนครัวและสมุนไพร เน้นปลูกสิ่งที่กินได้ไว้ก่อนค่ะ ไม่รู้ล่ะ ใครจะคิดยังไงไม่รู้ ขอมีพืชผักที่จะนำมาใช้ในครัวก่อนแล้วกัน ส่วนไม้ประดับผู้เขียนมีชวนชมอยู่ 3 ต้นค่ะ บอนสีอีกนิดหน่อยและต้นต้อยติ่งเทศ โดยพื้นที่สีเขียวของที่นี่ก็มีหลากหลายลักษณะนะคะ ได้แก่ กระถางแบบแขวน ไม้เลื้อยอย่างต้นย่านาง ใช้กระถางดินเผามาปลูกผักชีฝรั่ง ปลูกใบเตยในถังสีเก่าและอื่นๆตามแต่จะหาได้ค่ะ พอจะมองเห็นภาพไหมคะว่า จริงๆ แล้วพื้นที่สีเขียวไม่ใช่สิ่งที่ยากหรือต้องเปลี่ยนอะไรใหญ่โตค่ะ แต่เป็นการทำจากจุดที่เป็นไปได้สำหรับตัวเราเท่านั้นเอง ยังไงนั้นก็ลองนำไปตามได้ค่ะ และด้วยความตั้งใจ ผู้เขียนหวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์กับผู้อ่านไม่มากก็น้อย หากคุณผู้อ่านชื่นชอบเนื้อหาแนวนี้ อย่าลืมกดติดตามหรือบันทึกโปรไฟล์ไว้ เพื่อจะได้ไม่พลาดข้อมูลใหม่ๆ ในบทความถัดไป หากสนใจอ่านบทความทั้งหมดของผู้เขียน ก็สามารถกดเข้าไปดูได้จากโปรไฟล์เช่นกันค่ะ #พื้นที่สีเขียว #สุขาภิบาลสิ่งแวดล้อม #การจัดการสิ่งแวดล้อม #อนามัยสิ่งแวดล้อม #GreenSpace เครดิตรูปภาพประกอบบทความ รูปภาพทำหน้าปก ถ่ายภาพโดย Daniel Voicu จาก Unsplash และออกแบบหน้าปกโดยผู้เขียน ใน Canva รูปภาพประกอบเนื้อหา: ภาพที่ 1-3 ถ่ายภาพโดยผู้เขียน และภาพที่ 4 AI Generated โดยผู้เขียน เกี่ยวกับผู้เขียน ภัคฒ์ชาลิสา จำปามูล จบการศึกษา: พยาบาลศาสตรบัณฑิต จากวิทยาลัยพยาบาลศรีมหาสารคาม กระทรวงสาธารณสุข และสาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต (อนามัยสิ่งแวดล้อม) จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น มีความสนใจและประสบการณ์เกี่ยวกับ: สุขภาพ จิตวิทยาเชิงบวก การบำบัดน้ำเสียและกำจัดสิ่งปฏิกูล 10 ไอเดียจัดสวนที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ใช้น้ำอย่างประหยัด 9 จุดที่ควรวางกระถางต้นไม้ ในบริเวณบ้าน เพิ่มพื้นที่สีเขียว จอกผักกาด พืชน้ำใส่อ่างปลา บำบัดน้ำเสียไหม ขยายพันธุ์แบบไหน เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !