เชื่อว่าหลายคนในทุกวันนี้คงกำลังประสบกับปัญหาฝุ่นควันและมลพิษทางอากาศอย่างแน่นอน เพราะมีผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยและการใช้ชีวิตในแต่ละวัน ซึ่งมลพิษทางอากาศอย่างที่เรารู้ในปัจจุบันเริ่มต้นจากการปฏิวัติอุตสาหกรรมในยุโรปในศตวรรษที่ 19 ในช่วงไม่กี่ทศวรรษที่ผ่านมา มันได้กลายเป็นปัญหาใหญ่สำหรับสภาพแวดล้อมโลกของเรา โดยทั่วไปอากาศที่สะอาดจะประกอบด้วยไนโตรเจน (76%), ออกซิเจน (22%), คาร์บอนไดออกไซด์และก๊าซอื่น ๆ Photo : Pixabay เมื่อองค์ประกอบที่เป็นอันตรายได้ลอยขึ้นไปในอากาศ อาจทำให้เกิดปัญหาสุขภาพและยังสามารถสร้างความเสียหายให้กับสภาพแวดล้อมอาคารและดินได้ ทำให้นำไปสู่ภาวะโลกร้อนที่บรรยากาศและสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลงไป วิถีชีวิตที่ทันสมัยของเรานำไปสู่อากาศที่สกปรกกว่าหลายปีที่ผ่านมาโรงงาน, ยานพาหนะทุกชนิดและจำนวนคนที่เพิ่มขึ้น เป็นสิ่งที่ก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศในปัจจุบัน ไม่ใช่มลพิษทางอากาศทั้งหมดที่เกิดจากคน แต่ไฟป่า, พายุฝุ่น, ภูเขาไฟระเบิดก็เป็นสาเหตุของการเกิดมลพิษได้ Photo : Pixabay คาร์บอนมอนอกไซด์เป็นก๊าซที่ไม่มีสี ซึ่งถูกปล่อยให้เป็นอิสระเมื่อไม้, น้ำมันหรือถ่านหินไม่ถูกเผาอย่างสมบูรณ์ มันยังอยู่ในผลิตภัณฑ์เช่นบุหรี่ ด้วยเหตุนี้ออกซิเจนจึงเข้าสู่เลือดของเราน้อยและทำให้เราสับสนและง่วงนอน ส่วนคาร์บอนไดออกไซด์เป็นก๊าซเรือนกระจกที่เข้าสู่บรรยากาศเมื่อเราเผาถ่านหิน, น้ำมันหรือไม้ Chlorofluorocarbons (CFCs)เป็นก๊าซที่มาจากระบบปรับอากาศหรือตู้เย็น เมื่อขึ้นไปในอากาศพวกมันจะลอยขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศ ประมาณ 20-50 กิโลเมตรเหนือพื้นผิวโลก พวกมันเข้าไปสัมผัสกับก๊าซอื่นและทำลายชั้นโอโซน เราจำเป็นต้องมีชั้นโอโซนเพราะมันช่วยปกป้องเราจากดวงอาทิตย์และรังสีอัลตราไวโอเลต Photo : Pixabay โอโซนมีอยู่สองชนิดที่เรารู้จักคือโอโซนธรรมชาติอยู่ในส่วนบนของชั้นบรรยากาศ แต่บนพื้นดินผู้คนก็ผลิตโอโซนด้วยเช่นกัน การจราจรและโรงงานทำให้เกิดโอโซนในดิน เป็นอันตรายอย่างยิ่งกับเด็กและผู้สูงอายุ ทำให้รู้สึกเหนื่อยล้าและหมอแนะนำว่าอย่าออกไปข้างนอกเมื่อมีโอโซนในอากาศมากเกินไป ไนโตรเจนออกไซด์ทำให้เกิดหมอกควันและฝนกรด เกิดขึ้นเมื่อคุณเผาเชื้อเพลิงเช่นถ่านหินและน้ำมัน สามารถนำไปสู่ปัญหาการหายใจ ซัลเฟอร์ไดออกไซด์เป็นก๊าซที่เข้าสู่อากาศเมื่อถ่านหินถูกเผาในโรงไฟฟ้า, โรงงานกระดาษและอุตสาหกรรมเคมีอื่น ๆ ก็ผลิตซัลเฟอร์ไดออกไซด์ มลพิษนี้สามารถนำไปสู่โรคปอดได้ Photo : Pixabay ผลของมลพิษทางอากาศก็คือฝนกรด เกิดขึ้นเมื่อซัลเฟอร์ไดออกไซด์และไนโตรเจนออกไซด์เข้าสู่อากาศ เมื่อฝนตกน้ำที่ไหลลงมาก็มีสารอันตรายเหล่านี้อยู่ในนั้นด้วย ฝนกรดยังสามารถเกิดขึ้นได้จากการปะทุของภูเขาไฟ ภูเขาไฟส่งก๊าซพิษขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศ นำไปสู่การเกิดฝนกรดไปทำลายป่าไม้, ทะเลสาบและดิน ทะเลสาบและแม่น้ำได้รับพิษในช่วงทศวรรษที่ผ่านมาและแม้กระทั่งปลาบางชนิดได้สูญพันธุ์ไป อาคารก็กร่อนเพราะฝนกรด มลพิษสามารถเดินทางในอากาศได้เป็นเวลานานก่อนที่จะลงสู่พื้นดิน นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมบางครั้งมันยากที่จะบอกว่ามลพิษที่เป็นอันตรายนั้นเกิดขึ้นที่ไหน แต่ฝนกรดที่ทำลายป่าไม้และทะเลสาบในออสเตรียและเยอรมนี อาจมาจากโรงไฟฟ้าในประเทศยุโรปตะวันออกค่ะ Photo : Pixabay หมอกควันเป็นส่วนผสมของควันและหมอก มันเกิดขึ้นเมื่อก๊าซจากเชื้อเพลิงที่ถูกเผาไหม้รวมกับหมอกบนพื้นดิน เมื่อความร้อนและแสงแดดรวมตัวกันกับก๊าซเหล่านี้จะก่อตัวเป็นอนุภาคละเอียดในอากาศ หมอกควันเกิดขึ้นในเมืองใหญ่ที่มีการจราจรหนาแน่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฤดูร้อนเมื่อร้อนมากหมอกควันจะอยู่ใกล้พื้นดิน เป็นอันตรายต่อการหายใจของเราและในพื้นที่หมอกควันทำให้ทัศนวิสัยในการมองเห็นไม่ดีนัก หมอกควันถูกค้นพบครั้งแรกในบริเตนใหญ่ในศตวรรษที่ 19 ในช่วงเริ่มต้นของการปฏิวัติอุตสาหกรรม ในเวลานั้นผู้คนใช้ถ่านหินเพื่อให้ความร้อนและปรุงอาหาร โรงงานยังใช้ถ่านหินในการผลิตเหล็กและเหล็กกล้า ควันมารวมกันกับอากาศเปียกชื้นที่มีหมอกและเปลี่ยนเป็นสีเหลือง หมอกควันมักจะอยู่เหนือเมืองหลายวัน ทำให้เกิดโรคปอดและปัญหาการหายใจ วันนี้เมืองที่มีประชากรสูงและตั้งอยู่ในเขตร้อนและกึ่งเขตร้อนกำลังมีปัญหาหมอกควันที่ใหญ่ที่สุดเช่น กรุงเทพ, เชียงใหม่, ลอสแองเจลิส, เม็กซิโกซิตี้และไคโร Photo : Pixabay การเลือกใช้พลังงานรูปแบบอื่น ๆ เช่นพลังงานแสงอาทิตย์, พลังงานลมหรือพลังงานน้ำเพิ่มมากขึ้นช่วยควบคุมมลพิษได้ เมืองต่าง ๆ ในลอนดอนแสดงให้เห็นว่าคุณภาพอากาศที่ดีขึ้นสามารถทำได้ในเวลาอันสั้น เราทุกคนสามารถช่วยทำให้อากาศรอบตัวของเราสะอาดขึ้นได้เช่น การเดินหรือขี่จักรยานไปโรงเรียนที่ทำงานหรือที่บ้านของเพื่อน, ขึ้นรถบัสหรือรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนไปทำงานแทนการใช้รถยนต์ส่วนตัว, อย่าใช้สเปรย์กระป๋องอีกต่อไป, ต้นไม้ให้ออกซิเจนแก่เราและรับคาร์บอนไดออกไซด์ แถมต้นไม้ยังช่วยทำความสะอาดอากาศรอบตัวเรา เมื่อมีโอกาสควรหาเวลาปลูกต้นไม้เพื่อเพิ่มออกซิเจนไว้ใช้ในอนาคต ปิดไฟเมื่อคุณออกจากห้องใช้จำนวนไฟที่คุณต้องการจริง ๆ เท่านั้น เพียงวิธีง่าย ๆ เท่านี้ก็ช่วยลดปัญหามลพิษทางอากาศได้แล้วค่ะ Cover photo : Pixabay