ทรัมป์ขู่ลดกำลังทหาร ประจำการในเยอรมนี หลังถูกวิจารณ์กำลังโดนอิหร่านดูถูก

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ โพสต์ข้อความบน Truth Social ว่าสหรัฐฯ กำลังพิจารณาลดกำลังทหารออกจากเยอรมนี ตอบโต้หลังจากที่นายกรัฐมนตรี ฟรีดริซ แมร์ทซ์ ของเยอรมนี กล่าวว่าอเมริกากำลังถูกอิหร่าน “ดูถูกเหยียดหยาม” ในโพสต์ของทรัมป์ เขาระบุด้วยว่า ขณะนี้ฝ่ายบริหารสหรัฐฯ กำลังศึกษาและทบทวนความเป็นไปได้ในการลดกำลังทหารในเยอรมนีโดยจะมีการตัดสินใจอย่างชัดเจนในอีกไม่นานต่อจากนี้ ท่ามกลางความไม่ลงรอยกันระหว่างสหรัฐฯ กลุ่มนาโตในช่วงที่ผ่านมา
เจ้าหน้าที่อาวุโสของทำเนียบขาว กล่าวกับรอบเตอร์สว่า ไม่เพียงแค่เยอรมนี แต่ทรัมป์อาจกำลังพิจารณาถอนทหารบางส่วนออกจากประเทศต่าง ๆ ในยุโรป โดยข้อมูลจากศูนย์ข้อมูลกำลังพลกลาโหมสหรัฐฯ ระบุว่าตั้งแต่เดือนธันวาคม ปี 2025 สหรัฐฯ มีกำลังพลประจำการถาวรในฐานทัพต่างประเทศในยุโรปอยู่กว่า 68,000 นาย โดยทหารอเมริกันกว่าครึ่งหนึ่ง หรือประมาณ 36,400 นาย ประจำการอยู่ในเยอรมนี แต่ก็นับว่าน้อยกว่าในช่วงปี 1985 ก่อนการล่มสลายของกำแพงเบอร์ลินและการสิ้นสุดของสงครามเย็นที่มีทหารอเมริกันประจำการอยู่ 250,000 นาย
โพสต์ของทรัมป์เกี่ยวกับการลดกำลังทหารในเยอรมนี ยังเกิดขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากที่พลเอกคาร์สเตน เบรอเออร์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของเยอรมนี ได้พบกับเอลบริดจ์ โคลบี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เมื่อวานนี้ (29 เมษายน) เพื่อหารือเกี่ยวกับยุทธศาสตร์ทางทหารร่วมกันเป็น “ครั้งแรก” นอกกรอบของนาโตนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่สอง
ความเคลื่อนไหวนี้ยังเกิดขึ้นหลังจากสัปดาห์ที่ผ่านมา ทรัมป์และ ฟรีดริซ แมร์ทซ์ นายกรัฐมนตรีเยอรมนี โต้คารมต่อกันเกี่ยวกับสงครามในอิหร่าน โดยย้อนไปเมื่อวันจันทร์ผู้นำเยอรมนี กล่าวว่าทีมงานของทรัมป์กำลังถูกอิหร่านเอาเปรียบในการเจรจาเพื่อยุติสงครามที่กำลังดำเนินอยู่ เขาระบุว่า ฝ่ายอิหร่านมีทักษะสูงมากในการเจรจาต่อรองและไม่เจรจาต่อรอง จนทำให้ฝ่ายสหรัฐฯ เดินทางไปยังกรุงอิสลามาบัดแล้วก็เดินทางกลับไปโดยไม่มีผลลัพธ์ใดๆ
แมร์ทซ์ กล่าวย้ำด้วยว่าจากเหตุที่เกิดขึ้นรวมถึงการเจรจาที่ไม่คืบหน้ายังคงทำให้ยุโรป “ประสบความเดือดร้อน” จากผลกระทบของการปิดช่องแคบฮอร์มุซต่อไป ซึ่งในเวลาต่อมาทรัมป์ได้ออกมาวิจารณ์คำกล่าวของแมร์ซว่า เยอรมนีคิดว่าการที่อิหร่านมีอาวุธนิวเคลียร์นั้นเป็นเรื่องที่ยอมรับได้” พร้อมกล่าวว่า แมร์ซ ไม่รู้อะไรเลยในสิ่งที่พูดออกมา
อย่างไรก็ตาม The Guardian รายงานว่า ความไม่ลงรอยของสหรัฐฯ และนาโต รวมถึงการที่สหรัฐฯ ขู่จะถอนตัวจากนาโตก่อนหน้านี้ หากเกิดขึ้นจริงจะเข้าขั้นเป็น “หายนะ” ต่อความมั่นคงของยุโรป แต่ในขณะเดียวกัน ก็ดูเหมือนว่าจะเป็นไปได้ยากเนื่องจากกฎหมายของสหรัฐฯ ที่ผ่านในปี 2024 ซึ่งป้องกันไม่ให้ประธานาธิบดีถอนตัวออกจากนาโตโดยปราศจากเสียงข้างมากสองในสามจากการอนุมัติโดยรัฐสภา
ทั้งนี้ ในการเป็นประธานาธิบดีสมัยแรกของทรัมป์ เขาเคยพยายาม ลดจำนวนทหารสหรัฐฯ ในเยอรมนีลงอย่างมาก แม้ว่าท้ายที่สุดแล้ว จะไม่เกิดขึ้นจริงก็ตาม
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
