กวาดล้างฉ้อโกงออนไลน์และพนันออนไลน์ ในรอบ 10 เดือน รับแจ้งความ 244 ราย สูญ 4,000 ล้าน

กวาดล้างฉ้อโกงออนไลน์และพนันออนไลน์ ในรอบ 10 เดือน รับแจ้งความ 244 ราย สูญ 4,000 ล้าน
มติชน
1 ธันวาคม 2563 ( 12:21 )
35
กวาดล้างฉ้อโกงออนไลน์และพนันออนไลน์ ในรอบ 10 เดือน รับแจ้งความ 244 ราย สูญ 4,000 ล้าน

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 1 ธันวาคม ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ผอ.ศปอส.ตร.) พร้อมพล.ต.ท.ชยพล ฉัตรชัยเดช ผบช.สตส. พล.ต.ท.ชวลิต แสวงพืชน์ ผบช.สทส. พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ ผบก.สส.สตม.หัวหน้าชุดปฏิบัติการที่ 1 พ.ต.อ.สุรศักดิ์ สุรินทร์แก้ว ผกก.คธม.บช.ทท. และตำรวจศปอส.ตร. ร่วมกันแถลงสรุปผลการเข้าสืบสวนติดตามจับกุมกลุ่มกระบวนการฉ้อโกงออนไลน์และการพนันออนไลน์ สามารถจับกุมผู้ต้องหา ได้ดังนี้

 

คดีที่ 1 จับกุมมิจฉาชีพใช้รูปคนอื่นเปิดเฟซบุ๊กหลอกให้โอนเงิน สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2563 ได้จับกุมนายอนุสรณ์ ทองปุ่น อายุ 29 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดสมุทรปราการที่ จ.488/2563 ลงวันที่ 12 พฤศจิกายน 2563 ในความผิดฐาน ฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น นําเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน หลังผู้ต้องหาได้นําภาพในอินสตราแกรม ของผู้เสียหาย ไปใช้ในการเปิดบัญชีเฟซบุ๊กปลอม และส่งข้อความขอยืมเงินจากบุคคลอื่น จํานวนหลายราย โดยบุคคลอื่นเข้าใจว่าผู้เสียหายเป็นผู้ขอยืมเงิน พบมีผู้เสียหายกว่า 100 รายมูลค่าความเสียหายกว่า 170,000 บาท ทั้งนี้คดีนี้ทางผู้เสียหาย ซึ่งเป็นเน็ตไอดอล มียอดผู้ติดตามกว่า 4 แสนคน ได้นำดอกไม้และกระเช้ามาขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจ

 

คดีที่ 2 จับกุมมิจฉาชีพหลอกขายสินค้าแบรนด์เนม เจ้าหน้าที่ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) ได้จับกุมตัว น.ส.กุลธิดาลักษณ์ เจริญเนตร อายุ 34 ปี กรรมการบริษัท เซเลบ แบรนด์เนม จํากัด และนายสุรินทร์ หล่อวัฒนศิริกุล อายุ 61 ปี ได้เข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวนกก.1 บก.ปคบ. ในความผิดฐาน “ฉ้อโกง ประชาชน” หลังผู้ต้องหาได้ลงรูปประกาศขายสินค้าแบรนด์เนมในเพจเฟซบุ๊ก Celebrity Brandname มีผู้ซื้อจํานวนหลายรายได้โอนเงินชื้อสินค้า และไม่ได้รับสินค้า อันมีลักษณะที่มีพฤติการณ์เป็นการหลอก หรือจูงใจ ให้บุคคลทั่วไปที่ใช้วิธีการชื้อของผ่านระบบอินเตอร์เน็ตสื่อโซเชียล หลงเชื่อ และโอนเงิน เพื่อซื้อสินค้าที่ผู้ต้องหาเสนอขายสินค้าประเภทมือสองหรือ และเมื่อผู้ต้องหาได้รับโอนเงินแล้วไม่ดําเนินการส่งสินค้าให้ผู้ชื้อ โดยกระทําต่อเนื่อง มีผู้เสียหาย 48 ราย มูลค่าความเสียหาย 5.2 ล้านบาท


 

คดีที่ 3 จับกุมผู้ต้องหาแชร์บ้านตุนตังค์ โดย ศปอส.ตร.ได้รับร้องเรียนจากประชาชนว่าน.ส.ปิยพร หรือนีรัชภรณ์ อักษร หรือฟูวุฒิ อายุ 29 ปี ได้มาชักชวนให้ร่วมลงทุนกับกลุ่มแชร์ “บ้านตุนตัง” ซึ่งมีน.ส.ปิยพร เป็นเท้าแชร์ มีให้ลงทุนทั้งแบบเงินออมและออมทองที่ให้ผลตอบแทนสูง โดยรูปแบบการลงทุนรูปแบบเงินออม จะเป็นเหมือนการฝากเงิน มีทั้งเงินออมแบบ 3 วัน 5 วัน 7 วัน 1 เดือน และ 3 เดือนเมื่อถึงกําหนดจะได้ดอกเบี้ยร้อยละ 30 ถึงร้อยละ 300 ต่อเดือน ส่วนการออมทองจะเป็นลักษณะการซื้อทองในราคาถูก ซึ่งนางสาวปิยพรอ้างว่าสามารถซื้อทองคําได้ในราคาบาทละประมาณ 10,000–13,000 บาท

 

จากนั้นให้ผู้เสียหายฝากน.ส.ปิยพร ขายเพื่อเก็งกําไร ซึ่งช่วงแรกได้รับผลตอบแทนตามที่ตกลงไว้ โดยเฉพาะทองรูปพรรณและทองแท่งที่ได้มาจริงๆ และเมื่อนําไปขายต่อก็เป็นทองแท้ได้ราคาเต็ม จากนั้นจึงเพิ่มการลงทุนไปเรื่อยๆ พร้อมทั้งเข้าเป็นแม่ทีมหา สมาชิกเพิ่ม ต่อมาก็ไม่จ่ายผลตอบแทนเงินออมและมอบทองให้กับสมาชิกที่ลงทุนไป และไม่ สามารถติดต่อน.ส.ปิยพร ได้อีกเลย สมาชิกที่ได้รับความเสียหายในจังหวัดเชียงใหม่ จึงรวมตัวกันเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สภ.สารภี มีผู้เสียหายกว่า 100 ราย มูลค่าความเสียหายกว่า 10 ล้านบาท พนักงานสอบสวนสภ.สารภี ได้รวบรวมพยานหลักฐาน ยื่นคําร้องต่อศาลจังหวัดเชียงใหม่ ศาลอนุมัติหมายจับตามหมายจับเลขที่ จ.511/2563 ลงวันที่ 28 สิงหาคม 2563 ในความผิดฐาน “ฉ้อโกงประชาชน และกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน” ต่อมาน.ส.ปิยพร ได้เข้ามอบตัวที่ สภ.สารภี จ.เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2563


 

คดีที่ 4 จับกุมผู้ต้องหาใช้แอพพลิเคชั่น Line หลอกให้ผู้เสียหายโอนเงิน เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2563 เจ้าหน้าที่ชุดเทคนิคและสืบสวนศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) ได้จับกุมตัว นายนิตินัย ขุนทอง อายุ 24 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญา ที่ 1508/2563 ลงวันที่ 5 ตุลาคม 2563 โดยสามารถจับกุมตัวได้ที่ ต.บางเป้า อ.กันตรัง จ.ตรัง ต่อมาวันที่ 24 พฤศจิกายน 2563 เจ้าหน้าที่ได้ทำการสืบสวน ขยายผล ติดตามจับกุมตัวการร่วมได้อีก 1 ราย คือนายฤทธิไกร โภคา อายุ 25 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญา ที่ จ. 1780/2563 วันที่ 23 พฤศจิกายน 2563 ในความผิดฐาน “ฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นคนอื่น,รับของโจร, นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน” โดยสามารถจับกุมตัวได้ที่ บริเวณหน้าอาคาร P1 ป็อปปูล่าร์คอนโด เมืองทองธานี ต.บ้านใหม่ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี


 

คดีที่ 5 จับกุมพนันออนไลน์ www.fifa55.com และ www.ruay.com โดยเมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2563 ตํารวจศปอส.ตร. และสตม. ได้นําหมายค้นศาลแขวงเชียงราย ตรวจค้น 2 จุด คือ ห้วยน้ํารินรีสอร์ท ต.เวียงทางคํา อ.แม่สาย จ.เชียงราย และขยายผลเข้าตรวจค้น น้ําจํารีสอร์ท ต.โป่งผา อ.แม่สาย จ.เชียงราย สามารถจับกุมผู้ต้องหา 15 คน พร้อมของกลางคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ค 15 เครื่อง ในข้อหา “ร่วมกันจัดให้มีการเล่น หรือทําอุบายล่อ ช่วยประกาศโฆษณาหรือชักชวน โดยทางตรงหรือทางอ้อมให้ผู้อื่นเข้าเล่น หรือเข้าพนันในการเล่น ซึ่งมิได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน

 

และคดีที่ 6 จับกุมพนันออนไลน์ในพื้นที่จ.อุดรธานี เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจค้น 3 จุด ที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มชักชวนให้มี การเล่นการพนันออนไลน์ เว็บไซต์ gclubcr7.com และ 365gclub.com ผลการตรวจค้นได้จับกุมแอดมินเว็บพนัน และเจ้าหน้าที่บัญชี รวมผู้ต้องหา 16 ราย พร้อมตรวจยึด เครื่องคอมพิวเตอร์พีซี 6 เครื่อง เครื่องคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ค 1 เครื่อง จอคอมพิวเตอร์ 8 จอ เร้ทเตอร์ 2 เครื่อง โทรศัพท์มือถือ 4 เครื่อง บัญชีธนาคาร 3 บัญชี และบัตรเอทีเอ็ม 1 ใบ มีเงินหมุนเวียน ในระบบประมาณ 15 ล้านบาท แจ้งข้อหา ร่วมกันจัดให้มีการเล่น หรือทําอุบายล่อ ช่วย ประกาศโฆษณาหรือชักชวนโดยทางตรงหรือทางอ้อมให้ผู้อื่นเข้าเล่นหรือเข้าพนันในการเล่นซึ่งมิได้ รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน


 

ด้าน พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กล่าวว่า ในรอบปีที่ผ่านมามีผลการจับกุมตั้งแต่วันที่ 30 พฤศจิกายน 2562 ถึง 30 กันยายน 2563 ได้รับแจ้งความ 244 ราย แบ่งเป็นศปอส.ดำเนินการ 72 ราย สถานีตำรวจดำเนินการ 172 ราย มูลค่าความเสียหายกว่า 4,0000 ล้านบาท ได้ยึดทรัพย์ประกอบคดีมูลค่ากว่า 300 ล้านบาท ส่วนห้วงวันที่ 1 ตุลาคม 2563 ถึง 30 พฤศจิกายน 2563 รับแจ้งความ 59 ราย แบ่งเป็นศปอส.ดำเนินการ 16 ราย (จับกุมแล้ว 6 ราย อยู่ระหว่างดำเนินคดี 10 ราย) สถานีตำรวจดำเนินการ 41 ราย มูลค่าความเสียหายกว่า 200 ล้านบาท เป็นการกระทำผิดเกี่ยวกับพนันออนไลน์ จำนวน 19 เว็บไซต์ จับกุม 117 ราย สามารถยึดทรัพย์สินมูลค่ากว่า 77 ล้านบาท พบยอดเงินหมุนเวียนในระบบกว่า 2 หมื่นล้านบาท