การสัมภาษณ์งาน มีคำถามมากมายที่ตอบยาก ไม่มีคำตอบที่ถูกต้อง 100% หรือไม่มีคำตอบที่ผิด 100% แต่เป็นคำถามที่ต้องการทดสอบแนวความคิด ทัศนะคติ วิธีคิด หรือความมั่นใจ ของผู้ถูกสัมภาษณ์งาน หรือเป็นคำถามทางจิตวิทยานั้นเองครับผม ในความคิดส่วนตัวผมเอง หรือจากประสบการณ์ส่วนตัวผมเอง ผมคิดว่ามีอยู่คำถามหนึ่งที่เป็นคำถามที่ตอบยากมาก และมีความเสี่ยงสูงในการตอบเช่นเดียวกัน อาจจะสามารถตัดสินได้เลยว่าจะผ่าน หรือไม่ผ่านสัมภาษณ์กันเลยทีเดียวนะครับผม นั้นก็คือ “คุณคาดหวังเงินเดือนไว้ประมาณเท่าไหร่?” (What are your salary expectations?) คำถามนี้ เป็นคำถามสั้นๆ คำถามง่ายๆ แต่เป็นคำถามที่ตอบไม่ง่ายเลย และมีผลต่อการสัมภาษณ์งานเป็นอย่างมาก มีหลายคนที่กลัวคำถามนี้ มีหลายคนที่ตอบโดยไม่คิดถึงผลกระทบ หลายคนก็กลัวที่จะบอกตัวเลขที่น้อยเกินไป หลายคนก็กลัวที่จะบอกตัวเลขที่มากเกินไป หลายคนก็คิดน้อย หลายคนก็คิดมากเกินไป ผมมีเคล็ดลับเล็กๆ น้อยๆ ให้น้องๆ เพื่อนๆ พี่ๆ เผื่อเป็นแนวทางในการเตรียมคำตอบในการสัมภาษณ์งาน เพื่อตอบคำถามนี้ นะครับ ลองไปดูกันครับ ตรวจสอบเช็คข้อมูลฐานเงินเดือนคร่าวๆ ล่วงหน้า ก่อนไปสัมภาษณ์งาน ก่อนการเดินทางไปสัมภาษณ์งาน สิ่งแรกที่ควรเตรียมตัวก่อน ต้องรู้ก่อน ต้องรู้ ช่วงพื้นฐานเงินเดือนของตำแหน่งนั้นๆ ของบริษัทนั้นๆ ก่อน เพื่อทำการเปรียบเทียบว่าตัวเลขที่เราต้องการนั้น เหมาะสมกับช่วงเงินเดือนของบริษัทที่เราไปสัมภาษณ์งานหรือไม่ ช่องทางในการหาข้อมูลนั้นมีมากมายหลากหลายช่องทาง ไม่ว่าจะเป็น ผ่านทางเว็บไซต์หางาน, เว็บไซต์สำรวจเงินเดือน, Salary Guide ของบริษัทจัดหางาน, LinkedIn และเครือข่ายวิชาชีพ, สอบถามเพื่อนหรือคนรู้จักในสายงานเดียวกัน, พูดคุยกับ Recruiter, AI หรือแม้แต่พูดคุยสอบถามกับฝ่ายบุคคล สำหรับตัวผมเอง หาก HR โทรมานัดสัมภาษณ์ ผมมักจะสอบถาม Salary Range ของตำแหน่งนั้นตั้งแต่เบื้องต้น ไม่ใช่เพราะผมคิดเรื่องเงินเป็นอันดับแรก แต่เพราะต้องการประเมินว่า โอกาสนี้เหมาะสมกับประสบการณ์ และเป้าหมายของเราหรือไม่ เราจะวางแผนการสัมภาษณ์ และการต่อรองได้ดีมากยิ่งขึ้นครับ อย่าตกหลุมพราง ตอบคำว่า “แล้วแต่โครงสร้างบริษัท” โดยเด็ดขาด เมื่อถูกถามว่า “คาดหวังเงินเดือนเท่าไหร่?” สิ่งหนึ่งที่ผมไม่แนะนำคือการตอบแบบกว้าง ๆ ว่า “แล้วแต่โครงสร้างบริษัทครับ” หรือ “ตามฐานโครงสร้างเงินเดือนของบริษัทได้เลยครับ” เพราะคำตอบลักษณะนี้อาจทำให้เราเสียโอกาสในการนำเสนอคุณค่าในตัวของเราเองเลยนะครับ การเจรจาเงินเดือนไม่ใช่การเอาเปรียบบริษัท และบริษัทก็ไม่ได้ผิดที่ต้องควบคุมต้นทุน แต่มันคือการพูดคุยต่อรอง หาจุดที่ทั้งสองฝ่ายพอใจเห็นว่า “คุ้มค่า และเหมาะสม” บริษัทต้องการคนที่สร้างผลงานได้ คนมี่มีความสามารถ คนที่สามารถทำงานให้บริษัทได้จริงๆ ส่วนตัวเราเองก็ต้องการค่าตอบแทนที่เหมาะสมกับความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ และความรับผิดชอบของเราเองด้วยเช่นกัน ดังนั้น อย่าได้กลัวที่จะพูด หรือขอ ถึงตัวเลขที่ตัวเองต้องการนะครับผม แจ้งตัวเลขที่ต้องการพร้อมด้วย “เหตุผลสนับสนุน” เวลาถูกถามเรื่องเงินเดือน ผมแนะนำให้ ตอบอย่างตรงไปตรงมา และมีเหตุผลรองรับด้วยนะครับ ยกตัวอย่างเช่น “จากประสบการณ์ทำงานของผมที่ผ่านมา รวมถึงความรู้ ความสามารถ ทักษะด้านการผลิต การแก้ไขปัญหา การบริหารโครงการ และความเชี่ยวชาญเฉพาะทางในด้านงานหล่อของผม ผมคาดหวังเงินเดือนอยู่ที่ประมาณ XXX,XXX บาทครับ แต่ก็ยินดีพูดคุยรายละเอียดเพิ่มเติมตามขอบเขตความรับผิดชอบของตำแหน่ง” สิ่งสำคัญไม่ได้อยู่ที่ตัวเลขเพียงอย่างเดียว แต่คือ “ตัวเลขที่เราขอนั้น เหมาะสมกับตัวของเราจริงๆ หรือไม่? เช่น ประสบการณ์ทำงาน, ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน, Technical Skills, Leadership Skills, ผลงานที่ผ่านมา, ความสามารถในการแก้ไขปัญหา, ความสามารถในการลดต้นทุน, ความสามารถในการเพิ่ม Productivity, ประสบการณ์บริหารทีม หรือ ใบรับรองหรือ Professional Certification เป็นต้น ก่อนเข้าสัมภาษณ์ ผมแนะนำให้เตรียมตัวเลขไว้ในใจอย่างน้อย 3 ระดับ 1. Current Package รายได้ปัจจุบันทั้งหมด อย่าดูเฉพาะ Base Salary อย่างเดียว แต่ควรพิจารณา Bonus, Allowance, OT, Provident Fund, Insurance และสวัสดิการอื่น ๆ ด้วยนะครับ 2. Target Salary ตัวเลขที่เรา “อยากได้” เป็นตัวเลขที่เรารู้สึกว่าคุ้มค่ากับการเปลี่ยนงาน และความรับผิดชอบใหม่ของตัวเรานะครับ 3. Minimum Acceptable Salary ตัวเลขต่ำสุดที่เรายอมรับได้ ตัวเลขนี้ไม่จำเป็นต้องบอกบริษัทตั้งแต่แรก แต่เราควรรู้ในใจของตัวเอง เมื่อถึงเวลาต่อรอง เราจะได้รู้ว่า จุดไหนควรเดินหน้าต่อ และจุดไหนควรหยุด มีความชัดเจนชัดเจน แน่นอน โปร่งใส และเด็ดขาด ไม่โลเล เรื่องเงินเป็นเรื่องที่ต้อง ชัดเจนและตรงไปตรงมา สิ่งที่ไม่ควรทำคือ วันนี้บอกตัวเลขหนึ่ง พออีกวันเปลี่ยนเป็นอีกตัวเลขหนึ่ง แล้วเปลี่ยนอีกครั้งเมื่อบริษัทกลับมาต่อรอง เพราะนอกจากจะทำให้การเจรจายุ่งยากแล้ว ยังอาจทำให้เราดูเป็นคน ไม่แน่นอนและไม่น่าเชื่อถือ หากบริษัทเสนอเงินเดือนกลับมาแล้วเรายังไม่แน่ใจว่าเป็นข้อเสนอที่ดีที่สุดหรือไม่ เราสามารถขอเวลาเพื่อพิจารณาได้ เช่น “ขอบคุณสำหรับข้อเสนอครับ ผมขอเวลาพิจารณารายละเอียดทั้งหมดประมาณ 2 วัน แล้วจะรีบแจ้งผลกลับไปครับ” โดยทั่วไป การขอเวลา 1–2 วัน เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลในหลายสถานการณ์ แต่ระยะเวลาที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับบริษัทและสถานการณ์ของผู้สมัคร สิ่งสำคัญคืออย่าปล่อยเวลานานเกินไปโดยไม่สื่อสารกับบริษัท เพราะในโลกของการรับสมัครงาน บริษัทไม่ได้มีผู้สมัครเพียงคนเดียว และผู้สมัครก็ไม่ได้มีบริษัทเพียงแห่งเดียว เงินเดือนสูง ไม่ได้แปลว่าเรียกแพง อีกเรื่องที่ผมอยากฝากไว้คือ อย่าประเมินคุณค่าของตัวเองจากเงินเดือนเพียงอย่างเดียว ถ้าเรามีประสบการณ์และทักษะที่สามารถสร้าง Value ให้กับองค์กรได้ เราก็ควรกล้าที่จะนำเสนอคุณค่าของตัวเอง ลองเปลี่ยนวิธีคิดจาก “บริษัทจะให้ผมเท่าไหร่?” เป็น “ผมสามารถสร้างคุณค่าอะไรให้กับบริษัท และคุณค่านั้นเหมาะสมกับค่าตอบแทนเท่าไหร่?” เมื่อเราคิดแบบนี้ การพูดเรื่องเงินเดือนจะเปลี่ยนจาก “การขอเงิน” เป็น “การเจรจามูลค่าของงาน” และนี่คือความแตกต่างที่สำคัญมาก สุดท้ายแล้ว อย่าลืมว่าเรากำลังเลือกกันทั้งสองฝ่าย การสัมภาษณ์งานไม่ใช่แค่บริษัทกำลังเลือกเรา แต่เราก็กำลังเลือกบริษัทเช่นกัน เรากำลังพิจารณาว่า งานนี้เหมาะกับเราหรือไม่?, เงินเดือนเหมาะสมหรือไม่?, Career Path เป็นอย่างไร?, วัฒนธรรมองค์กรเหมาะกับเราหรือไม่?, หัวหน้าและทีมงานเป็นอย่างไร?, เราจะได้เรียนรู้และเติบโตหรือไม่?, Work-Life Balance เป็นอย่างไร? และที่สำคัญ...เราสามารถสร้างคุณค่าให้กับองค์กรได้จริงหรือไม่? จากประสบการณ์ที่ผ่านมา การเตรียมตัวให้ดี รู้ข้อมูลตลาด รู้คุณค่าของตัวเอง และต่อรองด้วยเหตุผลที่ชัดเจน ช่วยให้การพูดคุยเรื่องเงินเดือนง่ายขึ้นมาก ดังนั้น ครั้งหน้าถ้าถูกถามว่า... “What are your salary expectations?” อย่าเพิ่งกลัวครับ หายใจลึก ๆ แล้วตอบด้วยความมั่นใจว่า “ผมมีตัวเลขที่คาดหวังไว้ และนี่คือเหตุผลว่าทำไมผมถึงคิดว่าตัวเลขนี้เหมาะสมกับประสบการณ์และคุณค่าที่ผมสามารถสร้างให้กับองค์กรได้” เพราะสุดท้ายแล้ว... อย่าเรียกเงินเดือนเพราะ “เกรงใจ” และอย่าเรียกเพราะ “โลภ” แต่จงเรียกจาก “คุณค่าที่เราสามารถสร้างได้” ขอให้ทุกคนโชคดี ได้งานที่ใช่ ได้หัวหน้าที่ดี ได้ทีมที่ดี และที่สำคัญ... ได้ค่าตอบแทนที่คู่ควรกับคุณค่าของตัวเองครับ! ------------------------------------------------ Mr. Adisak Banpot Aluminum High Pressure Die Casting Expert | AB Die Casting Learning Center (ความรู้ทางวิศวกรรมเชิงปฏิบัติจากประสบการณ์จริงในอุตสาหกรรม) Practical Engineering Knowledge from Real Industry Experience รูปภาพทั้งหมดโดย A.I. เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !