ตั้งแต่สมัยเด็ก ๆ เราทุกคนจะต้องได้เรียนเกี่ยวกับบ้านเชียงในวิชาสังคมกันมาอย่างบ่อยครั้ง เพราะนอกจากจะเป็นร่องรอยของอารยธรรมที่สำคัญของคนไทยแล้วยังเป็นสถานที่ที่ได้รับขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกอีกด้วย วันนี้เลยอยากจะพาเพื่อนไปเรียนรู้เรื่องราวความเป็นมาของการค้นพบบ้านเชียงและประวัติศาสตร์กันที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติบ้านเชียง ตำบลบ้านเชียง อำเภอหนองหาน จังหวัดอุดรธานีนั่นเองค่ะเมื่อมาถึงเราก็เขาไปซื้อตั๋วกันก่อนเลย ราคาบัตรถ้าเป็นคนไทย 30 บาท ชาวต่างชาติ 150 บาท และหลังจากนั้นให้เรามาสแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อเข้าใช้ไฟล์เสียงที่จะช่วยอธิบายและบอกเล่าเรื่องราวตามห้องจัดแสดงต่าง ๆ ซึ่งมีให้เลือกหลายภาษาด้วยกันนะคะใครที่พาเพื่อชาวต่างชาติมาด้วยหละก็ไม่ต้องกังวลไป หรือหากใครอยากจะใช้บิการมัคคุเทศตัวน้อยที่นี่เขาก็มีให้นะคะ เด็ก ๆ ของที่นี่เขาก็น่ารักใส่ชุดไทยออกมาต้อนรับกันเลย และไม่มาค่าใช้จ่ายใด ๆ คะ แต่หรือจะให้น้องเขาเป็นสินน้ำใจก็ได้นะคะและแล้วเราก็มาถึงห้องจัดแสดงห้องแรกกันค่ะ โดยที่นี่จะเก็บรักษาเครื่องปั้นดินเผาที่ขุดค้นพบได้ทั้งหมด 3 สมัยด้วยกัน นั่นคือสมัยต้น สมัยกลางและสมัยปลาย โดยสมัยต้นนั้นจะเป็นเครื่องปั้นดินเผาที่ไม่มีลวดลายอะไรเลย ส่วนในสมัยปลายจะเป็นแบบมีลวดลายแต่ไม่ได้มีสีสัน แต่พอในยุดตอนปลายนั้นเป็นยุคที่มีดินเผาสวยงามที่สุดเพราะมีทั้งลวดลายและสีสันของก้นหอยที่เป็นเอกลักษณ์อย่างชัดเจนและในห้องแสดงถัดไปจะเป็นส่วนของห้องที่บอกเล่าเรื่องราวการขุดค้นพบโดยความบังเอิญของนายสตีฟ ยัง นักศึกษาของวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ซึ่งเขาได้ไปสะดุดล้มต้นนุ่นและพบกับเศษภาชนะจนทำให้มีการขุดค้นพบในเวลาต่อมานั่นเองค่ะเดินไปอีกเรื่อย ๆ ก็จะพบกับโครงกระดูกจำลองที่ได้จำลองการขุดค้นพบซากต่าง ๆ รวมทั้งศพเด็กที่เสียชีวิตและและถูกนำมาใส่ลงในภาชนะดินเผาเพื่อเป็นการทำศพของคนสมัยก่อนนั้นเอง ซึ่งทำให้สามารถเล่าเรื่องราวรวมถึงวิธีการของคนสมัยโบราณได้ดี และที่น่าสนใจอีกอย่างคือการฝังศพเด็กด้วยการใส่หม้อดินเผาและฝังดินั่นเองค่ะที่ส่วนถัดมาจะเป็นในส่วนของการจำลองการใช้ชีวิตของคนสมัยก่อน ที่มีทั้งการทอผ้า รวมถึงการหล่อสำริดนั้นเองและในตู้จัดแสดงก้ยังมีชิ้นส่วนของแม่พิมพ์ที่ใช้ในการหล่ออุปกรณ์ข้าวของเครื่องใช้ และอุปกรณ์ล่าสัตว์ไว้อีกด้วยภายในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติบ้านเชียงแห่งนี้ยังมีสิ่งที่ให้เราได้เรียนรู้อีกมากมาย และก็ไม่ได้มีเพียงแค่เครื่องปั้นดินเผาเท่านั้นแต่ยังมีพวกเครื่องประดับอย่างกำไลโลหะ และสร้อยคอเครื่องประดับที่ทำมาจากหินอีกด้วย หากใครมาเที่ยวอุดรธานีก็อย่าลืมแวะมาที่นี่กันนะคะท้ายสุดหากใครอยากหาของฝากกลับบ้านก็ให้เดินออกมาทางด้านซ้ายของพิพิธภัณฑ์ก็จะพบกับร้านขายของฝากทั้งเครื่องปั้้นดินเผาและผ้าทอให้ได้เลือกกันด้วยที่อยู่ : หมู่ที่ 13 ถนน สุทธิพงษ์ ตำบล บ้านเชียง อำเภอหนองหาน อุดรธานี 41320Google Map : https://g.co/kgs/SbBv6Yเวลาทำการ 9:00–16:00 ปิดวันจันทร์และอังคาร