รีเซต

ดราม่ากลิ่นดอกไม้! ฮานอยสั่งตัดต้นตีนเป็ด ฉุนจนชาวเมืองรับไม่ไหว

ดราม่ากลิ่นดอกไม้!  ฮานอยสั่งตัดต้นตีนเป็ด ฉุนจนชาวเมืองรับไม่ไหว
TNN ช่อง16
21 ตุลาคม 2569 ( 10:00 )

กรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม เร่งตัดแต่งต้นพญาสัตบรรณ หรือที่คนไทยรู้จักกันในชื่อ “ต้นตีนเป็ด” หลังประชาชนจำนวนมากร้องเรียนว่ากลิ่นดอกไม้ฉุนรุนแรงจนทำให้ปวดศีรษะ พร้อมพิจารณาย้ายต้นไม้บางส่วนออกจากพื้นที่ชุมชนหนาแน่น ขณะที่ชาวเมืองอีกกลุ่มคัดค้าน เพราะมองว่ากลิ่นดอกไม้ชนิดนี้เป็นเอกลักษณ์ของฤดูใบไม้ร่วงที่อยู่คู่ฮานอยมายาวนาน

 

เมื่อวันที่ 17 ต.ค.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่กรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม เริ่มปฏิบัติการตัดแต่งต้นพญาสัตบรรณ หรือ Blackboard Tree ครั้งใหญ่ หลังได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนเกี่ยวกับกลิ่นดอกไม้ที่รุนแรง โดยมีแผนตัดแต่งช่อดอกจากต้นไม้ประมาณ 7% ของจำนวนทั้งหมด หรือราว 1,000 ต้น ภายในระยะเวลา 5 วัน สิ้นสุดวันที่ 20 ตุลาคม

 

ต้นพญาสัตบรรณเป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ที่สามารถสูงได้ถึง 60 เมตร ถูกนำมาปลูกในกรุงฮานอยตั้งแต่ยุคอาณานิคมฝรั่งเศสช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ปัจจุบันมีอยู่ประมาณ 14,400 ต้นทั่วเมือง โดยดอกสีขาวอมเขียวจะส่งกลิ่นหอมหวานฉุนในช่วงพลบค่ำ โดยเฉพาะเดือนกันยายนถึงตุลาคม ซึ่งเป็นช่วงฤดูใบไม้ร่วงของเวียดนาม


แม้กลิ่นดอกพญาสัตบรรณจะเป็นเอกลักษณ์ของกรุงฮานอย และเป็นแรงบันดาลใจให้บทเพลงและบทกวีมายาวนาน แต่ประชาชนบางส่วนกลับมองว่ากลิ่นรุนแรงเกินไป โดยเฉพาะบริเวณที่มีต้นไม้ปลูกกระจุกตัวจำนวนมาก จนส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันและทำให้บางคนมีอาการปวดศีรษะ


ทางการฮานอยจึงเตรียมพิจารณาย้ายต้นไม้บางส่วนออกจากถนนที่มีการปลูกหนาแน่น เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชน อย่างไรก็ตาม มาตรการดังกล่าวทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ เพราะชาวเมืองอีกกลุ่มมองว่าการลดจำนวนต้นไม้ชนิดนี้อาจทำให้ฮานอยสูญเสียเสน่ห์และบรรยากาศที่เป็นเอกลักษณ์ของฤดูใบไม้ร่วง

 

ด้านผู้เชี่ยวชาญยืนยันว่า กลิ่นดอกพญาสัตบรรณไม่ได้มีพิษหรือเป็นอันตรายต่อสุขภาพโดยตรง แต่ละอองเกสรอาจกระตุ้นอาการแพ้ในบางคนได้ จึงแนะนำให้ควบคุมความหนาแน่นของต้นไม้ในพื้นที่ชุมชน แทนการกำจัดออกทั้งหมด


ขณะเดียวกัน ประเด็นดังกล่าวยังได้รับความสนใจอย่างกว้างขวางในเวียดนาม แม้ว่ากรุงฮานอยจะเผชิญปัญหามลพิษทางอากาศรุนแรงในช่วงฤดูหนาว ซึ่งเป็นปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนในวงกว้างเช่นกัน


กรณีนี้สะท้อนความท้าทายของการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน ที่ต้องรักษาสมดุลระหว่างสุขภาพประชาชนกับการอนุรักษ์พื้นที่สีเขียวและมรดกทางวัฒนธรรม เพราะแม้ต้นไม้จะมีคุณค่าต่อสิ่งแวดล้อมและเป็นเอกลักษณ์ของเมือง แต่การบริหารจัดการที่เหมาะสมก็มีความสำคัญ เพื่อให้ธรรมชาติและผู้คนสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างยั่งยืน

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง