ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยหรือที่คนทั่วไปเรียกว่าตลาดหุ้นไทย (SET) คือสถานที่ที่บริษัทต่าง ๆ เข้ามาระดมทุนโดยการขายหุ้นให้กับประชาชนทั่วไป เมื่อเราซื้อหุ้น นั่นหมายความว่าเราได้เป็น "เจ้าของ" ส่วนหนึ่งของบริษัทนั้น ๆ ด้วย สรุปง่าย ๆ ก็คือ เป็นแหล่งที่คนอยากเป็นเจ้าของกิจการขนาดใหญ่มาเจอกับบริษัทที่อยากได้เงินไปขยายกิจการ สภาวะปัจจุบันและแนวโน้มตลาดหุ้นไทย ในช่วงที่ผ่านมา ถ้าใครที่เล่นหุ้นอยู่ คงจะปวดหัวพอสมควรจากตัวเลขบนกระดานหุ้นที่ขึ้นแดงตลอด มูลค่าหุ้นที่เคยซื้อไว้ลดลงอย่างน่าใจหาย ตลาดหุ้นไทย ( SET) เผชิญกับความผันผวนพอสมควร เนื่องจากปัจจัยหลายอย่าง เช่น เศรษฐกิจโลกชะลอตัว, อัตราดอกเบี้ยที่สูง, และความไม่แน่นอนทางการเมือง อย่างไรก็ตาม ถ้าเราได้ตามอ่านจากบทวิเคราะห์ ของผู้เชี่ยวชาญหลายท่าน ก็ยังคงมีความหวังอยู่บ้าง โดยมองว่าในระยะยาว ตลาดหุ้นไทยยังมีศักยภาพที่จะเติบโตได้ โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเทรนด์ใหม่ ๆ เช่น เทคโนโลยี, พลังงานสะอาด, และการท่องเที่ยวที่กลับมาคึกคักอีกครั้ง เทคนิคการเลือกหุ้นสำหรับมือใหม่ในตลาดผันผวน สำหรับมือใหม่ที่อยากเริ่มลงทุนในตลาดหุ้น การเลือกหุ้นในช่วงที่ตลาดผันผวนอาจจะดูน่ากลัว แต่ถ้าเรามีหลักการที่ดี ก็สามารถสร้างโอกาสได้ เทคนิคสำคัญคือการเลือกหุ้นของบริษัทที่มีพื้นฐานดีและแข็งแกร่ง ผมจะมาแนะนำเทคนิคเล็ก ๆน้อย ๆ ในการเลือกดูหุ้น ว่าจะดูจากข้อมูลสำคัญ ๆ อะไรบ้าง ดังนี้: P/E Ratio (Price-to-Earnings Ratio): อัตราส่วนราคาต่อกำไร เป็นตัวเลขที่บอกว่าเราต้องใช้เงินเท่าไหร่ถึงจะได้กำไร 1 บาท ถ้าค่า P/E ไม่สูงเกินไป (เช่น ต่ำกว่า 20) ก็ถือว่าน่าสนใจ แต่ต้องเปรียบเทียบกับบริษัทในอุตสาหกรรมเดียวกันด้วย D/E Ratio (Debt-to-Equity Ratio): อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน เป็นตัวบอกว่าบริษัทมีหนี้สินมากแค่ไหน ถ้า D/E ไม่สูงเกินไป (เช่น ต่ำกว่า 1-2 เท่า) แสดงว่าบริษัทมีความเสี่ยงทางการเงินต่ำ ROE (Return on Equity): อัตราส่วนผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น เป็นตัวชี้วัดว่าบริษัทสร้างผลกำไรได้ดีแค่ไหนเมื่อเทียบกับเงินทุนของผู้ถือหุ้น ถ้า ROE สูงอย่างสม่ำเสมอ แสดงว่าบริษัทมีความสามารถในการทำกำไรที่ดี ปันผล (Dividend): ดูประวัติการจ่ายปันผลของบริษัท ถ้าบริษัทจ่ายปันผลอย่างสม่ำเสมอและมีอัตราการจ่ายที่น่าพอใจ แสดงว่าบริษัทมีกำไรและต้องการแบ่งปันให้ผู้ถือหุ้น ตัวอย่างหุ้นที่น่าสนใจสำหรับมือใหม่ ออกตัวก่อนว่า ผมเองก็ไม่ใช่เซียนหุ้น ไม่ใช่นักวิเคราะห์เชี่ยวชาญขนาดนั้น แต่ใช้ประสบการณ์จาการเรียนรู้ ลองผิดลองถูกมานานอยู่เหมือนกัน สิ่งที่จะแนะนำต่อไปนี้ ก็เป็นเพียงความรู้เล็ก ๆน้อย ที่อยากมาแบ่งปันกันครับ นี่คือตัวอย่างหุ้น 4-5 ตัวที่มักถูกพูดถึงว่ามีพื้นฐานดีและน่าสนใจสำหรับมือใหม่ เพราะอยู่ในธุรกิจที่แข็งแกร่งและมีผลการดำเนินงานที่สม่ำเสมอ หุ้นกลุ่มธนาคาร: เป็นธุรกิจที่มั่นคง และมีกำไรสม่ำเสมอจากส่วนต่างของอัตราดอกเบี้ย นอกจากนี้ยังได้ประโยชน์จากการเติบโตทางเศรษฐกิจ หุ้นกลุ่มค้าปลีก : ธุรกิจค้าปลีกมีความจำเป็นต่อชีวิตประจำวันของคนไทย ทำให้มีรายได้ที่ค่อนข้างสม่ำเสมอ ไม่ว่าเศรษฐกิจจะเป็นอย่างไร หุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้า : ธุรกิจผลิตไฟฟ้าเป็นสิ่งจำเป็นที่ไม่ว่าเศรษฐกิจจะเป็นอย่างไรก็ต้องใช้ ทำให้รายได้ค่อนข้างมั่นคงและคาดเดาได้ หุ้นกลุ่มสื่อสาร : เป็นธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานที่คนส่วนใหญ่ต้องใช้ มีรายได้จากค่าบริการรายเดือนและยังเติบโตได้จากบริการใหม่ ๆ เช่น 5G ในการพิจารณาหุ้นแต่ละตัว ให้ลองนำหลักการข้างต้นมาใช้ เช่น ดูว่าค่า P/E ของ บริษัทA อยู่ที่เท่าไหร่เมื่อเทียบกับ บริษัทB หรือดูว่า บริษัทC มีการจ่ายปันผลอย่างสม่ำเสมอหรือไม่ การทำแบบนี้จะช่วยให้เรามีข้อมูลประกอบการตัดสินใจที่รอบด้านมากขึ้น สุดท้ายนี้ สิ่งที่ต้องจำเสมอสำหรับการเป็นนักลงทุนคือ การลงทุนในหุ้นมีความเสี่ยงเสมอ สิ่งสำคัญที่สุดคือการศึกษาข้อมูลให้รอบด้านก่อนตัดสินใจลงทุน และควรลงทุนด้วยเงินเย็นที่เราพร้อมจะสูญเสียได้หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เพราะการลงทุนคือการเดินทางระยะยาว ไม่ใช่การวิ่งแข่งระยะสั้น ขอให้สนุกกับการลงทุนนะครับ! ** บทความนี้เป็นการให้ข้อมูลเบื้องต้น ไม่ได้เป็นการแนะนำชี้ชวนให้ลงทุน ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจ ** ภาพประกอบการเขียนบทความ ภาพหน้าปก https://www.freepik.com/ ภาพที่ 1 - ภาพหน้าจอ https://www.set.or.th/th/home โดย ผู้เขียนบทความ ภาพที่ 2 -https://www.facebook.com โดย SET Thailand ภาพที่ 3 -https://www.freepik.com/ โดย starline ภาพที่ 4 -Pixabay เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !