รีเซต

เตือนเฝ้าระวังโรคไข้เลือดออก ช่วงเทศกาลสงกรานต์

เตือนเฝ้าระวังโรคไข้เลือดออก ช่วงเทศกาลสงกรานต์
TNN ช่อง16
3 เมษายน 2569 ( 10:39 )
15

นายแพทย์มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า (3 เมษายน 2569)  ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ประชาชนมักรวมตัวทำกิจกรรม และเดินทางออกนอกพื้นที่เป็นจำนวนมาก จึงอาจเพิ่มความเสี่ยงในการนำโรคไข้เลือดออกไปสู่ชุมชน เนื่องจากผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกมีโอกาสเกิดอาการรุนแรงจนถึงขั้นเสียชีวิต จึงขอให้ประชาชนป้องกันตนเองและคนในครอบครัวจากการถูกยุงกัด โดยใช้ยากันยุงหรือสเปรย์กันยุง อาศัยอยู่ในห้องที่มีมุ้งลวด นอนในมุ้ง หลีกเลี่ยงมุมอับที่เป็นแหล่งเกาะพักของยุงลาย จัดการสิ่งแวดล้อมไม่ให้ยุงลายมีที่วางไข่ ตามหลัก “3 เก็บป้องกัน 3 โรค” 1.เก็บบ้าน ให้ปลอดโปร่งไม่ให้ยุงลายมีที่เกาะพัก 2.เก็บน้ำ ปิดภาชนะให้มิดชิด เพื่อไม่ให้ยุงลายลงไปวางไข่ เปลี่ยนน้ำทุก 7 วัน หรือใส่ทรายกำจัดลูกน้ำเพื่อป้องกันไม่ให้ลูกน้ำกลายเป็นยุง และ 3.เก็บขยะ หรือเศษภาชนะที่เป็นแหล่งขังน้ำไม่ให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย ซึ่งจะสามารถป้องกันโรคติดต่อนำโดยยุงลายได้ทั้ง 3 โรค คือ โรคไข้เลือดออก โรคไข้ปวดข้อยุงลาย และโรคติดเชื้อไวรัสซิกา นอกจากนี้ผู้ป่วยไข้เลือดออกควรใช้ยาทากันยุง เพื่อป้องกันการส่งต่อเชื้อไข้เลือดออกให้กับคนอื่น ๆ ในครอบครัว หรือในชุมชน


นอกจากนี้ยังขอเน้นย้ำให้ประชาชนเฝ้าระวังอาการหลังจากเทศกาลสงกรานต์ หากมีไข้สูงเฉียบพลันมากกว่า 2 วัน ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามตัว ปวดกระบอกตา อาเจียน ปวดท้องรุนแรง เบื่ออาหาร หรือมีผื่นแดงตามร่างกาย รับประทานยาลดไข้ (พาราเซตามอล) แล้วไข้ไม่ลด ไม่ควรซื้อยามารับประทานเอง โดยเฉพาะยาลดไข้กลุ่มเอ็นเสด (NSAIDs) เช่น ไอบูโพรเฟน ไดโครฟีแนก แอสไพริน รวมถึงยาชุดเพราะถ้าป่วยเป็นไข้เลือดออกอาจมีผลทำให้เลือดออกในช่องทางเดินอาหารและยากต่อการรักษา เสี่ยงต่อการเสียชีวิต หากมีอาการรุนแรง เช่น อาเจียนมาก เลือดออกตามไรฟัน จุดเลือดออกตามผิวหนัง หรือซึมลง ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยที่โรงพยาบาลทันทีฉ

กรมควบคุมโรคขอเน้นย้ำให้ประชาชนจัดการสิ่งแวดล้อมทั้งภายในบ้านและบริเวณบ้าน ไม่ให้มีแหล่งน้ำขัง รวมถึงป้องกันตนเองจากการถูกยุงกัด เพื่อลดความเสี่ยงต่อการแพร่กระจายเชื้อไปสู่คนในครอบครัวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ส่งเสริมให้เป็นการท่องเที่ยวปลอดภัยไม่พาเชื้อกลับบ้าน หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง