รีเซต

สร้างสมดุลให้เกษตรกรไทย แก้โจทย์ "มั่นคงอาหาร" ด้วยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากสหรัฐฯได้อย่างไร?

สร้างสมดุลให้เกษตรกรไทย แก้โจทย์ "มั่นคงอาหาร" ด้วยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากสหรัฐฯได้อย่างไร?
TNN ช่อง16
15 พฤษภาคม 2569 ( 08:00 )

รัฐบาลไทยกับโจทย์สำคัญ “ความมั่นคงอาหาร” นำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์สหรัฐฯ สร้างสมดุลให้เกษตรไทยได้อย่างไร?

 

 ความมั่นคงอาหาร เรื่องใหญ่ของไทยและโลก


ความมั่นคงทางอาหาร หรือ “Food Security” กำลังกลายเป็นประเด็นสำคัญของโลกในยุคที่เศรษฐกิจโลกเต็มไปด้วยความผันผวน ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ และความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ขณะที่ประเทศไทยในฐานะหนึ่งในผู้ผลิตอาหารสำคัญของโลก ก็เริ่มต้องเผชิญโจทย์ใหม่ว่า ประเทศพร้อมมากน้อยแค่ไหนในการรักษาสมดุลด้านอาหารของตัวเอง


ประเด็นดังกล่าวกลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง ภายหลังคณะภาครัฐและเอกชนไทย นำโดย นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เดินทางเยือนสหรัฐอเมริกา เพื่อเข้าร่วมงาน SelectUSA Investment Summit 2026 โดยหนึ่งในหัวข้อสำคัญของการหารือ คือแนวทางบริหารวัตถุดิบอาหารสัตว์ของไทย โดยเฉพาะการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากสหรัฐฯ ภายใต้กรอบองค์การการค้าโลก หรือ WTO


หลายฝ่ายมองว่า เรื่องนี้ไม่ได้เป็นเพียงประเด็นการค้าอีกต่อไป แต่กำลังเชื่อมโยงโดยตรงกับความมั่นคงอาหารของประเทศ เพราะวัตถุดิบอาหารสัตว์ถือเป็นต้นน้ำสำคัญของอุตสาหกรรมอาหารทั้งระบบ ไม่ว่าจะเป็นเนื้อไก่ หมู ไข่ หรือนม ซึ่งล้วนเป็นสินค้าเกี่ยวข้องกับค่าครองชีพและความเป็นอยู่ของประชาชน


ไทยยังขาดวัตถุดิบอาหารสัตว์ 3-4 ล้านตันต่อปี


ข้อมูลจาก ศูนย์วิจัยกสิกรไทย (KResearch) ระบุว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีความต้องการใช้ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และวัตถุดิบทดแทนรวมประมาณ 8.7–8.9 ล้านตันต่อปี แต่ผลผลิตในประเทศมีเพียงประมาณ 54% หรือราว 4.7–5.2 ล้านตันเท่านั้น


นั่นหมายความว่า ไทยยังมี “ช่องว่าง” ของวัตถุดิบอีกประมาณ 3–4 ล้านตันต่อปี และจำเป็นต้องพึ่งพาการนำเข้าอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากประเทศเพื่อนบ้าน เช่น เมียนมา ลาว และกัมพูชา รวมถึงการนำเข้าข้าวสาลีเพื่อใช้ทดแทนในอุตสาหกรรมอาหารสัตว์


ด้วยเหตุนี้ การนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากสหรัฐฯ จำนวน 1 ล้านตัน จึงถูกมองว่า ไม่ได้เข้ามาแข่งขันหรือแย่งตลาดกับเกษตรกรไทยโดยตรง แต่เป็นการเติมเต็มวัตถุดิบที่ประเทศยังขาดอยู่ในระบบ เพื่อช่วยรักษาเสถียรภาพต้นทุนอาหารสัตว์และราคาอาหารของประเทศ


ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่า ข้าวโพดจากสหรัฐฯ จะเข้ามาทดแทนการนำเข้าข้าวสาลีและวัตถุดิบบางส่วนจากต่างประเทศ มากกว่าจะเข้ามาแทนผลผลิตของเกษตรกรไทยโดยตรง


บริหารจังหวะนำเข้า ลดผลกระทบเกษตรกรไทย


อีกจุดสำคัญของแนวทางนี้ คือการกำหนดช่วงเวลานำเข้าให้อยู่ระหว่างวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ถึง 30 มิถุนายน ซึ่งเป็นช่วงก่อนผลผลิตข้าวโพดของเกษตรกรไทยออกสู่ตลาดประมาณ 2 เดือน เพื่อลดผลกระทบต่อฤดูจำหน่ายผลผลิตภายในประเทศ


ขณะเดียวกัน มาตรการคุ้มครองเกษตรกรไทยยังคงดำเนินต่อเนื่อง โดยผู้นำเข้าจะต้องรับซื้อข้าวโพดในประเทศในสัดส่วน 3 ต่อ 1 หรือกล่าวคือ ต้องซื้อข้าวโพดไทย 3 ส่วน ต่อการนำเข้า 1 ส่วน เพื่อให้เกิดการดูดซับผลผลิตภายในประเทศก่อน


นายกรนิจ โนนจุ้ย ผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์ และโฆษกกระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า การนำเข้าข้าวโพดจากสหรัฐฯ ไม่ได้เป็นการแย่งตลาดเกษตรกรไทย แต่เป็นการเติมเต็มในส่วนที่ไทยยังขาดอยู่ เพื่อรักษาเสถียรภาพอาหารสัตว์และราคาสินค้าอาหารทั้งระบบ พร้อมย้ำว่า การนำเข้าข้าวโพดไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะประเทศไทยมีการนำเข้าอย่างต่อเนื่องมาหลายปีแล้ว


ลดต้นทุนอาหารสัตว์ กดแรงกดดันราคาอาหาร


อีกประเด็นที่ภาคอุตสาหกรรมให้ความสำคัญ คือเรื่องต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์ โดยราคาข้าวโพดจากสหรัฐฯ อยู่ที่ประมาณ 254 ดอลลาร์ต่อตัน ต่ำกว่าราคาข้าวสาลีที่อยู่ราว 320 ดอลลาร์ต่อตัน รวมถึงต่ำกว่าการนำเข้าบางส่วนจากประเทศเพื่อนบ้าน


KResearch ประเมินว่า หากสามารถนำเข้าข้าวโพดจากสหรัฐฯ ได้ จะช่วยลดต้นทุนอาหารสัตว์ได้ประมาณ 8% ซึ่งจะช่วยลดแรงกดดันต่อต้นทุนสินค้าอาหารหลายประเภท ทั้งไก่ หมู ไข่ และนม รวมถึงช่วยรักษาเสถียรภาพราคาอาหารของประเทศในระยะต่อไป


ปัจจุบันประเทศไทยมีการนำเข้าข้าวโพดจากต่างประเทศอยู่แล้วปีละประมาณ 1–2 ล้านตัน ส่วนใหญ่มาจากประเทศเพื่อนบ้านภายใต้กรอบการค้า AFTA ดังนั้น การนำเข้าข้าวโพดจึงไม่ใช่กลไกใหม่ แต่เป็นส่วนหนึ่งของการบริหารวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่ดำเนินต่อเนื่องมาโดยตลอด

เอกชนชี้ ลดความเสี่ยง PM2.5 และยกระดับมาตรฐานนำเข้า


นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ไทยมีความต้องการใช้ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ประมาณ 8.5–9 ล้านตันต่อปี แต่ผลิตได้เพียงประมาณ 4.8–5 ล้านตันต่อปี ทำให้ยังจำเป็นต้องนำเข้าอีกประมาณ 3–4 ล้านตันต่อปี


โดยภาคเอกชนมองว่า การกระจายแหล่งนำเข้าวัตถุดิบไปยังประเทศที่มีมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมและระบบตรวจสอบย้อนกลับที่ชัดเจน จะช่วยยกระดับความมั่นคงทางอาหารของไทยในระยะยาว


อีกทั้งยังอาจช่วยลดความเสี่ยงจากปัญหาสิ่งแวดล้อมในภูมิภาค โดยเฉพาะปัญหา PM2.5 ที่เชื่อมโยงกับการเผาในภาคเกษตรของบางประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งกลายเป็นปัญหาข้ามพรมแดนที่ไทยเผชิญมาอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา


ภาคธุรกิจจึงมองว่า การนำเข้าข้าวโพดจากสหรัฐฯ อาจไม่ใช่เพียงการบริหารต้นทุนอาหารสัตว์เท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงการกระจายความเสี่ยงด้านห่วงโซ่อุปทาน และการสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับระบบอาหารของประเทศในระยะยาว


“Food Security” โจทย์ใหม่ของเศรษฐกิจไทย


ท่ามกลางโลกที่กำลังเผชิญทั้งความผันผวนทางเศรษฐกิจ ความขัดแย้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ และผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ “Food Security” กำลังกลายเป็นวาระสำคัญของหลายประเทศทั่วโลก


สำหรับประเทศไทย ซึ่งตั้งเป้าหมายเป็น “ครัวของโลก” การบริหารสมดุลวัตถุดิบอาหารในวันนี้ อาจไม่ใช่เพียงเรื่องของภาคเกษตรกรรมอีกต่อไป แต่กำลังหมายถึงความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ความสามารถในการแข่งขัน และเสถียรภาพของประเทศทั้งระบบในอนาคต


เพราะท้ายที่สุดแล้ว ความมั่นคงอาหาร ไม่ได้หมายถึงแค่การมีอาหารเพียงพอ แต่ยังหมายถึงการรักษาสมดุลระหว่างรายได้เกษตรกร ต้นทุนของผู้ผลิต และค่าครองชีพของประชาชนในวันที่โลกเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง