มีอยู่ช่วงหนึ่ง ที่เธอแต่งตัวเพื่อให้ใครสักคนมองเห็น ไม่ใช่เพราะเธออยากสวย แต่เพราะเธออยากให้เขาหยุดมองคนอื่น มันเริ่มจากเสื้อตัวที่เธอไม่เคยใส่ เสื้อสีแดงที่เขาบอกว่าสวย เสื้อที่รัดเกินไปสำหรับตัวเธอ แต่พอดีสำหรับ "สิ่งที่เขาอยากเห็น" เธอใส่มันออกไปสามครั้ง แต่ไม่มีครั้งไหนที่เธอรู้สึกว่าตัวเองอยู่ในนั้น เสื้อผ้าคือสิ่งที่เราเลือก แต่บางทีเราก็เลือกมันเพื่อคนอื่น โดยไม่รู้ตัว ไม่ใช่ความผิด ไม่ใช่ความอ่อนแอ มันแค่เกิดขึ้น เหมือนที่ความรักหลายอย่างเกิดขึ้นโดยไม่ถามก่อน เธอจำได้ว่าตอนนั้น ตู้เสื้อผ้าของเธอเต็มไปด้วยสีที่ไม่ใช่เธอ สีที่เธอซื้อมาเพราะคิดว่า "เขาน่าจะชอบ" สีที่เธอเลือกโดยมีเขาอยู่ในหัว ไม่ใช่ตัวเองอยู่ในกระจก มันไม่ได้ผิดอะไร ความรักทำให้เราอยากเป็นคนที่ใครสักคนอยากเห็น แต่มีบางจุด ที่เธอลองสวมเสื้อ แล้วไม่รู้จักคนในกระจกเลยสักนิด ความรู้สึกที่ว่า "ฉันไม่รู้จักตัวเอง" ไม่ได้มาในวันเดียว มันค่อย ๆ ซึมเข้ามา เหมือนฝนที่โปรยเบา ๆ จนกว่าจะรู้ตัว เสื้อผ้าก็เปียกหมดแล้ว เธอเริ่มสังเกตจากเสื้อคาร์ดิแกนสีเทาอ่อนที่แขวนอยู่มุมตู้ เสื้อที่เธอซื้อมาเองตั้งแต่ก่อนจะมีเขา เธอไม่เคยใส่มันช่วงที่คบอยู่ด้วยกัน เพราะเขาบอกว่ามัน "ดูเฉย ๆ" แต่ตอนที่เธอหยิบมันขึ้นมาอีกครั้ง รู้สึกเหมือนโอบกอดบางอย่างที่เคยเป็นของตัวเอง คาร์ดิแกนตัวนั้นยังเป็นเธออยู่ มันรอเธออยู่ ในขณะที่เธอไปหาใครก็ไม่รู้ เธอไม่ได้เลิกกันเพราะโกรธ เธอแค่เหนื่อย เหนื่อยกับการแต่งตัวเพื่อให้ใครมอง เหนื่อยกับการนั่งคิดว่า "ใส่แบบนี้เขาจะชอบไหม" ก่อนออกจากบ้านทุกเช้า ความรักที่ดีไม่ควรทำให้เราลืมว่าตัวเองเคยชอบอะไร ไม่ใช่เพราะเขาไม่ดี ไม่ใช่เพราะเธอไม่รัก แต่เพราะมีบางความสัมพันธ์ที่ทำให้เราค่อย ๆ ถอยออกจากตัวเองทีละก้าว โดยไม่ทันรู้สึกตัว วันที่เธอเริ่มกลับมาเลือกตัวเอง ไม่ได้มีดนตรีประกอบ มันแค่เป็นเช้าวันธรรมดา ที่เธอเปิดตู้เสื้อผ้าแล้วหยิบกางเกงขายาวสีครีมกับเสื้อลินินสีขาวอมเบจ ไม่ใช่เพราะมันสวย ไม่ใช่เพราะใครจะมา แต่เพราะมันคือสิ่งที่เธออยากใส่ในวันที่ไม่มีใครต้องพอใจนอกจากตัวเอง และนั่นเป็นครั้งแรกในรอบนาน ที่เธอมองตัวเองในกระจกแล้วรู้สึกว่า โอ นี่แหละคือเธอ Style มันเปลี่ยน แต่ไม่ได้เปลี่ยนเพราะ glow up มันเปลี่ยนเพราะเธอหยุดออกแบบตัวเองเพื่อใครสักคน Coat สีเทาอ่อนที่เธอซื้อมาเองโดยไม่ถามใคร กระโปรงทรงหลวมที่เธอชอบเพราะมันสบาย ไม่ใช่เพราะมันดูดี เสื้อ oversize ที่เธอใส่แล้วหายใจได้เต็มปอด มันไม่ perfect มันไม่ได้ทำให้ใครหันมามอง แต่มันทำให้เธอรู้สึกว่าตัวเองอยู่ข้างในนั้น และนั่นแหละ คือสิ่งที่เธอหายไปนานมาก มีคำถามที่เธอเริ่มถามตัวเองใหม่ก่อนออกจากบ้านทุกเช้า ไม่ใช่ "เขาจะชอบไหม" แต่เป็น "เราชอบไหม" มันฟังดูเล็กน้อย แต่สำหรับเธอ มันคือการเริ่มต้นอะไรบางอย่างที่ใหญ่มาก เธอไม่ได้สวยขึ้น ในแบบที่คนส่วนใหญ่หมายความ ไม่ได้ผอมลง ไม่ได้ดูอ่อนเยาว์ขึ้น ไม่ได้ตามเทรนด์มากขึ้น แต่มีบางอย่างเปลี่ยนไป ในแบบที่คนใกล้ชิดเริ่มสังเกต ไหล่เธอดูเบาขึ้น การเดินของเธอช้าลงแต่มั่นคงขึ้น เธอไม่รีบ ไม่เกร็ง ไม่ดูเหมือนกำลังพิสูจน์อะไรให้ใครเห็น นั่นแหละคือสิ่งที่คนเห็น แม้พวกเขาไม่รู้จะเรียกมันว่าอะไร ความสัมพันธ์สอนอะไรเธอหลายอย่าง แต่สิ่งที่เธอขอบคุณมากที่สุด ไม่ใช่บทเรียนที่เจ็บปวด มันคือวันที่เธอเปิดตู้เสื้อผ้าแล้วเริ่มเห็นตัวเองอีกครั้ง เห็นว่าเธอชอบสีอะไร เธอชอบผ้าแบบไหน เธอสบายในเสื้อแบบไหน สิ่งเล็ก ๆ พวกนี้ มันอยู่ที่นั่นตลอด รอเธออยู่เสมอ เธอแค่หยุดฟังตัวเองไปสักพัก เธอไม่ได้증็ hate anyone เธอไม่ได้เดินออกมาพร้อมความขมขื่น เธอแค่เดินออกมา แล้วค่อย ๆ กลับไปหาตัวเอง ทีละก้าว ผ่านเสื้อผ้าที่เธอเลือกเอง ผ่านเช้าที่เธออยู่คนเดียวแล้วรู้สึกดี ผ่านวันที่เธอไม่ต้องสวยเพื่อใคร ถ้าเธอจะสอนอะไรให้ตัวเองในวันนั้น คงไม่ใช่ "รักตัวเองก่อน" เพราะมันฟังดูง่ายเกินจริง แต่เป็น "ลองกลับไปเลือกเสื้อตัวที่อยากใส่ ไม่ใช่ตัวที่คิดว่าต้องใส่" แค่นั้นก็พอ เพราะบางทีการกลับมาเป็นตัวเอง มันเริ่มจากสิ่งเล็กที่สุด เหมือนการหยิบเสื้อสีครีมตัวเก่าขึ้นมา แล้วรู้ว่า มันยังพอดีอยู่ "เธอไม่ได้แต่งตัวสวยขึ้นหรอก เธอแค่เลิกแต่งตัวเพื่อให้ใครรู้สึกอะไรบางอย่าง" "มีบางความสัมพันธ์ที่ทำให้เราค่อย ๆ ถอยออกจากตัวเองทีละก้าว โดยไม่ทันรู้สึกตัว" "การกลับมาเป็นตัวเอง บางทีมันเริ่มจากแค่การหยิบเสื้อตัวที่อยากใส่ ไม่ใช่ตัวที่คิดว่าต้องใส่" เครดิตรูปภาพทั้งหมดโดย A.I. เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !