ศิลปะแห่งการล่อลวงใจคนฉบับพกพา ถือเป็น Mini book แบบย่อที่เนื้อหาแน่นอยู่และต้องทำความเข้าใจเยอะหน่อย ไม่แพ้ฉบับเล่มหนาเลย ว่าด้วยเรื่องการล่อลวงใจคน ให้เขารัก ให้เขาหลงในตัวเรา โดยผ่านการวางเงื่อนไขบางอย่างที่จำเพาะ นั่นแปลว่าเราไม่สามารถล่อลวงใครก็ได้ตามใจชอบ หากเป้าหมายไม่อยู่ในสภาวะที่เอื้อต่อการล่อลวง ผลงานของ Robert Greene แปลโดย พลอยแสง เอกญาติ ความรู้ความประทับใจในมุมมองของครีเอเตอร์ 1.คนรักที่ไร้กําแพง (the undefensive lover) เมื่อคนเราอายุมากขึ้นก็มักปกป้องตัวเองจากประสบการณ์เจ็บปวดด้วยการปิดกั้นตัวเอง ราคาของการทําแบบนี้ก็คือพวกเขากลายเป็นคนแข็งกระด้างทั้งทางร่างกายและจิตใจ แต่เด็กไม่รู้จักตั้งกําแพงและพร้อมเปิดรับประสบการณ์ทุกอย่าง การเปิดรับเช่นนี้ดึงดูดใจได้ชะงัด เมื่อเราอยู่กับเด็กก็มักเกร็งน้อยลง เพราะได้รับอิทธิพลจากความเปิดเผยของพวกเขา นั่นคือสาเหตุที่เราอยากอยู่ใกล้เด็ก คนรักที่ไร้กําแพงคือคนที่รอดพ้นจากกระบวนการปกป้องตัวเองมาได้ โดยยังคงรักษาจิตวิญญาณที่เปิด กว้างและขี้เล่นแบบเด็กเอาไว้ คนรักที่ไร้กําแพงลดการปิดกั้นในตัวเป้าหมายของเขาหรือเธอ ซึ่งก็เป็นองค์ประกอบที่สําคัญยิ่งในการล่อลวง จงเปิดกว้างต่ออิทธิพลของคนอื่น แล้วพวกเขาก็จะตกอยู่ใต้มนตร์สะกดของคุณง่ายขึ้น 2.คาริสมาคือตัวตนที่ทําให้เราตื่นเต้น มันมาจากคุณสมบัติภายใน ทั้งความ มั่นใจในตัวเอง พลังทางเพศ ความมุ่งมั่นตั้งใจและความพึงพอใจในตัวเอง ซึ่งเป็นสิ่งที่คนส่วนใหญ่ไม่มีและอยากมี คุณสมบัติเหล่านี้แผ่พลังออกมาภายนอกเป็นลักษณะเฉพาะตัวของคนมีคาริสมา มันทําให้พวกเขาดูพิเศษและเหนือชั้น ทําให้เราคิดว่ามีบางอย่างมากกว่าที่ตาเห็น ราวกับพวกเขาเป็นเทพเจ้า นักบุญ และดารา พวกเขาเรียนรู้ที่จะเพิ่ม คาริสมาให้ตัวเองด้วยสายตาที่ทะลวงใจ คําพูด ที่เร่าร้อนและบรรยากาศของความลึกลับ พวกเขาอาจล่อลวงได้ในระดับกว้างขวาง จงสร้างภาพลวงตาของคาริสมาด้วยการสร้างบรรยากาศเร้าใจแต่ห่างเหิน 3.ทุกอย่างล้วนขึ้นอยู่กับเป้าหมายในการล่อลวงของคุณ จงศึกษาเหยื่อของคุณให้ถี่ถ้วนและ เลือกแค่ผู้ที่น่าจะต้านเสน่ห์ของคุณไม่ได้ เหยื่อ ที่เหมาะสมคือผู้ที่คุณเติมเต็มสิ่งที่ขาดให้พวกเขาได้ เป็นคนที่มองเห็นบางอย่างแปลกใหม่น่าสนใจในตัวคุณ...คนเหล่านี้มักโดดเดี่ยวหรืออย่างน้อยก็ไม่ค่อยมีความสุข (บางทีอาจเป็นเพราะสถานการณ์เลวร้ายล่าสุดในชีวิต) หรือที่จะล่อลวงผู้ที่พึงพอใจในชีวิตของตัวเองแล้ว เหยื่อที่สมบูรณ์ ทําให้รู้สึกอย่างนั้นได้ง่าย เพราะมันแทบเป็นไปไม่ได้แบบมีคุณสมบัติบางอย่างตามธรรมชาติที่ดึงดูดคุณอารมณ์รุนแรงที่เกิดจากคุณสมบัตินี้จะช่วยให้กระบวนวิธีล่อลวงของคุณดูเป็นธรรมชาติและมีแรงส่งมากขึ้น เหยื่อที่สมบูรณ์แบบจะทําให้การไล่ล่าสมบูรณ์แบบไปด้วย 4.หากอยากดึงดูดและตรึงความสนใจ ก็ต้องเผย คุณสมบัติที่ขัดแย้งกับรูปลักษณ์ภายนอกพยายามสร้างความลึกและปริศนาขึ้นมา หากคุณมีใบหน้าอ่อนหวานและท่าทางไร้เดียงสา ก็ควรแย้มถึงบางอย่างที่ดํามืดนิด หน่อยในด้านนิสัยใจคอ หรืออาจถึงขั้นโหดเหี้ยมอยู่บ้าง มันไม่ใช่สิ่งที่บ่งบอกผ่านคําพูด แต่สื่อผ่านการแสดงออกของคุณ ไม่ต้องกังวลหากคุณสมบัติที่สองเป็นด้านลบ เช่น ความร้ายกาจ ความโหดเหี้ยม หรือความไร้คุณธรรม เพราะผู้คนมักโดนดึงดูดเข้าหาปริศนาด้านลบ ส่วน ความดีงามบริสุทธิ์แทบไม่มีพลังล่อลวง จงจําไว้ว่าไม่มีใครเป็นคนลึกลับโดยธรรมชาติ อย่างน้อยก็เป็นได้ไม่นาน ปริศนาคือสิ่งที่เราต้องสร้างขึ้น มันคือลูกเล่นของคุณและเป็นบางสิ่งที่ต้องนํามาใช้ตั้งแต่เนิ่นๆ ในการล่อลวง 5.ไม่มีใครตกหลุมรักหรอก หากเขาพึงพอใจกับ สิ่งที่มีหรือตัวตนที่เป็นแม้เพียงเล็กน้อย ประสบการณ์ตกหลุมรัก มีต้นกําเนิดจากความสิ้นหวังอย่างถึงที่สุด เมื่อเราไม่เจออะไรที่มีคุณค่าในชีวิตประจําวัน เลย “อาการ” ก่อนตกหลุมรักไม่ใช่ความปรารถนาที่เกิดขึ้น โดยรู้ตัว ไม่ใช่ความ ปรารถนารุนแรงที่ อยากให้ชีวิตของเราดีขึ้น แต่เป็นความรู้สึกพื้นฐาน ของการเป็นคนไร้ค่า และไม่มีอะไรที่สําคัญ รวมถึงความรู้สึกอับอาย ที่เป็นแบบนั้น... ด้วยเหตุนี้ การตกหลุมรักจึงเกิดขึ้นบ่อยในหมู่คน หนุ่มสาว เพราะพวกเขา ไม่มั่นใจโดยพื้นฐาน ไม่รู้ถึงคุณค่าในตัวเอง และบ่อยครั้งยังอับอายในตัวตนด้วย แนวคิดเดียวกันยังใช้ได้กับคน วัยอื่นเมื่อพวกเขา สูญเสียบางอย่างในชีวิต ทั้งตอนที่สูญเสีย ความเยาว์วัยหรือเมื่อพวกเขาเริ่มแก่ตัวลงด้วย 6.สุดท้ายแล้วการทําตัวให้เป็นที่พึงปรารถนาของคนอื่นจะเพิ่มมูลค่าให้คุณ แต่บ่อยครั้งที่การวางตัวของ คุณก็อาจส่งผลต่อเรื่องนี้ด้วย อย่าปล่อยให้เป้าหมาย เห็นคุณบ่อยเกินไป จงรักษาระยะห่างเอาไว้ พยายาม ทําตัวเข้าถึงยากและอยู่ไกลเกินเอื้อมสําหรับพวกเขา ของที่หายากและเอื้อมไม่ถึงมักเป็นของที่คนยกย่องเชิดชู 7.คนที่พอใจในสิ่งที่มีอยู่นั้นล่อลวงยาก เราจึงต้องปลูกฝังแรงกดดันและความไม่ราบรื่นในใจ เป้าหมายกระตุ้นความรู้สึกไม่ได้ดังใจและความ ทุกข์ที่เกิดจากสถานการณ์รอบด้านและตัวพวกเขาเอง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่ชีวิตขาดการผจญภัย พวกเขาหลงทางจากอุดมคติในวัยเยาว์ หรือเรื่องที่พวกเขากลายเป็นคน น่าเบื่อ ความรู้สึกไม่พึงพอใจที่คุณสร้างขึ้นจะทําให้คุณได้เข้าไปในชีวิตของเป้าหมาย เพื่อทําให้พวกเขามองคุณ เป็นคําตอบของคําถามในใจ ความเจ็บปวดและความวิตกกังวลเป็นบทนําที่เหมาะสมก่อนความรื่นรมย์ จะมาเยือน จงเรียนรู้ที่จะสร้างความต้องการ เพื่อให้คุณเข้าไปตอบสนองมันได้ 8.เราไม่จําเป็นต้องเสียเวลาหลายวันเพื่อศึกษาความคิดของพวกเขา แค่โอนอ่อนไปตามอารมณ์ของพวกเขา ปรับเปลี่ยนรสนิยมของตัวเองและเล่นไปตามอะไรก็ตามที่พวกเขาส่งมาให้ เมื่อทำแบบนั้นคุณก็จะลดกําแพงป้องกันตัวตามธรรมชาติของพวกเขาได้ คนเรานั้นรักตัวเองอย่างแท้จริง แต่สิ่งที่พวกเขารักมากที่สุดคือการได้เห็นความคิดและรสนิยมของตัวเองสะท้อนผ่านคนอื่น เรื่องนี้ช่วยให้พวกเขามั่นใจ ความรู้สึกหวั่นไหวที่เกิดขึ้นบ่อยๆ ก็จะหายไป เมื่อคนเหล่านี้โดนสะกดด้วยภาพสะท้อนของตัวเองก็จะผ่อนคลาย ตอนนี้คุณก็จะพาพวกเขาออกมาได้อย่างช้าๆ 9.นอกจากความฉับพลันจะสร้างแรงกระตุ้นที่ล่อลวงใจแล้ว มันยังอำพรางการชักใยได้ด้วย ถ้าคุณไปโผล่ในสถานที่บางแห่งที่คาดไม่ถึงหรือทำบางสิ่งอย่างฉับพลันทันด่วน ผู้คนจะไม่มีเวลาคิดว่าคุณจงใจทำแบบนั้นตามแผนการที่วางไว้ ลองพาพวกเขาไปยังสถานที่แปลกใหม่ราวกับเพิ่งนึกขึ้นได้ หรือลองเผยความลับบางอย่างเหมือนไม่ได้ตั้งใจ เมื่อเหยื่อเกิดความอ่อนไหวทางอารมณ์ก็จะมองแผนการของคุณไม่ออก อะไรก็ตามที่เกิดขึ้นแบบฉับพลันมักดูเป็นธรรมชาติ และอะไรก็ตามที่ดูเป็นธรรมชาติก็มีเสน่ห์ล่อลวงใจ 10.การเลือกว่าจะเข้าไปข้องเกี่ยวกับใครเผยบางอย่างที่สำคัญและลึกซึ้งเกี่ยวกับตัวเราเอง เราไม่อยากเห็นตัวเองตกหลุมรักคนที่ดูไร้ค่า โกโรโกโส หรือไร้รสนิยมเพราะมันอาจทำให้ตัวเราเองดูไม่ดีไปด้วย ยิ่งกว่านั้นคือบ่อยครั้งเรามักตกหลุมรักคนที่เหมือนตัวเองในแง่ใดแง่หนึ่ง ถ้าคนคนนั้นบกพร่องหรือธรรมดามากเกินไปก็แปลว่ามีบางอย่างที่บกพร่องหรือธรรมดาในตัวเราด้วย จะปล่อยให้เป็นแบบนั้นไม่ได้ ดังนั้นเราจึงพยายามให้คนที่เรารักเป็นคนที่มีค่าและได้รับการยกย่อง อย่างน้อยก็เพื่อความภาคภูมิใจในตัวเองของเรา อีกอย่างคือในโลกที่โหดร้ายและเต็มไปด้วยความผิดหวังนี้ การได้ฝันถึงใครบางคนที่เกี่ยวพันกับเราย่อมเป็นความสุขอันยิ่งใหญ่ 11.อย่าดิ้นรนต่อสู้กับความอ่อนแอของตัวเองหรือพยายามกดมันไว้ แต่จงใช้มันเป็นอาวุธ จงเรียนรู้ที่จะเปลี่ยนความอ่อนแอให้เป็นพลัง เกมนี้ต้องเล่นอย่างแนบเนียน หากคุณจมจ่อมอยู่กับความอ่อนแอและสวมบทนี้นานเกินไปก็จะดูเหมือนอยากเรียกร้องความสงสาร หรือแย่กว่านั้นคืออาจดูน่าอนาถไปเลยแบบนั้นไม่ดีแน่ สิ่งที่ได้ผลมากที่สุดคือให้คนอื่นเห็นด้านที่อ่อนโยนและเปราะบางในตัวคุณเป็นครั้งคราว และทางที่ดี ควรเป็นหลังจากที่พวกเขารู้จักคุณมาสักระยะหนึ่งแล้ว แบบนั้นจะทำให้คุณมีความเป็นมนุษย์และลดกำแพงความหวาดระแวงของพวกเขาได้ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับความผูกพันที่ลึกซึ้งขึ้น ถ้าปกติคุณเป็นคนที่แข็งแกร่งและควบคุมทุกอย่างได้ ให้ลองเผยช่วงเวลาที่คุณปล่อยใจและยอมอ่อนแอให้พวกเขาเห็น หลายแง่คิดในหนังสือเล่มนี้อาจจะดูสุดโต่ง ยากที่จะเอาไปใช้ล่อลวงใครได้จริง แต่ถ้ามีคนที่ตีความออกและเจตนาร้ายในการล่อลวงใจคนขึ้นมาจริงๆ เราจะอ่านเกมออกทันทีเมื่อเราเคยศึกษางานเขียนของ Robert Greene เล่มนี้ ในการล่อลวงใจคน ไม่จำเป็นต้องใช้กับคนรักที่เรากำลังตามจีบเสมอไป การล่อลวงใจคนให้หันมาชอบเรา สนับสนุนเรา นับเราไปเป็นพวกเดียวกับเขา ก็นับว่าเป็นส่วนหนึ่งของการเอาตัวรอดเหมือนกัน ทว่าในทำความเข้าใจอาจจะยากไปสำหรับบางคน ไม่เชื่อก็ลองหาเวอร์ชันทดลองอ่านก่อนได้ครับ เครดิตภาพ ภาพปก โดย Jonathan Petersson จาก pexels.com ภาพที่ 1 และ 2 โดยผู้เขียน ภาพที่ 3 และ 4 โดย AI บทความอื่นๆที่น่าสนใจ รีวิวหนังสือ the art of the good life รีวิวหนังสือ Suddenly Talent วิชาเก่งปุบปับ รีวิวหนังสือ BRAIN TRACY ON GOALS ! เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !