รีเซต

ฤดูหนาวมาช้า! แถมหนาวน้อยกว่าปีก่อน เตือนจับตา “พายุ” ปลายปี

ฤดูหนาวมาช้า! แถมหนาวน้อยกว่าปีก่อน เตือนจับตา “พายุ” ปลายปี
TNN ช่อง16
16 ตุลาคม 2569 ( 11:00 )
13

กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่า “ฤดูหนาว” ของประเทศไทยปี 2569 จะเริ่มต้นช้ากว่าปกติประมาณ 1 สัปดาห์ โดยประเทศไทยตอนบนมีแนวโน้มเข้าสู่ฤดูหนาวในช่วงสัปดาห์ที่ 3 ของเดือนตุลาคม และสิ้นสุดประมาณกลางเดือนกุมภาพันธ์ 2570 แต่ภาพรวมอากาศปีนี้จะหนาวเย็นน้อยกว่าปีที่ผ่านมา เนื่องจากอิทธิพลของปรากฏการณ์เอลนีโญที่มีแนวโน้มทวีกำลังแรงขึ้นในช่วงปลายปี ขณะที่ภาคใต้กลับต้องเผชิญความเสี่ยงฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน และคลื่นลมแรง โดยเฉพาะช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงธันวาคมที่อาจมีพายุหมุนเขตร้อนเคลื่อนตัวเข้าใกล้หรือผ่านอ่าวไทยและภาคใต้

 

กรมอุตุนิยมวิทยาเผยแพร่ข้อมูลคาดหมายลักษณะอากาศช่วงฤดูหนาวของประเทศไทย พ.ศ. 2569 เมื่อวันที่ 14 ตุลาคมที่ผ่านมา โดยระบุว่า ฤดูหนาวของประเทศไทยตอนบนปีนี้มีแนวโน้มเริ่มต้นประมาณสัปดาห์ที่ 3 ของเดือนตุลาคม 2569 ซึ่งช้ากว่าค่าเฉลี่ยประมาณ 1 สัปดาห์ และจะสิ้นสุดประมาณกลางเดือนกุมภาพันธ์ 2570 

 

สำหรับอุณหภูมิต่ำสุดเฉลี่ยบริเวณประเทศไทยตอนบน คาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 22–23 องศาเซลเซียส สูงกว่าค่าปกติประมาณ 2 องศาเซลเซียส จากค่าปกติ 19.9 องศาเซลเซียส และสูงกว่าปีที่ผ่านมาซึ่งมีอุณหภูมิต่ำสุดเฉลี่ย 19.6 องศาเซลเซียส สะท้อนว่าฤดูหนาวปีนี้อาจมีอากาศหนาวเย็นน้อยกว่าปีก่อน


อย่างไรก็ตาม ในพื้นที่ตอนบนของภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ยังมีโอกาสเผชิญอุณหภูมิต่ำสุดประมาณ 10–12 องศาเซลเซียส ขณะที่กรุงเทพมหานครคาดว่าจะมีอุณหภูมิต่ำสุดประมาณ 19–21 องศาเซลเซียส และพื้นที่ปริมณฑลประมาณ 18–20 องศาเซลเซียส


ช่วงเวลาที่ประเทศไทยจะมีอากาศหนาวเย็นที่สุด คาดว่าจะอยู่ระหว่างปลายเดือนธันวาคม 2569 ถึงต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2570 โดยเฉพาะบริเวณยอดดอย ยอดภู และเทือกเขาสูงทางภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งอาจมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด และเกิดน้ำค้างแข็งได้บ่อยครั้งในบางพื้นที่


ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อภาพรวมฤดูหนาวปีนี้ คือปรากฏการณ์เอลนีโญ ซึ่งกรมอุตุนิยมวิทยาคาดว่าจะมีกำลังแรงขึ้นในช่วงปลายปี 2569 และมีแนวโน้มต่อเนื่องไปจนถึงต้นปี 2570 โดยอาจเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้อุณหภูมิของประเทศไทยสูงกว่าค่าปกติ และส่งผลให้สภาพอากาศหนาวเย็นน้อยกว่าปีที่ผ่านมา


ภาคเหนือและภาคอีสาน เริ่มสัมผัสอากาศเย็น ก่อนหนาวมากขึ้นช่วงปลายปี

สำหรับภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตั้งแต่กลางเดือนตุลาคมถึงกลางเดือนพฤศจิกายน คาดว่าจะเริ่มมีอากาศเย็นเกือบทั่วไป และมีอากาศหนาวบางแห่งในบางวัน โดยเฉพาะบริเวณตอนบนของภาค พร้อมกับมีหมอกในตอนเช้า


อย่างไรก็ตาม ยังมีโอกาสเกิดฝนฟ้าคะนองประมาณร้อยละ 10–20 ของพื้นที่ และอาจมีลมกระโชกแรงบางแห่งในบางวัน เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนเริ่มแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนเป็นระยะ โดยมีกำลังอ่อนถึงปานกลาง ประกอบกับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่เริ่มพัดปกคลุมประเทศไทย


หลังจากนั้น ตั้งแต่กลางเดือนพฤศจิกายนถึงต้นเดือนกุมภาพันธ์ บริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนจะมีกำลังแรงและต่อเนื่องมากขึ้น ส่งผลให้อุณหภูมิลดต่ำลง โดยภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะมีอากาศหนาวเย็นเกือบทั่วไป โดยเฉพาะตอนบนของทั้งสองภาค


ส่วนยอดดอย ยอดภู และเทือกเขาสูง มีโอกาสเกิดอากาศหนาวถึงหนาวจัด และอาจเกิดน้ำค้างแข็งในบางช่วง โดยเฉพาะระหว่างเดือนธันวาคมถึงมกราคม


จากนั้นเมื่อเข้าสู่ช่วงปลายฤดูหนาว สภาพอากาศจะเริ่มแปรปรวน เนื่องจากความกดอากาศสูงจากประเทศจีนอ่อนกำลังลง ทำให้อุณหภูมิเริ่มสูงขึ้น หลายพื้นที่มีอากาศร้อนในตอนกลางวัน แต่ยังคงมีอากาศหนาวเย็นในตอนเช้า รวมถึงมีหมอกหนาในบางพื้นที่ และอาจมีฝนตกบางแห่งในบางวัน


ภาคกลางและภาคตะวันออก ฝนยังไม่หมด แต่เริ่มมีอากาศเย็น

สำหรับภาคกลางและภาคตะวันออก ตั้งแต่กลางเดือนตุลาคมถึงกลางเดือนพฤศจิกายน จะเริ่มมีอากาศเย็นบางพื้นที่ในบางวัน โดยเฉพาะบริเวณตอนบนของภาค พร้อมกับมีหมอกในตอนเช้า


แต่ยังคงมีโอกาสเกิดฝนฟ้าคะนองประมาณร้อยละ 20–30 ของพื้นที่ และอาจมีลมกระโชกแรงบางแห่งในบางวัน ซึ่งประชาชนยังต้องเฝ้าระวังสภาพอากาศแปรปรวนในช่วงเปลี่ยนผ่านจากฤดูฝนเข้าสู่ฤดูหนาว


ตั้งแต่กลางเดือนพฤศจิกายนถึงต้นเดือนกุมภาพันธ์ อากาศจะเย็นลงเกือบทั่วไป โดยเฉพาะบริเวณตอนบนของภาคและพื้นที่เทือกเขา และอาจเกิดหมอกหนาในหลายพื้นที่เป็นบางช่วง


หลังจากนั้นอุณหภูมิจะเริ่มสูงขึ้น โดยหลายพื้นที่จะมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน แต่บริเวณตอนบนของภาคและพื้นที่ภูเขายังคงมีอากาศเย็นในตอนเช้า


กรุงเทพฯ และปริมณฑล มีลุ้นสัมผัสอากาศเย็น อุณหภูมิต่ำสุด 18–21 องศา

สำหรับกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ตั้งแต่กลางเดือนตุลาคมถึงกลางเดือนพฤศจิกายน ยังคงมีฝนฟ้าคะนองประมาณร้อยละ 20–30 ของพื้นที่ และอาจมีลมกระโชกแรงบางแห่งในบางวัน แต่จะเริ่มมีอากาศเย็นในบางช่วง พร้อมกับมีหมอกในตอนเช้า


ตั้งแต่กลางเดือนพฤศจิกายนถึงต้นเดือนกุมภาพันธ์ คาดว่าจะมีอากาศเย็นเกือบทั่วไป และอาจเกิดหมอกหนาในหลายพื้นที่บางช่วง โดยอุณหภูมิต่ำสุดตลอดฤดูหนาวในกรุงเทพมหานครคาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 19–21 องศาเซลเซียส ส่วนปริมณฑลประมาณ 18–20 องศาเซลเซียส


อย่างไรก็ตาม เมื่อเข้าสู่ช่วงปลายฤดูหนาว อากาศจะเริ่มอุ่นขึ้น และมีอากาศร้อนในตอนกลางวันมากขึ้น รวมถึงอาจมีฝนตกบางแห่งและหมอกหนาในบางช่วง


ภาคใต้เสี่ยงฝนหนักต่อเนื่อง จับตาน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก

แม้ประเทศไทยตอนบนจะเริ่มเข้าสู่ฤดูหนาว แต่สถานการณ์ในภาคใต้กลับแตกต่างออกไป เนื่องจากยังต้องเผชิญกับฝนตกชุกหนาแน่น โดยเฉพาะภาคใต้ฝั่งตะวันออกหรือฝั่งอ่าวไทย ตั้งแต่จังหวัดชุมพรลงไป


กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่า ตั้งแต่กลางเดือนตุลาคมถึงต้นเดือนมกราคม ภาคใต้ฝั่งอ่าวไทยจะมีฝนฟ้าคะนองประมาณร้อยละ 60–80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ รวมถึงฝนตกหนักมากในบางแห่ง ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่งได้


ส่วนคลื่นลมในอ่าวไทยจะมีกำลังแรงเป็นระยะ โดยบางช่วงอาจมีคลื่นสูงประมาณ 2–4 เมตร เนื่องจากอิทธิพลของมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้ โดยเฉพาะช่วงเดือนพฤศจิกายนและธันวาคม ประกอบกับอาจมีร่องมรสุมพาดผ่านภาคใต้ในบางช่วง


หลังจากต้นเดือนมกราคม ฝนบริเวณภาคใต้ฝั่งอ่าวไทยมีแนวโน้มลดลง แต่พื้นที่ตอนล่างของภาคยังอาจมีฝนฟ้าคะนองประมาณร้อยละ 30–40 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งในบางวัน


สำหรับภาคใต้ฝั่งตะวันตกหรือฝั่งทะเลอันดามัน ตั้งแต่กลางเดือนตุลาคมถึงกลางเดือนพฤศจิกายน คาดว่าจะมีฝนฟ้าคะนองประมาณร้อยละ 30–50 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ขณะที่คลื่นลมในทะเลอันดามันจะมีคลื่นสูงประมาณ 1–2 เมตร


เตือนพฤศจิกายน–ธันวาคม เสี่ยงพายุหมุนเขตร้อน คลื่นพายุซัดฝั่งสูง 4–5 เมตร

อีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่ต้องเฝ้าระวังคือ ความเสี่ยงจากพายุหมุนเขตร้อนในช่วงเดือนพฤศจิกายนและธันวาคม เนื่องจากอาจมีหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงก่อตัวขึ้นบริเวณทะเลจีนใต้หรือพื้นที่ใกล้เคียง และมีโอกาสพัฒนาเป็นพายุหมุนเขตร้อน


หากพายุเคลื่อนตัวเข้าใกล้หรือเคลื่อนผ่านอ่าวไทยและภาคใต้ อาจทำให้ฝนตกชุกหนาแน่นมากขึ้น รวมถึงมีฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ และทำให้คลื่นลมในอ่าวไทยมีกำลังแรง


นอกจากนี้ ยังมีโอกาสเกิดคลื่นพายุซัดฝั่ง โดยบางพื้นที่อาจเผชิญคลื่นสูงประมาณ 4–5 เมตร จึงจำเป็นต้องติดตามประกาศเตือนภัยจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะประชาชนในพื้นที่ชายฝั่ง ชาวประมง และผู้ประกอบการเดินเรือ


เตือนปลายปีถึงต้นปีหน้า ระวังหมอกหนา น้ำค้างแข็ง และพายุฤดูร้อน

นอกจากความเสี่ยงฝนตกหนักในภาคใต้แล้ว กรมอุตุนิยมวิทยายังเตือนถึงสภาพอากาศที่อาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่อื่น ๆ ของประเทศตลอดช่วงฤดูหนาว


โดยในเดือนตุลาคม ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบนยังคงมีฝนตก ประกอบกับมีปริมาณน้ำเหนือไหลลงสู่พื้นที่ตอนล่าง และบางช่วงอาจมีน้ำทะเลหนุนสูง ทำให้พื้นที่เสี่ยงยังมีโอกาสเกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำล้นตลิ่งได้


ส่วนเดือนธันวาคมและมกราคม บริเวณยอดดอยและยอดภูอาจเกิดน้ำค้างแข็ง ขณะที่หลายพื้นที่ทางภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีโอกาสเกิดหมอกหนา ทำให้ทัศนวิสัยในการมองเห็นลดลง ผู้ใช้รถใช้ถนนจึงควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินทาง


สำหรับเดือนมกราคมและกุมภาพันธ์ อาจมีคลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันตกเคลื่อนตัวจากประเทศเมียนมาผ่านประเทศไทยตอนบน ทำให้บางพื้นที่มีโอกาสเกิดพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และอาจมีลูกเห็บตกได้


ทั้งนี้ กรมอุตุนิยมวิทยากำหนดเกณฑ์อุณหภูมิต่ำสุดในช่วงฤดูหนาว โดยอากาศเย็นหมายถึงอุณหภูมิ 16.0–22.9 องศาเซลเซียส อากาศหนาวอยู่ที่ 8.0–15.9 องศาเซลเซียส และอากาศหนาวจัดหมายถึงอุณหภูมิต่ำกว่า 8.0 องศาเซลเซียส

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง