รีเซต

ราชกิจจาฯ เผยแพร่ประกาศกรมขนส่งทางบก ให้วัดอุณหภูมิ-ใส่แมสก์ ก่อนใช้รถโดยสาร

ราชกิจจาฯ เผยแพร่ประกาศกรมขนส่งทางบก ให้วัดอุณหภูมิ-ใส่แมสก์ ก่อนใช้รถโดยสาร
มติชน
2 กุมภาพันธ์ 2564 ( 19:01 )
29
ราชกิจจาฯ เผยแพร่ประกาศกรมขนส่งทางบก ให้วัดอุณหภูมิ-ใส่แมสก์ ก่อนใช้รถโดยสาร

เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ เว็บไซต์ ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ ประกาศกรมขนส่งทางบก เรื่อง มาตรการพึงปฏิบัติสำหรับผู้ประกอบการขนส่งรถโดยสารประจำทาง รถโดยสารไม่ประจำทาง และผู้ดำเนินการสถานีขนส่งผู้โดยสาร เพื่อควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19

โดยมีเนื้อหา ขอความร่วมมือผู้ประกอบการขนส่ง รถโดยสารประจำทาง รถโดยสารไม่ประจำทาง และผู้ดำเนินการสถานีขนส่งผู้โดยสารปฏิบัติตามมาตรการพึงปฏิบัติ เพื่อควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ต่อไปนี้

 

1.เฝ้าระวังตรวจสอบการเคลื่อนย้ายแรงงานต่างด้าวจากต้นทางหรือปลายทาง ที่มีประกาศห้ามเคลื่อนย้ายแรงงานต่างด้าวเข้า – ออกพื้นที่ โดยให้ควบคุม กำกับดูแล ผู้ขับรถ ผู้ให้บริการ หรือพนักงานจำาหน่ายตั๋วโดยสาร ตรวจสอบบัตรประจำตัวประชาชนของผู้โดยสารทุกที่นั่ง หากพบว่าเป็นการเคลื่อนย้ายแรงงานต่างด้าวที่ฝ่าฝืนคำสั่งจังหวัด ประกาศจังหวัด หรือประกาศ คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด ควรงดการให้บริการ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากหน่วยงานราชการ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันแรงงานต่างด้าวเคลื่อนย้ายข้ามเขตพื้นที่จังหวัด

2. จัดที่นั่งหรือที่ยืนผู้โดยสารให้เป็นไปตามมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) โดยเว้นระยะที่นั่งหรือยืนห่างกันตามความเหมาะสม หรือติดตั้งอุปกรณ์ ฉากกั้นระหว่างที่นั่งเพื่อป้องกันการติดต่อสัมผัสหรือแพร่เชื้อโรคผ่านละอองฝอยสารคัดหลั่ง

3. จัดให้มีมาตรการคัดกรองผู้โดยสารและตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย ก่อนขึ้นรถโดยสารหรือเข้าใช้บริการภายในสถานีขนส่งผู้โดยสาร

4. ไม่ยินยอมให้ผู้โดยสารที่ไม่สวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าขึ้นรถโดยสารและกำกับดูแลให้พนักงานขับรถหรือผู้ให้บริการ และผู้โดยสารสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า ตลอดเวลา โดยให้ผู้ประกอบการขนส่งหรือผู้ด าเนินการสถานีขนส่งผู้โดยสารจัดให้มีหน้ากากอนามัย หรือหน้ากากผ้าราคาประหยัดสำหรับผู้โดยสารหรือผู้ใช้บริการสถานีขนส่งผู้โดยสาร โดยมีจุดจำหน่าย ณ บริเวณสถานที่จำหน่ายตั๋วโดยสาร หรือสถานีขนส่งผู้โดยสาร หรือจุดที่ประชาชนใช้บริการ เป็นจำนวนมาก เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสารให้สวมหน้ากากตลอดเวลาเมื่อใช้บริการรถโดยสารสาธารณะ

5 จัดให้มีจุดบริการล้างมือด้วยสบู่ หรือแอลกอฮอล์เจล หรือน้ ายาฆ่าเชื้อโรคอย่างทั่วถึงและเพียงพอ

6 ให้ติดตั้งแอปพลิเคชัน “ไทยชนะ” และควบคุม กำกับ ดูแล ผู้โดยสารลงทะเบียนเข้าใช้แอปพลิเคชัน
“ไทยชนะ” หรือแพลตฟอร์ม “ไทยชนะ” หรือกรอกแบบฟอร์มที่กรมการขนส่ง ทางบกกำหนด เมื่อขึ้นรถโดยสารสาธารณะทุกคันในทุกเส้นทางการเดินรถ และให้พนักงานประจำรถ ตรวจสอบการสแกนแอปพลิเคชัน
“ไทยชนะ” ด้วย

7 ให้ประชาสัมพันธ์และแนะนำผู้โดยสารและผู้ใช้บริการสถานีขนส่งผู้โดยสารติดตั้ง และใช้แอปพลิเคชัน
“หมอชนะ” ควบคู่กับการใช้แอปพลิเคชัน “ไทยชนะ” เพื่อให้ผู้โดยสารได้รับการแจ้งข้อมูล ข้อแนะนำการปฏิบัติตนหรือคำเตือนเพื่อลดความเสี่ยงหรือหลีกเลี่ยงเข้าไปในสถานที่ที่มีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด
-19 )

8 ให้ประชาสัมพันธ์สร้างความรู้ความเข้าใจ และรณรงค์แนะนำการปฏิบัติ เพื่อหลีกเลี่ยงการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด -19) แก่ผู้โดยสาร ผ่านสื่อประชาสัมพันธ์รูปแบบต่างๆ เช่น ป้ายประชาสัมพันธ์ แผ่นพับ จอ LED เสียงประชาสัมพันธ์ภายในสถานีขนส่งผู้โดยสาร รถโดยสารสาธารณะ และสื่อโซเชียลมีเดีย เป็นต้น

9 ประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ให้ประชาชนเกิดความตระหนักและให้ความร่วมมือ กรณีที่เคยเดินทางเข้าไปในพื้นที่ที่มีการพบผู้ติดเชื้อหรือพื้นที่ควบคุมสูงสุด 28 จังหวัด โดยเฉพาะพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด
5 จังหวัด ได้แก่ จันทบุรี ชลบุรี ตราด ระยอง และสมุทรสาคร ขอให้กักกันตนเองและหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับบุคคลอื่นเป็นระยะเวลา 14 วัน และต้องปฏิบัติ ตามมาตรการป้องกันโรคตามที่แต่ละจังหวัดกำหนดอย่างเคร่งครัด โดยตรวจสอบจากคำสั่งจังหวัด ประกาศจังหวัด หรือประกาศคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเกี่ยวกับการเดินทางเข้า- ออกพื้นที่ ของแต่ละจังหวัดก่อนการเดินทางได้ที่ www.moicovid.com ในหัวข้อ“ข้อมูลสำคัญ/จังหวัด” เลือกชื่อจังหวัดในแผนที่ แล้วเข้าเมนู “ประกาศ/คำสั่ง”

10 ให้ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่ง นายสถานีขนส่งหรือผู้ได้รับใบอนุญาตจัดตั้งสถานีขนส่ง พนักงานขับรถและผู้บริการปฏิบัติและให้คำแนะนำผู้ใช้บริการรวมถึงให้มีการควบคุม กำกับดูแล การให้บริการและการใช้บริการให้เป็นไปตามมาตรการป้องกันโรคตามที่จังหวัด หรือคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดแต่ละจังหวัดกำหนดอย่างเคร่งครัด

 

ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป จนกว่าจะสิ้นสุดการใช้บังคับประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน อันเนื่องมาจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือมีประกาศเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น

 

บทความน่าสนใจอื่นๆ

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง