รีเซต

ร้อนจนไตพัง! ภัยร้ายที่หลายคนมองข้าม

ร้อนจนไตพัง!  ภัยร้ายที่หลายคนมองข้าม
TNN ช่อง16
5 พฤศจิกายน 2569 ( 12:00 )

วิกฤตโลกร้อนไม่ได้เป็นเพียงปัญหาสิ่งแวดล้อมอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นภัยคุกคามต่อชีวิตมนุษย์อย่างรุนแรง หลังรายงานฉบับล่าสุดพบว่า ความร้อนมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของผู้คนทั่วโลกมากกว่า 7 แสนคนในปีเดียว ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคไตออกมาเตือนว่า อุณหภูมิที่สูงขึ้นไม่เพียงเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคลมแดดหรือฮีทสโตรก แต่ยังอาจทำลายการทำงานของไตและซ้ำเติมโรคเรื้อรัง ท่ามกลางความกังวลว่าผู้นำโลกกำลังให้ความสำคัญกับผลกระทบด้านสุขภาพจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศลดลง

 

ปีเตอร์ สเตนวินเคล (Peter Stenvinkel) ศาสตราจารย์ด้านโรคไตจากสถาบันคาโรลินสกา (Karolinska Institutet) ประเทศสวีเดน เผยแพร่บทความผ่านเว็บไซต์ The Conversation เมื่อวันที่ 3 พ.ย. ระบุว่า หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่แสดงให้เห็นว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังคุกคามสุขภาพมนุษย์มีความชัดเจนมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ในเวทีการเมืองระหว่างประเทศ ประเด็นนี้กลับได้รับความสนใจลดลง


รายงาน Lancet Countdown ปี 2569 ประเมินว่า ในปี 2566 ความร้อนมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของประชากรทั่วโลกประมาณ 710,000 คน โดยราว 71% ของจำนวนดังกล่าว เป็นการเสียชีวิตที่ประเมินว่าเกี่ยวข้องกับภาวะโลกร้อนที่เกิดจากกิจกรรมของมนุษย์


ทั้งนี้ ตัวเลขดังกล่าวเป็นการประเมินทางสถิติ โดยเปรียบเทียบจำนวนผู้เสียชีวิตจากความร้อนภายใต้อุณหภูมิที่เกิดขึ้นจริง กับสถานการณ์สมมติที่ไม่มีภาวะโลกร้อนจากกิจกรรมมนุษย์ ไม่ใช่จำนวนผู้เสียชีวิตที่ได้รับการยืนยันสาเหตุเป็นรายบุคคล


ขณะที่ทวีปยุโรปเผชิญคลื่นความร้อนรุนแรงในช่วงฤดูร้อนปี 2569 งานวิจัยที่ศึกษาข้อมูลจาก 854 เมืองทั่วทวีป ประเมินว่ามีผู้เสียชีวิตที่เกี่ยวข้องกับความร้อนมากกว่า 50,000 คน โดยประมาณ 2 ใน 3 มีความเชื่อมโยงกับภาวะโลกร้อนที่มนุษย์เป็นผู้ก่อขึ้น


สิ่งที่น่ากังวลคือ แม้ผลกระทบต่อสุขภาพจะรุนแรงขึ้น แต่สัดส่วนประเทศที่ผู้นำกล่าวถึงความเชื่อมโยงระหว่างการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกับสุขภาพในการอภิปรายทั่วไปของสหประชาชาติ กลับลดลงจาก 66% ในปี 2564 เหลือเพียง 26% ในปี 2568


อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า การกล่าวถึงปัญหาน้อยลงไม่ได้หมายความว่ารัฐบาลหยุดดำเนินมาตรการ เพราะข้อเสนอด้านสภาพภูมิอากาศระดับชาติที่ยื่นในปี 2568 ถึง 93% ยังคงกล่าวถึงประเด็นสุขภาพ สิ่งสำคัญจึงอยู่ที่ว่ามาตรการเหล่านั้นสามารถปกป้องประชาชนได้จริงหรือไม่


อีกหนึ่งประเด็นที่แพทย์ผู้เชี่ยวชาญให้ความสำคัญเป็นพิเศษคือ ผลกระทบของความร้อนต่อไต เนื่องจากไตมีหน้าที่กรองของเสียออกจากเลือด รวมถึงควบคุมสมดุลน้ำและเกลือแร่ในร่างกาย เมื่อมนุษย์เผชิญอากาศร้อนจัดจนเกิดภาวะขาดน้ำ อาจส่งผลให้การทำงานของไตผิดปกติ และเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะไตบาดเจ็บเฉียบพลัน


โดยเฉพาะผู้ที่ต้องทำงานกลางแจ้งเป็นเวลานาน และผู้ที่มีโรคประจำตัว ซึ่งมีความเสี่ยงสูงกว่าคนทั่วไป ส่วนความเชื่อมโยงระหว่างการสัมผัสความร้อนซ้ำ ๆ กับการเกิดโรคไตเรื้อรังในประชากรทั่วไป ยังจำเป็นต้องมีการศึกษาเพิ่มเติม


นอกจากนี้ มลพิษทางอากาศยังอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพไต โดยงานวิจัยหลายชิ้นพบความสัมพันธ์ระหว่างการสัมผัสมลพิษทางอากาศกับการทำงานของไตที่ลดลง


ผู้เชี่ยวชาญเสนอว่า การแก้ปัญหาโลกร้อนสามารถสร้างประโยชน์ต่อสุขภาพได้ทันที ไม่จำเป็นต้องรอให้อุณหภูมิโลกลดลงในอนาคต เช่น การเปลี่ยนมาใช้พลังงานสะอาดเพื่อลดมลพิษทางอากาศ ซึ่งรายงาน Lancet Countdown ประเมินว่า การลดมลพิษจากเชื้อเพลิงฟอสซิลช่วยป้องกันการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรได้ประมาณ 323,000 คนต่อปี ในอย่างน้อย 77 ประเทศ


ขณะเดียวกัน การเพิ่มพื้นที่สีเขียวและปลูกต้นไม้ในเมืองยังช่วยลดความร้อน ส่วนการฟื้นฟูพื้นที่ชุ่มน้ำช่วยจัดการความเสี่ยงน้ำท่วม และรักษาความหลากหลายทางชีวภาพ


บทความยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของธรรมชาติที่มีต่อสุขภาพมนุษย์ เพราะระบบนิเวศไม่ได้เป็นเพียงแหล่งอาหารและน้ำสะอาดเท่านั้น แต่ยังเป็นแหล่งทรัพยากรสำคัญในการพัฒนายารักษาโรคชนิดใหม่ ๆ แม้ปัจจุบันปัญญาประดิษฐ์หรือ AI จะเข้ามาช่วยนักวิทยาศาสตร์ค้นหาสารที่มีศักยภาพในการรักษาโรค แต่เทคโนโลยีก็ไม่สามารถทดแทนสิ่งมีชีวิตที่สูญพันธุ์ไปแล้วได้

 

ผู้เชี่ยวชาญย้ำว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังส่งผลกระทบต่อสุขภาพและคร่าชีวิตผู้คนแล้วในปัจจุบัน ไม่ใช่ภัยคุกคามที่รออยู่ในอนาคต ดังนั้น การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การลดมลพิษ และการปกป้องระบบนิเวศ จึงไม่ได้เป็นเพียงการรักษาสิ่งแวดล้อม แต่ยังเป็นการปกป้องชีวิตและสุขภาพของมนุษย์ เพราะหากเรายังคงทำลายระบบธรรมชาติที่คอยหล่อเลี้ยงชีวิต ผลกระทบที่ตามมาอาจรุนแรงเกินกว่าที่สังคมจะรับมือได้

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง