"พุทธิพงษ์" ยัน ไม่โหลดหมอชนะ ไม่ผิดกม. ยันคนใช้ได้ประโยชน์ ไม่มีเก็บข้อมูลส่วนตัว

"พุทธิพงษ์" ยัน ไม่โหลดหมอชนะ ไม่ผิดกม. ยันคนใช้ได้ประโยชน์ ไม่มีเก็บข้อมูลส่วนตัว
มติชน
8 มกราคม 2564 ( 11:09 )
13
"พุทธิพงษ์" ยัน ไม่โหลดหมอชนะ ไม่ผิดกม. ยันคนใช้ได้ประโยชน์ ไม่มีเก็บข้อมูลส่วนตัว

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 8 มกราคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ให้สัมภาษณ์กรณีความสับสนของประชาชนในการโหลด แอพลิเคชั่นหมอชนะ ว่า การรณรงค์ให้ใช้แอพลิเคชั่นหมอชนะ เพื่อช่วยให้ติดตามควบคุมการแพร่เชื้อของโรค ที่ไปกับบุคคลและการออกแบบแอพลิเคชั่นดังกล่าว เราระมัดระวังข้อมูลส่วนบุคคลและมีแนวคิดเพื่อติดตามสำหรับทุกคน โดยไม่ได้ไปละเมิดสิทธิ์ของใคร ขอชี้แจง 3 ประเด็น ที่ยังมีข้อกังวลและเกิดความสับสนอยู่ในสังคม คือ เมื่อโหลดแอพลิเคชั่นไปแล้วมีความปลอดภัยหรือไม่ เรียนว่ามีความปลอดภัย เพราะเมื่อโหลดไปแล้วจะไม่ปรากฏชื่อนามสกุลแต่จะเป็นรหัสตัวเลขระบบคอมพิวเตอร์ เช่น 111 ดังนั้นเวลาเข้าไปดูจะไม่รู้ว่าเป็นใคร ซึ่งผู้ที่จะเข้าไปดูข้อมูลได้จะมีแต่กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข และสามารถย้อนหลังไปได้ประมาณ 14 วัน แล้วจะทราบว่าตัวเลขนี้ไปพบกับใครบ้าง ก็จะส่งสัญญาณเตือนเจ้าของหมายเลขนั้นๆว่ามีความเสี่ยง ส่วนเรื่องข้อกังวลเกี่ยวกับไทม์ไลน์และไม่อยากบอกคนอื่น ดังนั้นถ้าพร้อมใจกันโหลด แอพลิเคชั่นก็ไม่จำเป็นที่จะต้องไปบอกทางไทม์ไลน์ให้คนอื่นรู้ เพราะระบบตรวจสอบเองว่าคนที่ติด 1 คนได้ไปสัมผัสกับใครบ้างที่โหลด จึงสบายใจได้ว่าถ้ามีปัญหา มีความเสี่ยงหรือติดเชื้อจะได้ไม่ต้องมานั่งนึกไทม์ไลน์ ส่วนข้อกังวลว่าใน แอพลิเคชั่น ต้องมีการถ่ายรูปเพื่อยืนยันตัวตนอาจจะไม่ปลอดภัยอาจถูกนำไปเก็บในข้อมูลของรัฐบาลหรือไม่นั้น ยืนยันว่าการถ่ายรูปในแอพลิเคชั่นเป็นแค่การถ่ายรูปและเก็บไว้ในมือถือของบุคคลนั้นๆ ไม่ได้นำมาเก็บไว้เป็นข้อมูลส่วนกลาง ซึ่งการถ่ายรูปยืนยันตัวตนในกรณีที่จะเดินทางข้ามจังหวัด ก็สามารถแสดงที่จุดตรวจหรือด่านสกัด และสุดท้ายข้อกังวลว่าแอพลิเคชั่นหมอชนะมีการติดตามทางไมโครโฟนว่าเวลาพูดอะไรออกไปแล้วจะดูดเสียงเก็บไว้เพื่อเอาข้อมูล ซึ่งเรื่องนี้ไม่เป็นความจริงและแอพลิเคชั่นหมอชนะปรับให้เหมาะสมกับสถานการณ์ที่ใช้ท่ามกลางการให้ระบาดเป็นวงกว้าง เพื่อให้หมอพยาบาลเฝ้าติดตามข้อมูลและป้องกันการติดต่อของเชื้อ ที่จะไปกับประชาชนที่เดินทางสามารถทำได้เร็วขึ้น และจำกัดการแพร่ตัวของโรคได้เร็วขึ้น

 

นายพุทธิพงษ์ กล่าวว่า แอพลิเคชั่นดังกล่าวเป็นการขอความร่วมมือให้โหลด แต่ถ้าไม่โหลดวันนี้ไม่ผิดกฎหมาย ไม่โหลดไม่เป็นไร แต่ขอความร่วมมือเพราะคนที่โหลดก็จะได้ประโยชน์แก่ตัวเอง เวลาไปไหนเมื่อ 7 หรือ 10 วันที่ผ่านมา ก็อาจจะไม่รู้ว่ามีความเสี่ยงหรือไม่ คนที่ไม่มีโทรศัพท์มือถือหรือระบบที่จะโหลดได้ ก็เข้าระบบปกติคือการบันทึกเอกสาร ซึ่งทางกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงสาธารณสุข ก็ได้มีการจัดทำเอกสารให้กรอกข้อมูล ทั้งนี้เมื่อโหลดและกรอกข้อมูลจะถือว่าทุกคนมีความเสี่ยงต่ำ เพราะระบบติดตามจะเริ่มเมื่อโหลดแอพลิเคชั่นและติดตั้งเรียบร้อยแล้ว หลังจากนั้นเมื่อเดินทางและไปอยู่ใกล้บุคคลที่มีความเสี่ยงไทม์ไลน์ก็จะเริ่มขึ้น ขอยืนยันว่าข้อมูลทั้งหมดปลอดภัยเป็นประโยชน์ต่อการติดตามควบคุมและสอดส่องโรค

 

ผู้สื่อข่าวถามว่าเหตุใดไม่รวมแอพลิเคชั่นไทยชนะกับหมอชนะไว้ด้วยกันเพื่อให้ง่ายต่อการใช้งาน นายพุทธิพงษ์ กล่าวว่า ระบบการทำงานไม่เหมือนกัน การใช้แอพลิเคชั่นไทยชนะครั้งนั้นเพราะสถานการณ์ของประเทศไทยผ่อนคลายลงมาก ซึ่งเป็นรูปแบบการเช็คอินเช็คเอาท์ ถ้าพบว่ามีใครติดเชื้อต้องมานั่งดูว่ามีใครอยู่ในเวลาใกล้เคียงกันแล้วโทรไปแจ้ง แต่ในปัจจุบันมีการแพร่ระบาดมาก มีการเดินทางไปในที่ต่างๆ ระบบของหมอชนะที่ติดตามโดย จีพีเอส และ บลูทูธ จะทำได้ดีกว่า แต่ถ้าจะใช้ทั้ง 2 แอพลิเคชั่น ก็ได้ ซึ่งแอพลิเคชั่น ทั้ง 2 ตัวแตกต่างกันที่ระบบการทำงาน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง