TCAS70 ใกล้เข้ามาทุกที! สำหรับน้อง ๆ Dek70 ที่กำลังเตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัย รวมถึง Dek69 ที่ต้องการกลับมาสอบใหม่ คำถามยอดฮิตคงหนีไม่พ้น “อ่านหนังสือยังไงให้ทัน?” “ควรเริ่มจากวิชาไหน?” และ “ทำอย่างไรให้จำได้แม่นโดยไม่ต้องอ่านทั้งวัน?” วันนี้เรารวมเทคนิคเตรียมสอบ TGAT/TPAT ที่นำไปใช้ได้จริง ตั้งแต่การจัดตารางอ่านหนังสือ วิธีจำเนื้อหาให้ติดหัว เทคนิคตะลุยข้อสอบเก่า ไปจนถึงการบริหารเวลาในห้องสอบ พร้อมพิกัดโปรโมชันคอร์สเรียนสำหรับสายประหยัด! 1. รู้จักสนามสอบ TCAS70 ก่อนเริ่มวางแผนอ่านหนังสือ สิ่งแรกที่อยากแนะนำคือ อย่าเพิ่งรีบซื้อหนังสือทุกเล่มหรือสมัครคอร์สเรียนทุกวิชา เพราะแต่ละคณะใช้คะแนนสอบไม่เหมือนกัน สำหรับข้อสอบ TGAT แบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลัก ได้แก่ TGAT1 การสื่อสารภาษาอังกฤษ: เน้นบทสนทนา การเติมข้อความ และการอ่านจับใจความ TGAT2 การคิดอย่างมีเหตุผล: วัดความสามารถทางภาษา ตัวเลข มิติสัมพันธ์ และการใช้เหตุผล TGAT3 สมรรถนะการทำงาน: เน้นการวิเคราะห์สถานการณ์ แก้ปัญหา จัดการอารมณ์ และความรับผิดชอบต่อสังคม ส่วน TPAT เป็นการสอบความถนัดเฉพาะทาง เช่น TPAT2 ศิลปกรรมศาสตร์, TPAT3 วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและวิศวกรรมศาสตร์, TPAT4 สถาปัตยกรรมศาสตร์ และ TPAT5 ครุศาสตร์-ศึกษาศาสตร์ ขณะที่ TPAT1 เป็นการสอบความถนัดแพทย์ที่มีระบบสมัครและกำหนดการแยกต่างหาก ปฏิทินสำคัญ TCAS70 สมัคร TGAT/TPAT2–5: 4–10 พฤศจิกายน 2569 สมัครล่าช้า: 11–12 พฤศจิกายน 2569 โดยมีค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม สอบ TGAT/TPAT2–5: 30 มกราคม – 1 กุมภาพันธ์ 2570 สอบ A-Level: 13–15 มีนาคม 2570 ตรวจสอบรายละเอียดที่ เว็บไซต์ MyTCAS และ คู่มือสมัครสอบ TCAS70 2. แจกตารางอ่านหนังสือ 7 วัน ทำตามได้จริง ไม่ต้องโหมจนหมดแรง ปัญหาที่หลายคนเจอคือ ตั้งใจอ่านหนังสือวันละ 6–8 ชั่วโมง แต่ทำได้เพียงไม่กี่วันก็เริ่มเหนื่อยและหมดไฟ เราจึงอยากแนะนำให้เริ่มจากวันละ 1–2 ชั่วโมงที่มีคุณภาพ และเพิ่มเวลาในช่วงวันหยุดแทน วันวิชาหรือกิจกรรมที่แนะนำ จันทร์ TGAT1 ฝึกภาษาอังกฤษ 90 นาที อังคาร TGAT2 ฝึกโจทย์เหตุผล 90 นาที พุธ TGAT3 วิเคราะห์โจทย์สถานการณ์ 60 นาที และทบทวน 30 นาที พฤหัสบดี TPAT วิชาเฉพาะคณะที่ต้องใช้ 90 นาที ศุกร์ ทบทวนข้อผิดพลาดและทำแฟลชการ์ด 60–90 นาที เสาร์ ทำข้อสอบจำลองแบบจับเวลา 2–3 ชั่วโมง อาทิตย์ ตรวจเฉลย วิเคราะห์จุดอ่อน และพักผ่อน ทริคเพิ่มเติม: ลองใช้วิธี Pomodoro อ่าน 25 นาที พัก 5 นาที หรือปรับเป็นอ่าน 50 นาที พัก 10 นาที ตามสมาธิของตัวเอง สำหรับคนที่มีเวลาเตรียมสอบประมาณ 12 สัปดาห์ ลองแบ่งการอ่านเป็น 3 ช่วง ได้แก่ 4 สัปดาห์แรกปูพื้นฐาน 5 สัปดาห์ต่อมาเน้นตะลุยโจทย์ และ 3 สัปดาห์สุดท้ายฝึกสอบเสมือนจริงพร้อมแก้จุดอ่อน 3. เทคนิคจำแม่น อ่านรอบเดียวไม่พอ ต้องฝึกดึงความรู้ออกมาใช้ เคยไหม อ่านหนังสือจบหนึ่งบทแล้วรู้สึกเข้าใจทุกอย่าง แต่พอเจอข้อสอบกลับนึกคำตอบไม่ออก? สาเหตุหนึ่งคือเราคุ้นเคยกับเนื้อหาเวลามองเห็น แต่ยังไม่ได้ฝึกเรียกความรู้ออกมาจากความจำ เทคนิคต่อไปนี้จึงน่าลองมาก เทคนิคที่ 1: Active Recall อ่านจบหนึ่งหัวข้อแล้วปิดหนังสือ จากนั้นลองเขียนหรืออธิบายสิ่งที่จำได้โดยไม่เปิดดู หากจำส่วนไหนไม่ได้ ให้กลับไปทบทวนเฉพาะจุดนั้น เทคนิคที่ 2: Spaced Repetition กระจายการทบทวนออกเป็นหลายวัน เช่น ทบทวนหลังเรียน 1 วัน 3 วัน และ 7 วัน โดยปรับระยะห่างตามความแม่นยำของตัวเอง วิธีนี้ช่วยลดการพึ่งพาการอ่านซ้ำรวดเดียวก่อนสอบ เทคนิคที่ 3: Error Notebook สร้างสมุดบันทึกข้อผิดพลาด โดยแบ่งเป็น 3 ช่อง ได้แก่ โจทย์ที่ทำผิด เหตุผลที่ผิด และวิธีคิดที่ถูกต้อง โดยเฉพาะข้อสอบ TGAT2 ที่ต้องใช้การคิดวิเคราะห์และความรวดเร็ว สิ่งสำคัญไม่ใช่ว่าเราอ่านไปกี่หน้า แต่คือเมื่อไม่มีหนังสืออยู่ตรงหน้า เรายังสามารถตอบคำถามได้มากแค่ไหน 4. ตะลุยข้อสอบเก่าอย่างมีแผน ฝึกให้ถูกวิธีจึงพัฒนาคะแนนได้ อีกหนึ่งเทคนิคที่อยากแนะนำมากที่สุดคือการทำข้อสอบเก่าและตัวอย่างข้อสอบจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ เพราะช่วยให้เราเห็นลักษณะคำถามและรู้ว่าตัวเองยังอ่อนตรงไหน ลองใช้สูตร ทำโจทย์ → ตรวจเฉลย → วิเคราะห์ข้อผิดพลาด → กลับมาทำซ้ำ รอบแรก ให้ทำโจทย์โดยยังไม่จับเวลา เพื่อทำความเข้าใจวิธีคิด รอบที่สอง เริ่มจับเวลาตามรูปแบบข้อสอบจริง พร้อมสังเกตข้อที่ใช้เวลานานเกินไป รอบที่สาม กลับมาทำเฉพาะข้อผิดพลาดและโจทย์ที่คล้ายกัน เพื่อเช็กว่าเราเข้าใจวิธีแก้ปัญหาแล้วจริงหรือไม่ สามารถฝึกกับ โครงสร้างและตัวอย่างข้อสอบ TCAS70 จาก MyTCAS โดยควรใช้ Blueprint ปีปัจจุบันเป็นหลัก และใช้ข้อสอบเก่าประกอบการฝึก เพราะรูปแบบบางส่วนอาจเปลี่ยนแปลงได้ 5. เทคนิคบริหารเวลาในห้องสอบ TGAT ทำข้อสอบให้ทันโดยไม่ลน การเตรียมสอบที่ดีไม่ใช่แค่ทำโจทย์ถูก แต่ต้องทำได้ภายในเวลาที่กำหนดด้วย ตามโครงสร้างตัวอย่างของ MyTCAS แต่ละส่วนของ TGAT มีเวลา 60 นาที โดย TGAT1 มี 60 ข้อ, TGAT2 มี 80 ข้อ และ TGAT3 มี 60 ข้อ นั่นหมายความว่า TGAT2 มีเวลาเฉลี่ยเพียงประมาณ 45 วินาทีต่อข้อ จึงต้องฝึกความเร็วควบคู่กับความแม่นยำ สูตรทำข้อสอบ 3 รอบ รอบแรก: เก็บข้อที่มั่นใจและทำได้เร็ว อย่าเสียเวลาติดอยู่กับข้อยากนานเกินไป รอบสอง: กลับมาทำข้อที่ต้องคำนวณ วิเคราะห์ หรืออ่านข้อมูลเพิ่มเติม รอบสาม: ตรวจคำตอบ ข้อที่ยังไม่ได้ตอบ และความถูกต้องของการฝนกระดาษคำตอบ แนะนำให้เผื่อเวลาตรวจประมาณ 5 นาทีท้ายของแต่ละส่วน หากเงื่อนไขการสอบเอื้ออำนวย และอย่าลืมอ่านคำสั่งให้ละเอียด โดยเฉพาะข้อสอบที่มีรูปแบบการตอบหลายตัวเลือก 6. เหลือเวลาเตรียมสอบน้อย ควรอ่าน TGAT พาร์ตไหนก่อน? สำหรับน้อง ๆ ที่เพิ่งเริ่มเตรียมสอบและมีเวลาเหลือไม่มาก เราแนะนำให้ทำข้อสอบวัดพื้นฐานของทั้ง 3 ส่วนก่อน แล้วพิจารณาว่าคะแนนส่วนใดมีโอกาสเพิ่มได้มากที่สุดในเวลาที่เหลือ หากภาษาอังกฤษอ่อน ควรฝึก TGAT1 ทุกวัน โดยเน้นคำศัพท์ที่ใช้ในบทสนทนา การอ่านจับใจความ และการเติมข้อความ หากมีพื้นฐานการคำนวณหรือใช้เหตุผลอยู่แล้ว อาจเพิ่มเวลาทำโจทย์ TGAT2 แบบจับเวลาเพื่อพัฒนาความเร็ว ส่วน TGAT3 ไม่ควรมองข้าม เพราะการอ่านแนวคำถามและฝึกคิดจากสถานการณ์ต่าง ๆ ช่วยให้คุ้นเคยกับวิธีประเมินทางเลือกและเหตุผลของคำตอบ อย่าเลือกอ่านเฉพาะวิชาที่ดูง่ายที่สุด ควรตรวจด้วยว่าคณะที่ต้องการสมัครให้น้ำหนักคะแนนแต่ละส่วนอย่างไร เพราะคะแนนที่เพิ่มขึ้นเท่ากันอาจส่งผลต่อโอกาสเข้าคณะไม่เท่ากัน 7. แจกพิกัดโปรโมชันคอร์สเรียนสำหรับเด็กเตรียมสอบ ประหยัดค่าใช้จ่ายได้อีก! สำหรับใครที่ต้องการเรียนเสริมเพื่อเพิ่มความเข้าใจ โดยเฉพาะคนที่อยากมีครูช่วยอธิบายหรือจัดระบบการเรียน ลองตรวจสอบโปรโมชัน 072 จินตคณิต ดร.เมี่ยง ผ่าน TrueID Privilege ซึ่งมีสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าใหม่ รายละเอียดโปรโมชัน รับฟรีกระเป๋าสะพาย 072 มูลค่า 500 บาท สมัครเรียน 3 คอร์ส รับสิทธิ์ฟรีค่าแรกเข้า สมัครเรียน 2 คอร์ส รับส่วนลดค่าแรกเข้า 50% ใช้ 0 ทรูพอยท์ ตามเงื่อนไขสิทธิพิเศษ ดูโปรโมชันและกดรับสิทธิ์ได้ที่: https://ttid.co/UAnK/fhmixfov ข้อควรรู้คือโปรโมชันนี้เป็นสิทธิ์เกี่ยวกับค่าแรกเข้า ไม่ใช่ส่วนลดค่าเรียนทุกคอร์ส และจำกัดเฉพาะลูกค้าใหม่กับสาขาที่ร่วมรายการ โดยต้องใช้สิทธิ์ภายในเดือนที่กดรับโค้ด จึงควรเช็กวันใช้งาน เงื่อนไข และรายละเอียดคอร์สกับสถาบันก่อนสมัคร สำหรับการเตรียม TGAT/TPAT ควรตรวจสอบเพิ่มเติมด้วยว่าคอร์สที่สนใจครอบคลุมเนื้อหาข้อสอบที่ต้องใช้จริงหรือไม่ เพื่อให้จ่ายค่าเรียนแล้วคุ้มค่ากับเป้าหมายของตัวเอง สรุป: อ่านอย่างมีเป้าหมาย สำคัญกว่าอ่านหนักโดยไม่มีแผน การเตรียมสอบ TCAS70 ไม่ได้วัดกันที่จำนวนหนังสือที่อ่านจบเพียงอย่างเดียว แต่ยังขึ้นอยู่กับการวางแผน การทบทวน และการฝึกทำข้อสอบอย่างสม่ำเสมอ สำหรับน้อง ๆ Dek69–70 ที่กำลังเดินหน้าสู่คณะในฝัน อยากให้ลองเริ่มจากตารางอ่านหนังสือง่าย ๆ ที่ทำได้จริง ฝึกจำด้วย Active Recall ทบทวนเป็นระยะ และทำข้อสอบจำลองพร้อมจับเวลา ไม่จำเป็นต้องเก่งทุกวิชาตั้งแต่วันแรก แต่ควรรู้ว่าต้องพัฒนาตรงไหน และตรวจสอบความก้าวหน้าของตัวเองอย่างต่อเนื่อง อ่านให้เข้าใจ ฝึกให้คล่อง จับเวลาให้เป็น และพักผ่อนให้เพียงพอ นี่คือพื้นฐานของการเตรียมสอบอย่างมีประสิทธิภาพ Q&A คำถามยอดฮิตเกี่ยวกับการเตรียมสอบ TCAS70 Q1: เทคนิคการจัดตารางอ่านหนังสือสอบ TGAT/TPAT ให้ครอบคลุมทุกสนามสอบทำอย่างไร? A1: เริ่มจากตรวจสอบวิชาที่คณะเป้าหมายกำหนดและประเมินพื้นฐานของตัวเอง จากนั้นแบ่งเวลาอ่านเนื้อหา ทำโจทย์ และทบทวนข้อผิดพลาดในแต่ละสัปดาห์ แนะนำให้กำหนดวันทำข้อสอบจำลองแบบจับเวลาอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง และเพิ่มความถี่เมื่อใกล้วันสอบ โดยไม่ละเลยวิชาเฉพาะที่ต้องใช้ยื่นสมัคร Q2: สำหรับคนที่มีเวลาเตรียมตัวน้อย ควรเน้นเก็บเนื้อหาพาร์ตไหนของ TGAT ก่อน? A2: ควรเริ่มจากทำข้อสอบวัดระดับทั้ง TGAT1, TGAT2 และ TGAT3 เพื่อดูว่าพาร์ตใดมีโอกาสเพิ่มคะแนนได้เร็วที่สุด หากมีปัญหาด้านภาษาอังกฤษ ควรฝึกคำศัพท์ บทสนทนา และการอ่านทุกวัน ส่วน TGAT2 เน้นฝึกโจทย์เหตุผลและความเร็ว ขณะที่ TGAT3 เน้นการวิเคราะห์สถานการณ์ ทั้งนี้ต้องพิจารณาสัดส่วนคะแนนที่คณะเป้าหมายใช้ประกอบด้วย Q3: จำเป็นต้องสมัครคอร์สติวราคาแพงเพื่อให้สอบ TCAS70 ได้คะแนนดีหรือไม่? A3: ไม่จำเป็นเสมอไป เพราะนักเรียนสามารถเตรียมสอบด้วยตัวเองผ่าน Blueprint ตัวอย่างข้อสอบ และแหล่งเรียนรู้ฟรีได้ แต่หากมีพื้นฐานบางวิชาอ่อนหรือไม่สามารถวางแผนการเรียนเองได้ คอร์สติวอาจช่วยให้เรียนเป็นระบบมากขึ้น ก่อนสมัครควรเปรียบเทียบเนื้อหา ค่าใช้จ่าย คุณภาพการสอน และโปรโมชันต่าง ๆ โดยเลือกเฉพาะคอร์สที่ตอบโจทย์ของตัวเอง รูปภาพ ทั้งหมดโดย A.I. เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !