รีเซต

คมนาคม–อว. ดัน “Tech to Track” ปั้นระบบรางไทย

คมนาคม–อว. ดัน “Tech to Track” ปั้นระบบรางไทย
TNN ช่อง16
13 สิงหาคม 2569 ( 17:39 )
10

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมเป็นสักขีพยานการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่างการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) และสถาบันวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีระบบราง (สทร.) ภายใต้แนวคิด “Tech to Track: เทคลงราง ล็อกเป้า เป๋าตุง” เพื่อผลักดันเทคโนโลยีและนวัตกรรมระบบรางฝีมือคนไทยจากงานวิจัยไปสู่การใช้งานจริง

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า การพัฒนาระบบรางไทยต้องเดินหน้ามากกว่าการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานหรือจัดหาขบวนรถ โดยต้องสร้างระบบนิเวศการเดินทางที่เชื่อมโยงรถไฟระหว่างเมือง ระบบขนส่งมวลชน การขนส่งสินค้า และการเดินทางรูปแบบต่าง ๆ อย่างไร้รอยต่อ โดยนวัตกรรมจะเป็นกุญแจสำคัญในการยกระดับคุณภาพ ความปลอดภัย และความยั่งยืนของระบบราง ขณะเดียวกันเทคโนโลยีที่นำมาใช้ต้องตอบโจทย์การใช้งานจริง มีความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ ลดการพึ่งพาต่างประเทศ และเพิ่มขีดความสามารถของอุตสาหกรรมไทยในการแข่งขัน

ด้านนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ไทยกำลังเข้าสู่ช่วงสำคัญของการพัฒนาระบบรางจากการลงทุนทั้งระบบขนส่งมวลชน รถไฟทางคู่ และรถไฟความเร็วสูง จึงจำเป็นต้องสร้างอุตสาหกรรมระบบรางในประเทศให้เป็นรูปธรรม ทั้งการพัฒนาผู้ประกอบการ การถ่ายทอดเทคโนโลยี การทดสอบและรับรองผลิตภัณฑ์ตามมาตรฐาน รวมถึงการพัฒนาบุคลากรให้ตรงกับความต้องการของอุตสาหกรรม ซึ่งจะช่วยสร้างมูลค่าเพิ่ม การจ้างงาน ลดการนำเข้าเทคโนโลยี และเสริมความแข็งแกร่งให้อุตสาหกรรมไทยในระยะยาว

ขณะที่นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง ผู้ว่าการ รฟท. กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้จะเชื่อมโยง “โจทย์จากหน้างาน” กับ “องค์ความรู้จากงานวิจัย” โดย รฟท.จะนำปัญหาและความต้องการจากการเดินรถ การซ่อมบำรุง ระบบอาณัติสัญญาณ รถจักรและล้อเลื่อน รวมถึงการให้บริการ มาพัฒนาเป็นโจทย์วิจัย พร้อมสนับสนุนการทดลองและทดสอบเทคโนโลยีภายใต้มาตรฐานความปลอดภัย เพื่อให้ผลงานวิจัยสามารถนำไปใช้ได้จริงและสร้างผลลัพธ์ที่ประชาชนสัมผัสได้

สำหรับอุตสาหกรรมระบบรางไทยกำลังเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านสำคัญ โดย รฟท.ประเมินความต้องการตู้โดยสารและรถบรรทุกราว 2,500 คันในช่วง 10 ปีข้างหน้า ขณะที่ พ.ร.บ.การขนส่งทางราง พ.ศ. 2568 จะเป็นกลไกยกระดับมาตรฐานและความปลอดภัย และเปิดโอกาสให้งานวิจัย เทคโนโลยี นวัตกรรม และผู้ประกอบการไทยเข้ามามีบทบาทในห่วงโซ่อุตสาหกรรมมากขึ้น โดยความร่วมมือของ 3 หน่วยงานจะครอบคลุมตั้งแต่การกำหนดโจทย์วิจัย การสนับสนุนทุนแบบมุ่งเป้า การพัฒนามาตรฐานและการทดสอบ ไปจนถึงการผลักดันผลงานเข้าสู่การผลิตและใช้งานจริง

ทั้งนี้ ภายในงานมีการจัดแสดง Innovation Showcase นำเสนอเทคโนโลยีระบบรางไทย อาทิ ระบบตั๋วทางสะดวกอิเล็กทรอนิกส์ (E-TOKEN) ระบบบังคับสัมพันธ์อาณัติสัญญาณควบคุมด้วยคอมพิวเตอร์ (CBI) ระบบเชื่อมต่อระหว่างระบบบังคับสัมพันธ์อาณัติสัญญาณ และระบบควบคุมการขับเคลื่อนรถดีเซลรางปรับอากาศสำหรับ KIHA 40/48 สะท้อนการผลักดันนวัตกรรมไทยให้เชื่อมต่อครบวงจรตั้งแต่ งานวิจัย–มาตรฐาน–การทดสอบ–การผลิต–การใช้งานจริง เพื่อเพิ่มสัดส่วนการใช้ผลิตภัณฑ์และชิ้นส่วนภายในประเทศ ลดการพึ่งพาเทคโนโลยีต่างชาติ และสร้างโอกาสทางธุรกิจให้ผู้ประกอบการไทย

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง