รีเซต

รับมือ THAI พ้นไซเลนต์  เคล็ดสู้หลุมอากาศหุ้น

รับมือ THAI พ้นไซเลนต์  เคล็ดสู้หลุมอากาศหุ้น
ทันหุ้น
3 กุมภาพันธ์ 2569 ( 02:45 )
6

               นายณัฐพล คำถาเครือ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยกับ "ทันหุ้น" ว่า กรณี บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ  THAI กำลังจะพ้นช่วงห้ามขายหุ้นจำนวนราว 6,600 ล้านหุ้น ในวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2569 เชื่อเป็นปัจจัยกดดันราคาหุ้นอย่างมีนัย เนื่องจากเป็นปริมาณหุ้นจำนวนมากที่จะเข้ามาท่ามกลางปัจจุบันที่หุ้น THAI มีสภาพคล่องที่เทรดได้อยู่ที่ 1,900 ล้านหุ้น 

               แม้จะมีความกังวลถึงจำนวนหุ้นมหาศาลสามารถนำออกมาซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ได้เป็นวันแรก แต่ยังประเมินปริมาณการขายจริงอาจเกิดขึ้นแค่บางส่วนเท่านั้น เนื่องจากผู้ถือหุ้นรายใหญ่ยังแสดงเจตนาจะถือครองต่อ เช่นกลุ่มธนาคารที่เป็นเจ้าหนี้ อีกทั้งกลุ่มสหกรณ์ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ได้มีการตกลงร่วมกันแล้วว่าจะ ไม่โยนขายในกระดานปกติ แต่อาจจะพิจารณาขายผ่านรายการบิ๊กล็อต (Big Lot) แทนหากมีความต้องการขายออกมา

               "เชิงกลยุทธ์ก็ต้องบอกว่ามันมีหุ้นออกมาซึ่งเราคอนโทรลไม่ได้อยู่แล้วว่าพวกเขาจะขายหรือไม่ขาย ซึ่งซัพพลายที่เยอะขึ้นอย่างไรมันก็จะเป็นบรรยากาศเชิลลบอยู่แล้วกับตัวของของราคาหุ้นนะครับ ซึ่งก็น่ากลัวอยู่ แต่ก็ไม่ถึงกับน่ากลัวมากส่วนหนึ่งเพราะตลาดรับรู้มาละตั้งนานแล้ว" นายณัฐพล กล่าว

               สำหรับคำแนะนำให้ รอดูสถานการณ์ 4 กุมภาพันธ์นี้ ให้รอดูแรงขายที่เกิดขึ้นจริงก่อน และอย่าเพิ่งรีบเข้าไปรับหุ้นในช่วงที่ราคากำลังถูกกดดันแรงๆ หากราคาหุ้นปรับตัวลดลงมาต่ำกว่า 7 บาท หรือระดับ P/E ต่ำกว่า 7 เท่า ถือเป็นระดับที่น่าสนใจสำหรับการเริ่มทยอยสะสม เนื่องจากค่าเฉลี่ยของสายการบินขนาดใหญ่ในภูมิภาคที่เทรดกันอยู่ที่ P/E ประมาณ 10 เท่า

โดยย้ำว่าเป็นการทยอยสะสมเท่านั้น พร้อมกับควรพิจารณากราฟเทคนิคประกอบการหาจังหวะเข้าซื้อด้วย เน้นให้มีราคาหุ้นจะเริ่มแกว่งตัวออกด้านข้างหรือดูนิ่งก่อน เพื่อความปลอดภัยในการลงทุนมากกว่า

               ขณะที่แนวโน้มผลประกอบการ คาดว่าในปี 2569 กำไรจะเริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติที่ไม่มีรายการพิเศษเหมือนช่วงพ้นแผนฟื้นฟูใหม่ๆ เหมือนงบงวดปีที่ผ่านมาซึ่งน่าจะก้าวกระโดด โดยคาดการณ์กำไรปกติจะอยู่ที่ประมาณ 27,000 - 28,000 ล้านบาทต่อปี และมีโอกาสเติบโตได้ประมาณ 7% ในปี 2570

@ รอตลาดลดส่วนต่าง

นายกิจพณ  ไพรไพศาลกิจ รองกรรมการผู้จัดการและนักกลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยกับ "ทันหุ้น" ว่า คาดจะมีแรงขายหุ้น  THAI ออกมาจำนวนหนึ่งหลังปลดล็อกหุ้น 6,600 ล้านหุ้น ย่อมจะทำให้ราคาบนกระดานมีโอกาสปรับลงได้อย่างมีนัยสำคัญ มีแนวรับทดสอบระดับ 6-7 บาท แต่จุดที่น่าซื้อคือช่วง 6 บาทกลางๆ เนื่องจากเป็นระดับที่มี Upside จูงใจเมื่อเทียบกับราคาเหมาะสมเฉลี่ยที่ตลาดประเมินไว้ที่ 9 บาท

โดยหุ้น THAI จำเป็นต้องผ่านกระบวนการปรับต้นทุนเฉลี่ยเพื่อลดส่วนต่าง (Gap) ระหว่างราคาตลาดกับต้นทุนของหุ้นใหม่ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 4.88 - 5.00 บาท เพื่อให้ราคาหุ้นสามารถเริ่มยืนได้อย่างมั่นคงในอนาคต ก่อนฟื้นตัวต่อไป

แนะกลยุทธ์รอดูสถานการณ์ มีปัจจัยที่ต้องติดตามดังนี้  1. รอผลประกอบการไตรมาส 4/2568 ประกาศซึ่งมีแนวโน้มว่าอาจจะต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้เนื่องจากปริมาณผู้โดยสารไม่มากอย่างที่หวัง 2. หากราคาน้ำมันยืนอยู่แถว 60 ดอลลาร์สหรัฐ ตลาดจะไม่กังวลต่อผลประกอบการช่วงต้นปีมากนัก แต่ถ้าพุ่งเกิน 65 ดอลลาร์สหรัฐ จะกลายเป็นปัจจัยลบที่น่ากังวล และ 3. รอการปรับสมดุลต้นทุนราคาหุ้นเฉลี่ยของผู้ถือหุ้นในตลาดอยู่ในระดับที่เหมาะสม เพื่อลดแรงได้เปรียบเสียเปรียบในเชิงกำไร

ส่วนหุ้นที่เหลืออีก 19,803 ล้านหุ้นที่รอปลดล็อกในช่วงเดือนสิงหาคมนั้น เชื่อว่าจะไม่ได้ส่งผลกระทบมากเหมือนการปลดล็อคครั้งนี้มากนัก เพราะนักลงทุนจะเห็นแนวทางแล้ว

@ รอบต่อไปสิงหาคม

               ด้านบริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า หุ้น THAI ที่จะพ้นกำหนด Silent Period และเริ่มซื้อขายในตลาดจำนวน  6,600 ล้านหุ้น ซึ่งหุ้นส่วนใหญ่เกิดจากการแปลงหนี้เป็นทุน มีต้นทุนต่ำอยู่ที่ 2.5452 บาทต่อหุ้น  อาจกดดันราคาหุ้น THAI ในตลาด ทว่าปัจจุบันมองราคาหุ้น THAI ลดลงมาซื้อขายที่ P/E ปี 2569 ราว 8 เท่า สะท้อนปัจจัยลบบ้างแล้ว คงคำแนะนำเป็นกลาง ให้ราคาเป้าหมายพื้นฐ่าน 8.50 บาท  

               อ้างอิงข้อมูลเว็บไซต์ตลาดหลักทรัพย์ THAI มีหุ้นทั้งสิ้น 28,303.29 ล้านหุ้น แต่มีจำนวนหุ้นที่ถูกห้ามขายที่ 26,403 ล้านหุ้น แบ่งเห็นหุ้นที่ถูกห้ามขายตามเกณฑ์ Silent Period จำนวน 15,556.81 ล้านหุ้น หุ้นที่มาจากการแปลงหนี้เป็นทุนที่ถูกห้ามขาย 10,836.62 ล้านหุ้น ดังนั้นปัจจุบันหุ้นการบินไทยมีการซื้อขาย 1,900 ล้านหุ้นเท่านั้น             

หลังจากรอบในวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2569 แล้วจะมีหุ้นที่พ้นไซเลนต์จำนวน 6,600 ล้านหุ้น แบ่งเป็นหุ้นที่ถูกห้ามขายตามเกณฑ์ Silent Period จำนวน 3891.70 ล้านหุ้น หุ้นที่มาจากการแปลงหนี้เป็นทุนที่ถูกห้ามขาย 2,709.16 ล้านหุ้น จากนั้นช่วงเดือนสิงหาคม 2569 หุ้นส่วนที่เหลืออีก 19,802 ล้านหุ้นจะพ้นระยะเวลาห้ามขายทั้งหมด รวมถึงกลุ่มที่ใช้สิทธิซื้อหุ้นเพิ่มทุนในราคา 4.48 บาท

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง