มีช่วงหนึ่งของชีวิต ที่เรารู้สึกเหมือนต้องรอใครสักคนมาพยักหน้า รอคำว่า “ดีแล้ว” รอคำว่า “เก่งแล้ว” รอคำว่า “เธอมาถูกทางแล้วนะ” ไม่ใช่เพราะเราไม่รู้ว่าตัวเองทำอะไรอยู่ แต่เพราะเรายังไม่มั่นใจพอ จะเชื่อเสียงของตัวเองโดยไม่ต้องมีเสียงอื่นมาค้ำยัน เราถูกสอนมาตั้งแต่เด็ก ว่าความถูกต้องต้องมีพยาน ความสำเร็จต้องมีคนเห็น และการเลือกอะไรบางอย่าง ถ้าไม่มีใครเข้าใจ มันมักถูกตีความว่า “เสี่ยง” หรือ “ผิดพลาด” เราเลยโตมากับการมองหาคำยืนยัน จากครอบครัว จากเพื่อน จากสังคม จากยอดไลก์ จากเสียงปรบมือที่ดังพอจะกลบความลังเลในใจ แต่พอใช้ชีวิตไปเรื่อย ๆ เราจะเริ่มรู้ว่า การรอคำยืนยันจากคนอื่น ทำให้เราเหนื่อยอย่างประหลาด เหนื่อยเพราะทุกการตัดสินใจ ต้องผ่านด่านความเห็น เหนื่อยเพราะถ้าไม่มีใครเห็นด้วย เราจะเริ่มไม่แน่ใจตัวเอง ทั้งที่ลึก ๆ แล้ว เรารู้ดีว่ามันเหมาะกับเรา การโตขึ้น ไม่ใช่วันที่เราไม่ต้องการคำชม แต่คือวันที่คำชม ไม่ได้เป็นเงื่อนไขของการใช้ชีวิตอีกต่อไป เราเริ่มกล้าตัดสินใจ แม้จะไม่มีใครเชียร์ กล้าหยุด แม้จะมีคนบอกว่า “อย่าเพิ่ง” กล้าเลือกทางที่เงียบ แม้มันไม่ดูน่าประทับใจในสายตาใคร และที่สำคัญ เรากล้าพอที่จะรับผลของการเลือกนั้น โดยไม่โทษตัวเอง ถ้ามันไม่สวยงามอย่างที่คิด วันที่เราไม่ต้องรอคำยืนยันจากใคร ไม่ใช่วันที่เรามั่นใจที่สุด แต่มันคือวันที่เราซื่อสัตย์กับตัวเองที่สุด เราไม่ได้ใช้ชีวิตเพื่อพิสูจน์ ว่าเราดีพอสำหรับใคร แต่ใช้ชีวิตเพื่อดูแล ว่าเรายังโอเคกับตัวเองหรือเปล่า บางการเลือก ไม่มีใครเข้าใจทั้งหมด และนั่นไม่ใช่ปัญหา เพราะชีวิตนี้ ไม่ใช่โปรเจกต์ที่ต้องผ่านการอนุมัติจากใคร มันคือพื้นที่ที่เราต้องอยู่กับผลลัพธ์ของมันจริง ๆ การโต อาจไม่ทำให้เราดูเก่งขึ้นในสายตาคนอื่น แต่มันทำให้เรานอนหลับได้ดีขึ้น เพราะเราไม่ได้ใช้ชีวิต เพื่อตอบโจทย์เสียงที่ไม่เคยอยู่กับเราจนถึงที่สุด ขอบคุณภาพประกอบจาก : pixabay ภาพปก โดย Pexels จาก pixabay ภาพที่ 1 โดย Gromovataya จาก pixabay ภาพที่ 2 โดย Pexels จาก pixabay ภาพที่ 3 โดย Huynhly024 จาก pixabay ภาพที่ 4 โดย Pexels จาก pixabay