พอพูดถึงซิมการ์ดหลายคนคงไม่มีใครไม่รู้จักเจ้าสิ่งนี้ เพราะเป็นชิ้นส่วนเล็กๆดูเหมือนไม่มีอะไร แต่ถ้าขาดมันไปก็ไม่สามารถโทรเข้าโทรออกได้เลยนะ ซิมจึงเปนหัวใจหนึ่งของมือถือที่ขาดไม่ได้เลยทีเดียวเพราะขึ้นชื่อว่ามือถือมันต้องโทรได้ ถึงแม้ปัจจุบันจะมีการโทรผ่านอินเตอร์เน็ต แต่การใช้เน็ตต้องอาศัยซิมการ์ดในการใช้งานข้างนอกอยู่ดี เมื่อก่อนซิมการ์ดมีขนาดที่ค่อนข้างใหญ๋แต่ก็วิวัฒนาการมาเรื่อยๆจนมีขนาดเล็กลงมาที่เราเรียกว่านาโนซิมที่ใช้งานกันอยู่ในปัจจุบัน และที่ล้ำไปอีกขั้นคือในปัจจุบันนอกจากซิมการ์ดจะมีขนาดเล็กลงแล้ว ยังมีซิมการ์ดอีกประเภทหนึ่งที่ล่องหนอยู่ในอากาสไม่ต้องเอาซิมเข้าไปในตัวเครื่อง ไม่ต้องถอดซิมเข้าออกให้ยุ่งยาก เรียกว่า eSIM ซึ่งจะใช้งานได้ในมือถือรุ่นที่รองรับเท่านั้น ข้อดีของอีซิมคือไม่ต้องถอดซิมการ์ดเข้าออกบ่อยๆ ถ้าจะย้ายซิมก็ทำง่ายๆ ไม่ต้องหาที่จิ้มซิมมาจิ้มถอดซิมเข้าออก แต่ข้อเสียก็มีคือมันอาจไม่เสถียรเท่าซิมปกติ ถ้าหากมือถือพังก็ไม่สามารถถอดซิมมาใส่เครื่องอื่นได้ทันที แล้ว e-sim มันคืออะไรกันแน่ล่ะ eSIM คือ ซิมการ์ดดิจิทัลรูปแบบใหม่ที่ใช้งานโดยฝังอยู่ในอุปกรณ์สื่อสาร เช่น มือถือ แท็บเล็ต สมาร์ทวอช หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่น ๆ สามารถลงทะเบียนซิมแล้วใช้งานผ่านอุปกรณ์ได้ทันที โดยไม่ต้องรเปลี่ยนซิมการ์ด สามารถรองรับได้สูงสุด 6 หมายเลขในเครื่องเดียว ได้ทุกเครือข่าย ทั้งแบบเติมเงิน และ รายเดือน โดยการใช้งานสามารถสลับใช้ทีละหมายเลข รวมถึงกรณีการใช้งานในต่างประเทศ เพื่อตอบโจทย์ต่อการใช้งานในแต่ละประเภทอย่างชัดเจน ข้อดี/ข้อเสียของ eSIM กับ ซิมการ์ดธรรมดา eSIM ข้อดี: ปลอดภัยขั้นสุดเมื่อโทรศัพท์หาย: โจรไม่สามารถถอดซิมออกเพื่อตัดสัญญาณได้ ทำให้เราติดตามตำแหน่งเครื่อง และสั่งลบข้อมูลได้ตลอดเวลา สะดวกสำหรับสายเที่ยวต่างประเทศ: ซื้อ Travel eSIM ผ่านออนไลน์ สแกน QR Code แล้วใช้งานได้ทันที ไม่ต้องกลัวทำซิมหลักหาย ประหยัดพื้นที่ในเครื่อง: ค่ายผู้ผลิตสามารถนำพื้นที่ถาดซิมไปเพิ่มขนาดแบตเตอรี่ หรือออกแบบเครื่องให้กันน้ำกันฝุ่นได้ดีขึ้น สลับใช้ได้หลายเบอร์: สามารถเก็บโปรไฟล์เบอร์โทรไว้ในเครื่องได้หลายเบอร์ (เช่น เบอร์ส่วนตัว, เบอร์ทำงาน, เบอร์เน็ต) แล้วเลือกเปิด-ปิดสลับกันได้ตามต้องการ ข้อเสีย: เมื่อเครื่องดับ/ตกน้ำ/หน้าจอพังจะย้ายเบอร์ยาก: ไม่สามารถถอดซิมไปใส่เครื่องอื่นเพื่อรับ OTP ด่วนได้ ต้องติดต่อศูนย์บริการ หรือใช้ขั้นตอนย้าย eSIM ดิจิทัล ย้ายเครื่องต้องใช้อินเทอร์เน็ต: ต้องสแกน QR Code หรือทำเรื่องผ่านแอปพลิเคชันค่ายมือถือ ไม่สามารถ "จิ้มแล้วจบ" เหมือนซิมการ์ด รองรับเฉพาะสมาร์ตโฟนรุ่นใหม่/รุ่นกลาง-ท็อป: สมาร์ตโฟนรุ่นประหยัดหรือรุ่นเก่ามากๆ ยังไม่รองรับ ซิมการ์ดธรรมดา ข้อดี: ยืดหยุ่นสูงเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน: ถ้าโทรศัพท์แบตหมด เครื่องพัง หรือจอแตก แค่ใช้เข็มจิ้มถาดซิม ย้ายซิมไปใส่เครื่องสำรอง ก็ใช้งานโทรเข้า-ออก และรับ OTP ได้ทันที ใช้ง่าย ไม่ต้องพึ่งทักษะเทคโนโลยี: แค่เสียบซิมให้ถูกฝั่งก็พร้อมใช้งาน ไม่ต้องสแกน QR Code หรือตั้งค่าผ่านเมนูซับซ้อน ใช้ได้กับมือถือทุกรุ่น: ตั้งแต่ปุ่มกดราคาหลักร้อยไปจนถึงสมาร์ตโฟนเรือธง ข้อเสีย: เสี่ยงต่อการถูกขโมยเบอร์/ขโมย OTP: หากโทรศัพท์หาย โจรสามารถถอดซิมไปใส่เครื่องอื่นเพื่อรับ OTP เปลี่ยนรหัสผ่านแอปการเงิน หรือบัญชีสำคัญได้ทันที ตัวการ์ดมีโอกาสชำรุด/สูญหาย: หน้าสัมผัสทองเหลืองอาจโดนความชื้น ฝุ่น หรือเสื่อมสภาพตามการใช้งาน ยุ่งยากเมื่อไปต่างประเทศ: ต้องคอยสลับซิมการ์ดเข้า-ออก เสี่ยงต่อการทำซิมหลักหายระหว่างเดินทาง สรุปแล้ว เลือกแบบไหนดี? เลือก eSIM ถ้าคุณเป็นคนระวังเรื่องความปลอดภัย ชอบความสะดวกรวดเร็วในการเดินทางต่างประเทศ ไม่ชอบพกพาซิมการ์ดหลายใบ และใช้สมาร์ตโฟนรุ่นใหม่ๆ เลือก ซิมการ์ดธรรมดา ถ้าคุณต้องย้ายเครื่องบ่อย ทำงานที่เสี่ยงต่อเครื่องพัง/จอแตกง่าย หรือต้องการความมั่นใจว่าถ้าเครื่องดับ จะสามารถย้ายเบอร์ไปใส่เครื่องสำรองได้ทันทีภายใน 1 นาที ประสบการณ์ เปลี่ยนจาก eSIM กลับมาเป็นซิมการ์ดปกติ (เนื่องจากโทรศัพท์เสีย) ตัวผู้เขียนก็เป็นผู้ใชงาน eSIM เช่นกันและมันค่อนข้างสะดวกในการเพิ่มซิมการ์ด แต่เมื่อไม่นานมานี้มือถือของผู้เขียนดันมาพังนี่สิ แถมกดอะไรไม่ได้ด้วยเพราะหน้าจอเสีย จะโทรเข้าโทรออก ก็ทำไม่ได้ แอปธนาคารก็อยู่ในเครื่องการที่จะใช้งานแอปธนาคารได้ต้องมีการกรอกรหัส otp ที่ส่งไปยังเบอร์มือถือของเรา ซึ่งเมื่อมือถือเราพังอยู่เราก็กดดูไม่ได้ และดันตั้งค่าไม่ให้ข้อความแสดงบนหน้าจอล็อกอีก ทีนี้แหละงานเข้าทำไงเงินก็อยู่ในแอปธนาคารต้องการจะกดเงินด่วนๆมาใช้ซ่อมใช้ซ่อมมือถือก็อยากล่ะทีนี้ บัตรเอทีเอ็มก็ไม่ได้ทำไว้ จะไปธนาคารก็ยุ่งอยากเสียเวลารอคิว จึงไปค้นข้อมูลว่าจะทำ eSIM กลับมาเป็นซิมปกติได้ยังไง ส่วนตัวใช้ของค่าย ais ขอพูดถึงแค่ค่ายนี้เพราะเป็นประสบการณ์ตรงแต่ค่ายอื่นๆก็น่าจะคล้ายๆกัน โดยขั้นตอนก็ไม่ยุ่งยากเลยครับทำตามนี้ได้เลย วิธีการเปลี่ยนจาก e-sim เป็นซิมการปกติ เตรียมบัตรประชาชนแค่ใบเดียวแค่นี้พอแล้วครับ เข้าไปที่ ais shop ใกล้บ้าน ยื่นบัตรประชาชนแล้วแจ้งพนักงานว่าต้องการเปลี่ยนจาก eSIM กลับเป็นซิมการ์ดปกติ ไม่ต้องกังวลว่าซิมปกติไม่มีหายไปแล้ว ทำไง เขามีซิมใหม่เตรียมไว้ให้ครับ ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆเลยแม้แต่บาทเดียว เจ้าหน้าที่จะเอาบัตรประชาชนเราไปเสียบ ถามเบอร์ที่ต้องการจะเปลี่ยนกลับเป็นซิมปกติ และจะถ่ายรูปหน้าของเรา รอสักแปบก็เสร็จแล้วครับไม่เกิน 5 นาที พนักงานน่ารักบริการดีมากๆ เสร็จแล้วเราก็นำซิมการ์ดที่ได้ไปใส่ในเครื่องมือถือของเราใช้งานได้เลยครับ แต่หลังใช้งานสักพักจะมีเจ้าหน้าที่คอลเซ็นเตอร์โทรมาเพื่อยืนยันว่าเราได้ทำการเปลี่ยนเป็นซิมการ์ดปกติจริง ไม่ต้องตกใจนะครับไม่มีอะไร อีกนิดเดียวแถมให้ ถ้าเป็นซิม Gomo by ais อันนี้ไม่สามารถมาทำที่สาขาได้นะครับต้องทำผ่านออนไลน์เท่านั้น ผ่านเว็บของ Gomo จะมีช่องแชทสำหรับพูดคุย เราก็แจ้งไปว่า ต้องการเปลี่ยนจาก eSIM กลับเป็นซิมการ์ดปกติ เขาก็จะส่งวิธีการให้ทำตามขั้นตอน เสร็จแล้วเขาก็จะส่งซิมการ์ดใหม่มาที่บ้านของเราเลยแต่อาจต้องใช้เวลาหน่อยในการจัดส่งขึ้นอยู่กับพื่นที่จัดส่ง เป็นอย่างไรกันบ้านครับกับประสบการ์ที่ผมนำมาเล่าสู่กันฟัง เป็นความรู้ให้ใครหลายๆคนที่กำลังประสบปัญหาเดียวกันหรือคล้ายๆจะได้มีวิธีการแก้ไข ส่วนตัวก็ชอบนะ eSIM มันก็ดีในแบบของมันแต่ผู้เขียนเป็นคนชอบมือถือพังบ่อยไม่รู้เป็นอะไร การมีซิมปกติในมุมผู้เขียนจึงมองว่ามันสะดวกกว่าโยกย้ายได้ทันทีอาจเสียเวลาเล็กน้อยแต่ไม่เป็นไรครับ สุดท้ายนี้หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อยนะครับ เครดิตรูปภาพ ภาพหน้าปก โดย ผู้เขียน ภาพประกอบที่ 1 , ภาพประกอบที่ 2 , ภาพประกอบที่ 3 , ภาพประกอบที่ 4 เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !