TrueID

สแกนหุ้นกลุ่มโรงแรม หลังโอไมครอนแพร่ระบาด น่าลงทุนหรือไม่

สแกนหุ้นกลุ่มโรงแรม หลังโอไมครอนแพร่ระบาด น่าลงทุนหรือไม่
ทันหุ้น
6 ธันวาคม 2564 ( 11:15 )
84
สแกนหุ้นกลุ่มโรงแรม หลังโอไมครอนแพร่ระบาด น่าลงทุนหรือไม่

ทันหุ้น-บล.ยูโอบี เคย์เฮียน(ประเทศไทย) ได้ออกบทวิเคราะห์หุ้นกลุ่มโรงแรม ซึ่งระบุว่าท่ามกลางความหวาดกลัวต่อเชื้อไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์โอไมครอน ฝ่ายวิจัยเห็นโอกาสการลงทุนใวนกลุ่มโรงแรม แม้ว่าความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนจะยังคงสูงในระยะสั้น แต่ขณะนี้เชื่อว่าความเสี่ยงและผลตอบแทนอยู่ในระดับที่น่าดึงดูดที่จะเะริ่มทยอยสะสมหุ้นอย่างระมัดระมัดระวัง และเชื่อว่าราคาหุ้นกลุ่มโรงแรมส่วนใหญ่ได้สะท้อนถึงผลกระทบของข่าวโอไมครอนแล้ว และเชื่อว่า AWC และ CENTEL จะสามารถรับมือกับวิกฤตครั้งนี้ได้โดยไม่ต้องขายสินทรัพย์ และสถานการณ์จะดีขึ้นในไม่ช้า โดยได้เลือกหุ้น CENTEL และ MINT เป็นหุ้นเด่นของกลุ่ม 

 

ฝ่ายวิจัยฯ เชื่อว่าแนวโน้มการฟื้นตัวของกลุ่มโรงแรมอาจสะดุดอีกครั้งในไตรมาส 4/64 เนื่องจากการมาของโอไมครอน ซึ่งยังคงต้องติดตามสถานการณ์โควิด-19ระลอกใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้น การตอบสนองของรัฐบาลโลก และประสิทธิภาพของวัคซีน เพื่อให้การวิเคราะห์ผลกระทบในเชิงลึกมากขึ้น แต่ Sentiment ในระยะสั้นคาดว่าจะอ่อนแอจากความไม่แน่นอนที่เพิ่มขึ้น มองว่าผลดำเนินงานของโรงแรมในไตรมาส 4/64 จะตรงกันข้ามกับที่เกิดขึ้นในไตรมาส 3/64 ซึ่งผลดำเนินงานของโรงแรมในต่างประเทศจะอ่อนตัวลง เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน แต่โรงแรมไทยปรับตัวดีขึ้น เนื่องจากผลกระทบจากปัจจัยตามฤดูกาล และสถานการณ์โควิด-19ในประเทศไทยที่ปรับตัวดีขึ้น ขณะที่ในยุโรปจะเห็นยอดผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น 

 

ทั้งนี้ ได้ประเมินราคาเป้าหมายและคำแนะนำในหุ้นโรงแรม 

 

AWC คงคำแนะนำซื้อ ให้ราคาเป้าหมายอยู่ที่ 5.80 บาทต่อหุ้น คิดว่า า AWC เป็นหุน้ asset play เนื่องจากมูลค่าสินทรัพย์รวมในอนาคตสูงกว่ามูลค่าตลาดของ AWC การเติบโตกำไรของบริษัทจะน่าจะเพิ่มขึ้นหลังโควิด-19 ขณะที่ AWC จะได้รับประโยชน์สูงสุดจากการกลับมาเปิดพรมแดนของไทยท่ามกลางกลุ่มโรงแรมภายใต้การ coverage ของฝ่ายวิจัยยูโอบี เคย์เฮียนฯ 

 

CENTEL คงคำแนะนำซื้อ ให้ราคาเป้าหมายที่ 44 บาทต่อหุ้น แม้กำไรจะยังคงอ่อนแอในระยะสั้น แต่เชื่อว่าบนเส้นทารงในการฟื้นตัวที่ชัดเขน และน่าจะเป็นผู้ประกอบการโรงแรมรายที่ 2 ท่ามกลางหุ้นที่ฝ่ายวิจัย coverage ที่ทำกำไร งบดุลของ CENTEL ยังคงแข็งแกร่งที่สุดและความกังวลน้อยที่สุดเกี่ยวกับสภาพคล่องในบรรดาโรงแรมภายใต้การ coverage ของฝ่ายวิจัย 

 

ERW คงคำแนะนำถือ ให้ราคาเป้าหมายใหม่ที่ 3.10 บาทต่อหุ้น เชื่อว่ากำไรของ ERW ได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว แต่คาดว่า ERW จะรายงานผลขาดทุนที่มากกว่าหุ้นอื่นๆ ในกลุ่ม เนื่องจากภาวะดอกเบี้ยที่สูง ERW น่าจะรายงานงบขาดทุนต่อไปในปี 2565 นอกจากนี้ยังกังวลเกี่ยวกับความแข็งแกร่งทางการเงิน เนื่องจาก gearing ratio ที่สูง

 

MINT คงคำแนะนำซื้อ ให้ราคาเป้าหมายที่ 43.00 บาทต่อหุ้น งบดุลของ MINT ดีขึ้นจากโครงการเพิ่มทุนล่าสุด และอยู่ในเส้นทางที่จะคว้าโอกาสในการเติบโตในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว เนื่องมาจากความก้าวหน้าในการฉีดวัคซีนทั่วโลก ขณะที่ฝ่ายวิจัยคาดว่ากำไรของ MINT จะดีกว่าหุ้นอื่นๆ ในกลุ่มในระยะสั้นจากกลยุทธ์พอร์ตที่มีความหลากหลาย 

 

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง