นักวิเคราะห์ชี้ทองระยะสั้นยังถูกกดดัน แนะสะสมแนวรับ 4,040 ดอลลาร์

นายธนะเกียรติ ปฐมะพงษ์ ผู้จัดการฝ่ายวิจัยและฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัทหลักทรัพย์ที่ปรึกษาการลงทุน คลาสสิก ออสสิริส จำกัด ให้สัมภาษณ์ในรายการ WEALTH LIVE เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2569 ว่า ตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบันราคาทองคำติดลบประมาณ 4.65% ระยะสั้นยังมีแรงกดดันหลายด้าน แต่ระยะกลางถึงยาวยังมีปัจจัยพื้นฐานที่หนุนราคาอยู่
ดอกเบี้ยเฟดและราคาน้ำมัน แรงกดดันหลักของทองคำ
นายธนะเกียรติคาดว่าในการประชุมเดือนตุลาคม ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะคงอัตราดอกเบี้ย แต่ในการประชุมเดือนธันวาคมคาดว่าจะขึ้นดอกเบี้ย และในปีหน้าจะขึ้นอีก 2 ครั้ง ทิศทางดอกเบี้ยขาขึ้นจึงเป็นแรงกดดันต่อราคาทองคำ
ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นยังอาจทำให้เงินเฟ้อเร่งตัว จนเฟดต้องขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่อง ซึ่งจะส่งผลลบต่อทองคำซ้ำอีกทาง ผลของดอกเบี้ยที่สูงเริ่มเห็นแล้วในตลาดที่อยู่อาศัยของสหรัฐฯ โดยยอดขอสินเชื่อเพื่อซื้อบ้านลดลง 7.3%
เศรษฐกิจยุโรปอ่อนแอ ยูโรอ่อนค่า กดดันทองคำ
อีกปัจจัยหนึ่งคือปัญหาเศรษฐกิจในยุโรป ฝรั่งเศส อิตาลี และสเปน ตั้งงบประมาณเกินกรอบที่ยุโรปกำหนด ส่วนฝรั่งเศสเกิดการประท้วงจนต้องประกาศเคอร์ฟิว สถานการณ์นี้ทำให้ค่าเงินยูโรอ่อนค่า ซึ่งส่งผลต่อดัชนีดอลลาร์และกดดันราคาทองคำตามไปด้วย
หนี้สหรัฐฯ และตะวันออกกลาง ปัจจัยหนุนระยะยาว
ในระยะยาว รัฐบาลสหรัฐฯ ขาดดุลการคลังราว 6% และต้องจ่ายดอกเบี้ยหนี้เกิน 1 ล้านล้านดอลลาร์ต่อปี นายธนะเกียรติมองว่าหนี้ที่สูงและเงินเฟ้อจะทำให้ดอลลาร์อ่อนค่าลงในระยะยาว ซึ่งเป็นผลบวกต่อทองคำ
ในตะวันออกกลาง อิหร่านขู่ว่าจะตัดสายเคเบิลอินเทอร์เน็ตใต้น้ำในภูมิภาค โดยมีเงื่อนไขว่าจะทำเมื่อสหรัฐฯ โจมตีก่อน นายธนะเกียรติประเมินว่านายโดนัลด์ ทรัมป์ ไม่น่าจะเลือกโจมตีอิหร่านในช่วงก่อนการเลือกตั้ง เพราะคะแนนนิยมยังตามหลังพรรคเดโมแครต แต่หากความขัดแย้งรุนแรงขึ้น ทองคำจะได้แรงหนุนจากบทบาทสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven)
แนวรับ แนวต้าน และเป้าหมายราคาทองคำ
นายธนะเกียรติระบุว่าแนวรับแรกอยู่ที่ 4,040 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือราว 64,000 บาทสำหรับราคาทองคำไทย ส่วนแนวรับสุดท้ายของปีนี้และปีหน้าอยู่ที่ 3,880 ดอลลาร์ หรือราว 61,000–61,500 บาท
ราคาทองคำต้องกลับขึ้นไปยืนเหนือ 4,318 ดอลลาร์ให้ได้ ผลตอบแทนของปีนี้จึงจะกลับมาเป็นบวก เป้าหมายราคาสิ้นปีนี้อยู่ที่ 4,500 ดอลลาร์ หรือราว 71,200 บาท ส่วนปีหน้าอยู่ที่ 5,000 ดอลลาร์ หรือราว 79,200 บาท
ในภาพระยะยาว ผลตอบแทนเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี นับจากวันที่ 3 มกราคม 2564 ถึงปัจจุบัน ยังเป็นบวกราว 12.7%
กลยุทธ์: ทยอยสะสมที่แนวรับ สำหรับนักลงทุนระยะกลางถึงยาว
นายธนะเกียรติแนะนำว่า นักเก็งกำไรระยะสั้นยังต้องระวังความเสี่ยงที่ราคาจะปรับลง ส่วนนักลงทุนระยะกลางถึงยาวสามารถทยอยสะสมทองคำที่บริเวณแนวรับได้ เพราะโอกาสที่ราคาจะปรับลงมีจำกัดเมื่อเทียบกับโอกาสที่ราคาจะปรับขึ้น
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
