ราคาน้ำมันเสี่ยงเหวี่ยงแรง PTTEP-BANPU ปลอดภัย

#น้ำมัน #ราคาผันผวน #ทันหุ้น – ราคาน้ำมันโลกเสี่ยงผันผวนสูงหลังเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ ห่วงขัดแย้ง-สต๊อกน้ำมันสำรองต่ำ แนะเข้าต้นน้ำ PTTEP-BANPU ป้องกันเสี่ยง ชี้หากสงครามคลี่คลายต้องใช้เวลาเติมสต๊อกน้ำมันโลกที่ลดลง เชื่อให้ราคาน้ำมันทรงตัวสูงได้ก่อนที่จะเกิดภาวะซัพพลายล้น ประเมินราคาน้ำมันเฉลี่ยปี 2570 ที่ 75 ดอลลาร์
นายปรินทร์ นิกรกิตติโกศล ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ประเมินแนวโน้มความเคลื่อนไหวราคาน้ำมันโลกมีแนวโน้มผันผวนสูงขึ้น หลังผ่านการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐอเมริกาแม้ว่าในช่วงก่อนการเลือกตั้ง กลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ 7 ประเทศ (G7) รวมถึงสหรัฐอเมริกาต่างเร่งระบายน้ำมันจากคลังสำรองออกสู่ตลาด
โดยล่าสุด “อเล็กซานเดอร์ โนวัค” (Alexander Novak) รองนายกรัฐมนตรีรัสเซีย ประกาศว่ารัสเซียพร้อมส่งออกน้ำมันดีเซลและมีศักยภาพเพียงพอที่จะรองรับคำสั่งซื้อทั้งหมด ในปริมาณที่ตลาดต้องการ เพื่อเพิ่มปริมาณน้ำมันในตลาด (Supply) และบรรเทาภาระค่าพลังงานที่อยู่ในระดับสูง ซึ่งอาจช่วยจำกัดการปรับขึ้นของราคาน้ำมันในระยะสั้น
อย่างไรก็ตาม หลังผ่านการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐ แรงกดดันทางนโยบายที่ควบคุมราคาพลังงานอาจลดความเข้มข้นลง ส่งผลให้ตลาดกลับมาให้น้ำหนักกับความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ทั้ง 1.ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐ – อิหร่าน 2.รัสเซีย – ยูเครน 3.ซาอุดีอาระเบีย – กลุ่มฮูติ รวมถึงความสามารถในการระบายน้ำมันจากคลังสำรองเชิงยุทธศาสตร์ของสหรัฐ (SPR) ที่ปรับลดลงมาอยู่ในระดับต่ำที่สุดในรอบ 40 ปี ยังเป็นข้อจำกัดในการระบายน้ำมันออกมาในอนาคต
“แม้ในอนาคตสถานการณ์สงครามจะคลี่คลายลงและทำให้ราคาน้ำมันปรับตัวลง แต่ราคาจะไม่ปรับลงไปต่ำในทันที เนื่องจากปริมาณสำรองน้ำมันทั่วโลกยังอยู่ในระดับต่ำ ทำให้ต้องใช้เวลาในการทยอยซื้อน้ำมันเพื่อเติมสต๊อกกลับเข้ามา รวมถึง สถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์อาจกระทบต่อการผลิต การส่งออก และเส้นทางขนส่งน้ำมันในตลาดโลก หากสถานการณ์ทวีความรุนแรงหรือมีเหตุการณ์ที่ทำให้อุปทานน้ำมันหยุดชะงัก ราคาน้ำมันอาจปรับตัวสูงขึ้นได้ ทำให้การใช้คลังสำรองเพื่อชดเชยอุปทานที่ขาดหายมีขีดจำกัดมากขึ้น”
คาดหวังสงครามคลี่คลาย
นายปรินทร์ ประเมินกรอบราคาน้ำมันเฉลี่ยทั้งปี 2569 ที่ 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และ 75 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในปี 2570 โดยหากสถานการณ์สงครามคลี่คลายลง การหยุดชะงักของการผลิตและการขนส่งน้ำมัน จะทยอยกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ขณะที่ผู้ผลิตหลายประเทศมีโอกาสเพิ่มกำลังการผลิตกลับเข้าสู่ตลาด ส่งผลให้อุปทานน้ำมันโลกเพิ่มขึ้น และอาจทำให้ตลาดกลับเข้าสู่ภาวะอุปทานส่วนเกินได้ในระยะถัดไป อย่างไรก็ตาม การคลี่คลายของสงครามไม่ได้หมายความว่าราคาน้ำมันจะปรับลดลงสู่ระดับต่ำได้ทันที เนื่องจากผลกระทบจากการขาดแคลนอุปทานในช่วงสงครามยังต้องใช้เวลาในการฟื้นฟู
ดังนั้นกลยุทธ์การลงทุนในภาวะตลาดพลังงานปัจจุบัน นักลงทุนควรเน้นไปที่กลุ่มพลังงานต้นน้ำ อาทิ PTTEP หุ้นพลังงานต้นน้ำ ที่สามารถเป็นเครื่องมือบริหารความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุน หากมองว่าราคาน้ำมันจะมีความผันผวนรุนแรงหลังผ่านช่วงการเลือกตั้งสหรัฐ
รวมถึง BANPU พลังงานต้นน้ำที่ได้แรงหนุนรอบด้าน ทั้งปัจจัยตามฤดูกาล การเข้าสู่ฤดูหนาวจะช่วยหนุนความต้องการใช้ก๊าซธรรมชาติและถ่านหิน, ปรากฏการณ์เอลนีโญทำให้อากาศร้อนแล้ง มีการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น ขณะที่การผลิตไฟฟ้าจากพลังน้ำทำได้จำกัด จึงผลักดันความต้องการใช้ถ่านหินผลิตไฟฟ้าให้สูงขึ้น ขณะเดียวกัน การเติบโตของ AI และศูนย์ข้อมูลช่วยเร่งอัตราการใช้ไฟฟ้าจากก๊าซธรรมชาติ ซึ่ง BANPU มีการลงทุนทั้งธุรกิจก๊าซธรรมชาติขั้นต้นและโรงไฟฟ้าก๊าซ จึงได้รับประโยชน์โดยตรง รวมถึงตลาดก๊าซในสหรัฐ ตลาดก๊าซและ LNG ในสหรัฐ ได้รับผลบวกจากการเปิดโรงงาน LNG แห่งใหม่
พร้อมกันนี้ เลือก BCP เป็นหุ้นเด่นในกลุ่มโรงกลั่น หนุนจากราคาหุ้นยัง Laggard ค่าเฉลี่ยของกลุ่มโรงกลั่น ด้านพื้นฐานคาดผลประกอบการไตรมาส 3/2569 ยังอยู่ในเกณฑ์ดีตามทิศทางส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูปกับน้ำมันดิบที่ได้รับแรงหนุนจากภาวะน้ำมันสำเร็จรูปในตลาดโลกตึงตัว ขณะเดียวกัน BCP มีการลงทุนในธุรกิจสำรวจและผลิตน้ำมัน-ก๊าซในยุโรปผ่านบริษัท OKEA ซึ่งราคาขายก๊าซในยุโรปและราคาหุ้น OKEA ปรับตัวขึ้นทำระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2565 ส่งผลบวกต่อ BCP อย่างมีนัยสำคัญ
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
